ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของอุตสาหกรรมเพลงในปี 2025 นิยามของคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ถูกยกระดับไปไกลกว่าเพียงแค่ยอดสตรีมมิ่งหรือรางวัลบนหิ้ง แต่มันคือการสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่สามารถหลอมรวมศิลปะ ดนตรี และตัวตนเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งในปีนี้เราได้เห็นการกลับมาทวงบัลลังก์ของศิลปินระดับตำนานหลากหลายคน อีกทั้งยังมีการกำเนิดของรุกกี้ที่กล้าทำลายขนบเดิมๆ รวมถึงความภาคภูมิใจของศิลปินไทยที่ก้าวไปยืนในระดับสากลได้อย่างสง่างาม วันนี้แอลขอรวบรวม 5 ศิลปินชายแห่งปี 2025 ที่เป็นพลังการขับเคลื่อนป๊อปคัลเจอร์กับผลงานที่พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือตัวจริงที่โลกต้องยอมรับ!
Kendrick Lamar



ในปีนี้ Kendrick Lamar ไม่ได้ถูกพูดถึงเพียงในฐานะแร็ปเปอร์ระดับตำนานอีกต่อไป แต่ในฐานะผู้จุดกระแสไวรัลที่เขย่าวัฒนธรรมฮิปฮอป เพลง ‘Not Like Us’ กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกจากเนื้อหาที่เฉียบคม ดุดัน ไปจนถึงการถูกหยิบไปรีมิกซ์ ทำมีม และอ้างอิงซ้ำอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ทำให้คว้ารางวัล Song of the Year และ Record of the Year จากเวที Grammy Awards 2025 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ดีกรีความร้อนแรงยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด เมื่อเพลง ‘Luther’ ขึ้นครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard ยาวนานถึง 13 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่า Kendrick คือศิลปินที่รักษาสมดุลระหว่างชั้นเชิงทางดนตรีที่เข้มข้นกับการเป็นเจ้าพ่อกระแสหลักได้อย่างไร้ที่ติ และความสำเร็จทั้งหมดถูกตอกย้ำด้วยภาพจำระดับประวัติศาสตร์บนเวที Super Bowl LIX Halftime Show ที่นิวออร์ลีนส์ซึ่งเขาเนรมิตโชว์ให้กลายเป็นงานศิลปะทรงพลังร่วมกับแขกรับเชิญอย่าง SZA, Serena Williams และ Samuel L. Jackson ที่มาร่วมปรากฏตัวด้วย
G-Dragon



ปี 2025 คือข้อพิสูจน์ว่ากาลเวลาทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้ G-Dragon กลับมาทวงบัลลังก์อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยอัลบั้มเต็มในรอบหลายปีอย่าง Übermensch ที่ไม่ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนแค่ในชาร์ตเพลงผ่านซิงเกิลไวรัลอย่าง ‘Too Bad’ แต่เขายังคงตอกย้ำสถานะ ‘Fashion Icon’ ผู้อยู่เหนือเทรนด์ ไม่ว่าหยิบจับอะไรมาสวมใส่สิ่งนั้นจะกลายเป็น ‘Must have item’ ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกในชั่วข้ามคืน ความสำเร็จของเขาในปีนี้พุ่งทะยานสูงเมื่อเขาสร้างประวัติศาสตร์กวาดรางวัลใหญ่ไปถึง 7 รางวัล รวมถึงรางวัลแดซัง 3 สาขาจากเวที Melon Music Awards 2025 แต่สิ่งที่ยืนยันความเป็นระดับตำนานของ G-Dragon คือการได้รับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้านวัฒนธรรม (Order of Cultural Merit) ประจำปี 2025 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการมอบเกียรติยศสูงสุดนี้ให้กับศิลปิน K-Pop เพื่อยกย่องในฐานะบุคคลสำคัญผู้ขับเคลื่อนป๊อปคัลเจอร์ของเกาหลีใต้ให้กลายเป็นกระแสหลักของโลกอย่างสง่างาม ทำให้ปีนี้ของ G-Dragon ไม่ใช่แค่การคัมแบ็กเพื่อทำยอดขายแต่คือการสถาปนาตัวตนในฐานะ ‘สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม’ ได้อย่างแท้จริง
CORTIS


ปี 2025 ถือเป็นอีก 1 ปีที่วงน้องใหม่อย่าง CORTIS ถูกจับตามองในฐานะวงน้องใหม่ที่ทะยานขึ้นมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่เดบิวต์ด้วยซิงเกิลแรก ‘What You Want’ ต่อด้วยอีพีอัลบั้ม ‘Color Outside the Lines’ ที่สะท้อนแนวคิดการไม่ยอมอยู่ในกรอบเดิมของวงได้อย่างชัดเจน อย่างเพลง ‘GO!’ ที่กลายเป็นกระแสฮิตติดชาร์ตด้วยยอดสตรีมกว่า 36 ล้านครั้ง และพา CORTIS เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั่วเอเชีย จนสมาชิกทั้ง 5 คนถูกยกให้เป็นหนึ่งในเดบิวต์ที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้แต่สิ่งที่ทำให้ CORTIS ก้าวไปไกลกว่า ‘รุกกี้หน้าใหม่’ คือการสร้างอิมแพ็กที่ล้ำออกไปนอกกรอบของดนตรีตั้งแต่ภาพลักษณ์ แฟชั่น ไปจนถึงวิธีการสื่อสารกับแฟนเพลง สไตล์การแต่งตัวที่กล้าเล่นกับซิลูเอตอย่างกางเกงเอวต่ำที่เกิดกระแสจนทำให้ Gen Z หลายๆ คนนำลุคนี้มาจับแมตช์แต่งกันอย่างไวรัล การมิกซ์ลุคแบบไร้กฎตายตัวไปจนถึงคอนเทนต์ที่สมาชิกแต่ละคนได้ถ่ายทอดตัวตนของตัวเองผ่านคอนเทนต์ TikTok และ Instagram อย่างเป็นธรรมชาติและเอกลักษณ์เฉพาะ ล้วนสะท้อนพลังของ Gen Z ได้อย่างตรงไปตรงมา CORTIS จึงไม่ใช่แค่ศิลปินที่มาพร้อมยอดสตรีมและการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลใหญ่ในวงการไอดอลปี 2025 แต่คือภาพแทนของศิลปินยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนป๊อปคัลเจอร์ผ่านดนตรี แฟชั่น และทัศนคติของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน
BamBam




นี่คือขีดสุดของความภาคภูมิใจกับบทบาทใหม่ของ แบมแบม กันต์พิมุกต์ ที่ในปี 2025 เขาไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อสร้างความบันเทิง แต่มาเพื่อประกาศศักดาวัฒนธรรมไทยให้โลกได้เห็นผ่านอัลบั้มไทยชุดแรกที่ถ่ายทอดตัวตนและความเป็น ‘Hometown’ ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่อาร์ตเวิร์กทีเซอร์สุดประณีตไปจนถึงเนื้อเพลงภาษาไทยที่สื่อสารกับแฟนเพลงทั่วโลกได้อย่างไร้พรมแดน อิมแพ็กที่สำคัญที่สุดคือการที่เขาสามารถนำความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยและอินเตอร์ ความประทับใจนี้ถูกตอกย้ำด้วยชุดราชปะแตนสั่งตัดพิเศษจาก Louis Vuitton ในคอนเสิร์ต BamBam Hometown Concert 2025 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุดสีดำที่ได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์จากชุดราชปะแตนของไทยให้ดูล้ำสมัยและหรูหรา ถือเป็นการนำเสนอ Soft Power ของไทยได้อย่างสง่างาม นอกจากนี้แบมแบมยังปรากฏตัวบนสเตจที่หลากหลายตลอดทั้งปีโดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญที่ทำเอาคนไทยทั้งประเทศใจฟู หนึ่งในนั้นคือการได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงในพิธีเปิด SEA Games 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซึ่งเขาสามารถเปลี่ยนสนามกีฬาระดับชาติให้กลายเป็นรันเวย์ทางดนตรีที่เต็มไปด้วยพลัง สร้างหมุดหมายใหม่ให้ศิลปินรุ่นหลังได้เห็นว่าดนตรีไทยและภาษาไทยก็สามารถก้าวไปยืนในระดับโลกได้
BUS because of you i shine



ปิดท้ายด้วยปรากฏการณ์ความร้อนแรงจากตัวแทนประเทศไทยอย่าง BUS because of you i shine วงบอยแบนด์ที่ไม่ได้เป็นเพียงคลื่นลูกใหม่ แต่คือคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดพา T-Pop ไปสู่ระดับสากลอย่างเต็มกำลัง ปี 2025 พวกเขาคือการก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ในด้านงานเพลงพวกเขายังได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์สุดฮิตอย่างเพลง กั๊ก (No-status Status) OST. ซีรีส์ GELBOYS สถานะกั๊กใจ ซึ่งเป็นการร้องเพลงประกอบซีรีส์ครั้งแรกครบทั้ง 12 คน อีกทั้งการสร้างไวรัล ‘แฟนชานท์’ ที่ทรงพลังไปทั่วโลกโซเชียลจนเป็นกระแสฮิตทั่วโซเชียล ไปจนถึงการได้รับเลือกจาก ททท. ให้เป็นตัวแทนเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการกลับไปบุกเวทีเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Summer Sonic ทั้งที่โตเกียวและกรุงเทพฯ ที่ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินไทยที่ครองใจผู้ชมนานาชาติได้อย่างเหนียวแน่น อิมแพคของ BUS ในปีนี้ยังขยายวงกว้างไปสู่ทุกมิติของป๊อปคัลเจอร์ อีกทั้งเข้าร่วมแสดงโชว์ในรายการแข่งขันเรียลลิตี้โชว์ชื่อดังจากประเทศเวียดนามอย่าง ‘Show It All Vietnam – Tân Binh Toàn Năng 2025’ ไม่เพียงเท่านั้นสมาชิกในวงยังก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นโลกด้วยการไปร่วมชมแฟชั่นวีคหลายเมืองใหญ่ ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยโปรเจ็กต์ ‘Happy BUSDAY The Sophomore’ คอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 2 ที่ไม่เป็นเพียงการเฉลิมฉลองเส้นทางที่ผ่านมาแต่ยังสะท้อนถึงพัฒนาการทางดนตรี การแสดง และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเหล่า BEUS ส่งให้ปี 2025 ของ BUS คือปีแห่งการประกาศศักดาว่าพวกเขาคือตัวจริงที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเพลงไทยไปตลอดกาล รวมถึงโปรเจ็กต์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งตารอกับการเป็นวงไทยวงแรกที่ได้รับเชิญไปขึ้นสเตจ M Countdown ที่เกาหลีใต้ในช่วงปี 2026 อีกด้วย
TEXT: Boromsirikan Kaewjuk

