เชื่อว่าปี 2025 นี้ คอหนังและแฟนซีรี่ส์ทั้งหลายคงได้ชมหลากหลายผลงานดีๆ กันอย่างจุใจ หรือหากใครรู้สึกว่าปีนี้ชีวิตช่างดำเนินไปอย่างวุ่นวายจนแทบจะตามดูอะไรไม่ค่อยกัน ช่วงเวลาวันหยุดยาวสิ้นปีเช่นนี้นี่และก็ถือเป็นโอกาสดีๆ ให้คุณได้ตามไล่ชมหลากหลายเรื่องที่คุณเก็บเข้าลิสต์ แต่ถ้าใครยังไม่รู้จะเริ่มดูจากตรงไหน วันนี้ทีมแอลได้แท็กทีมกับเหล่าเพจหนังและซีรี่ส์ มาป้ายยาเรื่องโปรดที่ยกขึ้นหิ้งในดวงใจประจำปีนี้ บอกได้เลยว่าเรารวบรวมมาให้อย่างครบรสในสไตล์มากมายจนต้องตอบโจทย์คุณไม่มากก็น้อย เผลอๆ อาจจะค้นพบเรื่องโปรดเพิ่มขึ้นอีกเรื่องไปพร้อมกับเลยก็เป็นได้ ไปดูกันได้เลย
Avatar: Fire and Ash
“ถ้าจะบอกว่า Avatar เป็นหนังขวัญใจมหาชนก็คงไม่เกินไปนัก ยิ่งภาคล่าสุดอย่าง Fire and Ash นี้ James Cameron ขยายมิติและความสัมพันธ์ให้กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประกอบกับ CG ที่สวยตาแตก ทำให้ตลอดเวลา 3 ชั่วโมงกว่าน่าติดตามทุกวินาที ส่วนตัวชอบเส้นเรื่องความขัดแย้งภายในตัวละครเอง ระหว่างมนุษย์และชาวนาวี ระหว่างมนุษย์และสัตว์ ระหว่างชาวนาวี มนุษย์ และความเชื่อทางจิตวิญญาณ จริงๆ เลือกหนังดีปี 2025 ได้ยากมาก แต่ถ้าให้นับในส่วนของหนังดูเพลินปิดจบส่งท้ายปี 2025 ได้ดีที่สุดก็คงต้องให้เรื่องนี้” Wansuk Khongrasee, Deputy Editor
Buried Hearts
“เพราะเป็นแฟนซีรี่ส์แนวแก้แค้นเป็นทุนเดิม เลยขอเลือกเรื่อง Buried Hearts เพราะว่าเราไม่สามารถคาดเดาได้เลย หักมุมแล้ว หักมุมอีก ทั้งสนุกและเข้มข้นตั้งแต่ตอนแรกจนตอนจบ ฝั่งพระเอกกับฝั่งตัวร้ายสลับกันได้เปรียบ เสียเปรียบกันแบบดุเดือด ชอบที่คาแรกเตอร์พระเอกที่ลึกๆ เป็นคนจิตใจดี แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ทำให้เขาต้องต่อสู้อย่างเหี้ยมโหด และยังฉลาดเท่าทันคนร้าย สามารถตามเกมอีกฝ่ายทัน รวมถึงการแสดงของ พัคฮยองชิก ก็เรียกได้ว่าทำถึงแบบสุดๆ จะเรียกว่าเป็นผลงานแสดงมาสเตอร์พีซของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านๆ มาอาจจะติดภาพเขาในบทบาทสไตล์รอมคอมซะมากกว่า ใครที่ชอบซีรี่ส์ดาร์กๆ แนวแก้แค้นแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ส่วนใครที่อยากจะลองเปิดใจดูละก็ แนะนำว่ากำพาราไว้สักหน่อย เพราะซีรี่ส์เรื่องนี้อาจจะทำให้คุณคิดตามจนปวดหัวได้” Rachata Ratanavirotkul, Digital Editor
ซองแดงแต่งผี
“ความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการเข้าฉายหลังจากที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยมีผลบังคับใช้เพียงไม่นาน และกระแสต่างๆ ก็ช่วยสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า สังคมเรามีความพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับความหลากหลายมากน้อยเพียงใด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าต่อให้จะถูกต้องตามกฎหมาย แต่การต่อสู้ของชาว LGBTQ+ ก็ยังคงดำเนินต่อไป ดังเช่น ‘ตี่ตี๋’ ที่แม้จะตายจากก็ยังไม่วายเผชิญอคติทางเพศ ต้องคอย educate ชายแท้อย่าง ‘เม่น’ ให้กลับใจ แม้จะเคยดูต้นฉบับมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังอดถูกใจการปรับบทให้เข้ากับบริบทไทยอย่างสุดจะโดนเส้นไม่ได้ แถมการแสดงที่เข้าขากันอย่างดีของพีพี กฤษฏ์ และ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ยังคุ้มค่าการรอคอยจนหลายคนรู้สึกว่าพวกเขารับบทเป็นตัวเองรึเปล่านะ แต่แท้จริงแล้วทั้งคู่จะกำลังสวมวิญญาณตี่ตี๋และเม่นได้อย่างเป็นธรรมชาติจนรู้สึกเหมือนเป็นตัวละครนั้นจริงๆ เลยต่างหาก” Rathatip Khamnurak, Digital Content Creator
Sakamoto Days
“สำหรับสายแอนิเมชั่นก็ต้องให้ Sakamoto Days ที่สร้างจากมังงะแนวแอ็กชั่นคอมเมดี้ โดยเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคุณซากาโมโตะ ทาโร่ อดีตนักฆ่าในตำนานที่เก่งที่สุดในวงการ ซึ่งเลือกวางมือเพราะตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง อยากแต่งงานมีครอบครัว และเขาก็ได้เปิดร้านขายของชำธรรมดาๆ แม้จะเลิกอาชีพเดิมแล้ว แต่โลกของนักฆ่าก็ไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ ซากาโมโตะเลยต้องปกป้องคนที่เขารักจากโลกใบเดิมของเขา ถึงเนื้อเรื่องจะดูเข้มข้น แต่จริงๆ ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นและข้อคิดจากตัวละครอื่นๆ ที่เขาเจอระหว่างทางมากมาย” Tikumporn Chaiyakote, Digital Content Creator
Eternity
“ไม่คิดว่าจะร้องไห้ แต่ก็ร้องออกมาจนได้ Eternity เป็นหนังที่พูดถึงความรักในมิติที่น่าสนใจ เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นในโลกหลังความตาย สำหรับใครที่กำลังอยู่บนทางแยกของการตัดสินใจเลือกใครคนหนึ่งที่จะใช้ชีวิตนิรันดร์ด้วย หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณได้ค้นพบกับคำตอบนั้น อีกทั้งหนังยังให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับความรักและชีวิต ไม่ว่าโลกหลังความตายจะมีจริงหรือไม่ แต่คุณก็อาจเผลอจินตนาการไปชั่วขณะว่าโลกนั้นมีจริง และเกิดความหวังขึ้นภายในใจว่าเราอาจได้พบคนที่จากกันไปอีกครั้งหนึ่ง มิใช่เพียงแค่คนรักหรือเรื่องราวรักสามเศร้าแบบในเรื่องเสมอไป แต่ยังทำให้นึกถึงคนในครอบครัว พวกเขาจะยังรอพบเราอยู่ไหม หรือเลือกไปยังดินแดนอันเป็นนิรันดร์แล้ว? เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าพวกเขาจะไปที่ใด แต่ลึกๆ แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงมีสถานที่หนึ่งภายในใจเหมือนกัน และเราอาจได้พบกันอีกครั้งที่นั่น ฉากตอนจบของเรื่องฉายภาพของสถานที่นั้น ภาพที่ทำให้น้ำตาลไหลออกมา สุดท้ายหนังพาเราย้อนกลับมาสำรวจตัวเองเกี่ยวกับชีวิต ความรัก และความทรงจำกับผู้คนที่เข้ามาในชีวิตอีกครั้งว่า เราได้เลือกสิ่งที่ใช่กับตัวเองแล้วจริงๆ หรือไม่?” Jidapa Kumkam, Fashion Coordinator & Beauty Writer
Way Back Love
“นานแล้วที่ไม่ได้ยิ้มเปื้อนน้ำตาเวลาดูซีรีส์แบบนี้ อยากชวนมาดู Way Back Love ซีรีส์โรแมนติก-แฟนตาซี เมื่อรักแรกที่ตายจากไป วันหนึ่งได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะยมทูต เพื่อบอกว่า ‘เธอมีเวลา 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนตาย’ ก่อนที่เรื่องราวจะค่อย ๆ เฉลยปมในอดีตที่เกิดขึ้น พร้อมกับตัดสลับกับพาร์ตปัจจุบันที่พวกเขาได้ทำสิ่งที่อยากทำพร้อมกัน มากกว่าเรื่องความรักของตัวละคร คือการได้เรียนรู้การก้าวข้ามความเจ็บปวด การอยู่กับปัจจุบัน และการให้คุณค่ากับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นที่กลายเป็นร่องรอยความทรงจำที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ เจ็บปวดแต่งดงาม ควรค่าแก่การเสียน้ำตาดูจริงๆ ค่ะ Way Back Love (สัปดาห์สุดท้ายกับนายยมทูต) ความยาว 6 ตอน ซับไทยดูได้ที่ Viu” คอเกาหลี by Korseries, Korseries
Wake Up Dead Man
“ในขณะที่หนังสืบสวนจำนวนไม่น้อย รวมถึงหนังชุด Knives Out ภาคก่อนๆ หลายครั้งที่เหล่านักสืบจะทรีตคดีเหมือนเป็นเกมพัซเซิล และทรีตคนร้ายเหมือนเป็นอุปสรรค์ให้เอาชนะ จนลืมไปแล้วว่าทุกคดีมันมีคนตาย เป็นโศกนาฎกรรม ที่บางทีเราอาจจะไม่ควรดีลกับสิ่งนี้เหมือนเป็นเกม แต่เข้าอกเข้าใจในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่ทั้งมีและเคยมีชีวิตจิตใจ มีปัญหาและความผิดบาปในใจเป็นของตัวเอง และ Wake Up Dead Man ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้อย่างปราณีตและงดงาม” เทพเจ้าคอนเน็ตโต้, cornettogod
When Life Gives You Tangerines
“ในช่วงสิ้นปีใครหลายคนคงได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพราะเป็นช่วงเวลาที่แสนอบอุ่น และเต็มไปด้วยมวลแห่งความสุข หลังผ่านพ้นฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนมาตลอดทั้งปี เหมือนกับ ‘When Life Gives You Tangerines’ ซีรีส์ที่พาเราไปเข้าใจ ‘ชีวิต’ ผ่านสายตาของคนต่างวัย ทั้งอบอุ่น บีบหัวใจ และอาจจะขมจนกลืนไม่ลง เช่นเดียวกับชื่อไทย ‘ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน’ คริสต์มาสนี้ชวนครอบครัวมาเยียวยาหัวใจผ่านเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ บาดแผล การก้าวผ่าน และการเติบโตจากรุ่นสู่รุ่น ดูจบแล้วคำว่า ‘ครอบครัว’ สำหรับคุณอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้นะ” นักดูซีรีส์เกาหลี, DooKseries
IT: Welcome to Derry
“ซีรีส์ IT ของผู้สร้าง Andy Muschietti คือนิยามที่ชัดเจนของคำว่า ‘สนุก’ และ ‘ดี’ ในเรื่องเดียว นี่คือเรื่องราว 27 ปีก่อนหน้า IT ฉบับภาพยนตร์ที่ทั้งเติมเต็มมิติและเพิ่มมูลค่าให้กับแฟรนไชส์ IT ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่น่าติดตาม เต็มไปด้วยทวิสต์กับการเปิดเผยครั้งสำคัญ เล่นกับอารมณ์คนดูเก่ง และยังกล้า ไร้ปราณีสมกับที่มี DNA ของ HBO พร้อมกับคารวะผลงานต้นฉบับของ Stephen King และเชื่อมโยงไปยังผลงานอื่นอย่าง The Shinning ได้อย่างลงตัวในเวลาเดียวกัน” WATCHMAN, wmwatchman
Beyond The Bar
“ความรักคือสายรุ้งที่ส่องสว่างผ่านแถบสีของอารมณ์ ความรักเริ่มต้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล แต่นานไปความรักก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นเฉดสีอื่น รักเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ แต่เพียงเพราะว่ารักเปลี่ยนสีไม่ได้แปลว่ารักได้หมดลงแล้ว รักยังคงส่องแสงเจิดจ้าอยู่เสมอ”
นี่คือประโยคที่ติดตรึงอยู่ในหัวแบบสลัดไม่ออกแม้ซีรีส์จะจบลงไปนานแล้ว และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม Beyond The Bar ถึงได้เป็น Best of 2025 ของโชว์มีเดอะซีรีส์ แม้ตัวซีรีส์จะเป็นซีรีส์กฎหมายจ๋า สู้กันในศาลแบบโคตรดุเดือด แต่น่าแปลกที่ซีรีส์กลับร้อยเรียงและเล่าขานสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง ‘ความรัก’ ได้โคตรจะลึกซึ้ง หลายเคสในเรื่องนี้มักจะเน้นหยิบเอาเคสที่ค่อนข้างแปลกใหม่มาเล่นอย่างเคสเด็กมีอาการเจ็บปวดเหมือนถูกรถชนทั้งที่ไม่ได้ชน เคสตกลงใช้ชีวิตแต่งงานแบบไร้รัก เคสปฎิเสธการรักษานักโทษร้ายแรง เคสรูปวาดเหมือน
เราจะได้เห็นการตีความเคสแบบใหม่ในมุมมองทางกฎหมายและสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น การแก้เคสก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป ทั้งไปสู้กันในศาล การพยายามทำให้จบในขั้นไกล่เกลี่ย มีแพ้มีชนะสลับกัน ซึ่งดูเผิ่นๆ แต่ละตอนมันไม่น่าจะมีอะไรเชื่อมโยงกันได้เลย เพราะตลอดทางมันเหมือนเราได้ดูการแก้คดีใหม่ไปเรื่อยๆ ซะมากกว่า แต่เมื่อซีรีส์ค่อยๆ เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายทุกอย่างที่เราได้ดูมาตั้งแต่ต้นมันกลับหวนมาเชื่อมกันได้หมดอย่างน่าเหลือเชื่อ เรื่องราวของทุกตัวละคร ความรักในหลายเฉดสีได้ถูกขมวดจบได้แบบโคตรว้าว
มันน่าอัศจรรย์มากๆ ที่ซีรีส์กฎหมายกลับสามารถทำให้เราได้เรียนเรื่องรู้เรื่องความรักในหลายรูปแบบได้อย่างลึกซึ้งผ่านหลายมุมมองได้ขนาดนี้ แม้ตัวบทพระนางจะไม่ได้มีบทโรแมนต์กันเลยก็ตาม และนั่นก็เป็นส่วนที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นไปอีกที่ไม่ยัดเยียดบทโรแมนต์ให้กับพระนางของเรื่อง
อยากให้ทุกคนได้ดูซีรีส์ที่สวยงามเรื่องนี้จริงๆ ดูจบแล้วมั่นใจเลยว่าจะต้องได้อะไรกลับไปบ้างแน่นอน อย่างน้อยก็จะได้กลับไปนั่งตกตระกอนแล้วแน่ๆ ว่า “แล้วคุณหล่ะ คิดว่าความรักคืออะไร?“ โชว์มีเดอะซีรีส์, showmetheseries

