เชื่อได้เลยว่าสองหนุ่มฮอต เพิร์ล ศัจกร และพีค ภีมพล คงเข้ามาครองพื้นที่หัวใจของใครหลายคนไม่ใช่น้อย ผ่านฝีมือการแสดงในละครพีเรียดสุดเข้มข้นอย่าง สลักรักในแสงจันทร์ รวมไปถึงคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นชวนให้จับตาเส้นทางสายการแสดงของพวกเขา ด้วยเหตุนี้แอลจึงไม่พลาดชวนคู่ซี้เคมีไม่ธรรมดาคู่นี้มาเผยตัวตนอีกด้านผ่านเพลง หนัง และซีรี่ส์เรื่องโปรดที่ยกให้ขึ้นหิ้งในดวงใจ พร้อมเหตุผลที่จะทำให้คุณได้รู้จักอีกมุมของพวกเขาอย่างใกล้ชิดอีกระดับอย่างแน่นอน ไปดูกันได้เลย
Favorite Song: แค่นั้นเอง – ปลานิลเต็มบ้าน

PEARL: เพลง แค่นั้นเอง ของ ปลานิลเต็มบ้าน ครับ เพราะความหมายดี เป็นเรื่องราวของชีวิตที่ย่อมมีผิดหวังกันได้ แต่อย่าไปถามหาเลยว่าทำไม มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เราต้องมูฟออนต่อไป ไปเผชิญหน้ากับปัญหาใหม่ๆ ปกติชอบฟังเพลงทุกแนวเลย แล้วแต่อารมณ์ครับ ศิลปินคนโปรดในดวงใจ ผมว่าอาจจะเป็นพี่แอ๊ด คาราบาว เพราะชอบไลฟ์สไตล์ของเขา ชอบวิธีการคิด และชอบเพลงของเขาด้วย
Favorite Song: Talk To Me – Cavetown

PEAK: เพลง Talk To Me ของ Cavetown เป็นเพลงที่ฟังครั้งแรกตอนสมัยปี 2 แล้วรู้สึกว่ามันตรงกับทุกอย่างที่เราต้องการ ทั้งทำนองเพลงที่มีความอินดี้ ชิลล์ๆ หน่อย เนื้อเพลงพูดถึงการที่อยากบอกกับคนๆ หนึ่งว่า “คุณไม่ต้องเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่างหรอก ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร คุณจะเศร้าอยู่ไหมก็สามารถเล่าให้เราฟังได้นะ” ผมเป็นคนฟังเพลงหลากหลายแนว ไม่ได้มีตายตัว เปลี่ยนไปตามช่วงชีวิต แต่แนวที่ฟังบ่อยๆ น่าจะเป็นเพลงอินดี้ ฟังได้สบายๆ ซับซ้อนบ้าง ไม่ซับซ้อนบ้าง แต่ศิลปินที่ชอบของผมดันเป็นวงพังก์ร็อกที่ต่างจากอินดี้ไปเลย คือ My Chemical Romance ครับ ตอน ม.5 เพื่อนเอาหูฟังมาให้ลองฟัง ฟังแล้วน้ำตาไหลเลย เป็นวงที่ทำเพลงด้วยเนื้อหาลึกดี แม้จะเป็นวงพังก์ร็อก แต่เพลงที่ผมชอบกลับเป็นเพลงช้า อย่างเพลง Cancer
Favorite Movie: Eternity (2025)

PEARL: ผมขอเลือกที่เพิ่งดูล่าสุดคือ Eternity ครับ อยากแนะนำให้แฟนๆ แอลไทยแลนด์ได้ไปชมกัน เป็นอีกเรื่องที่เพิ่งมาใหม่ และผมลิสต์เอาไว้เลยว่าเป็นหนังโปรดในดวงใจ เมื่อได้ดูแล้วจะรู้สึกเติบโตขึ้น ซึ่งผมชอบหนังแนวนี้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีชุดความคิดมากมายที่พาให้รู้สึกว่าเข้าใจโลกนี้มากยิ่งขึ้น แนวภาพยนตร์ที่ชอบอาจไม่ถึงขั้นโรแมนติก แต่ชอบเรื่องที่ดูจบแล้วได้มุมมองใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย บางทีเขาอาจจะไม่ได้พูดไดอาล็อกนั้น แต่ทำให้เราคิดแบบนั้น ก็จะรู้สึกว่า ดีจังเลย เวลาดูหนังมักจะเลือกดูจากนักแสดงก่อน แล้วก็ลองดูตัวอย่างว่าเกี่ยวกับอะไร น่าสนใจไหม มูดแอนด์โทนเป็นอย่างไร
ส่วนนักแสดงคนโปรดคงเป็น Johnny Depp ด้วยอินเนอร์ที่เท่ แถมยังเล่นได้ดี สามารถเป็นคาแร็กเตอร์นั้นๆ ได้เลย เช่นเดียวกับ Will Smith ชวนให้อยากติดตามว่าเขาจะถ่ายทอดแต่ละบทออกมาอย่างไร
Favorite Movie: Before Sunrise (2025)

PEAK: หนึ่งในเรื่องโปรดตลอดกาลเลยก็คือ Before Sunrise เป็นหนังไดอาล็อกที่ตัวละคร รวมถึงคนดูได้เรียนรู้กันผ่านบทสนทนา มีทั้งความโรแมนติก มีเคมีที่ดีระหว่างพระเอกกับนางเอก และบทสนทนาที่แลกเปลี่ยนความคิดมุมมองขีวิตและความรักของทั้งคู่ที่ทั้งเหมือนและต่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งผู้กำกับได้สร้างมาจากชีวิตจริงของเขาโดยมีการดัดแปลงประมาณหนึ่ง เพื่อตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง สุดท้ายก็พบว่า เธอได้เสียไปก่อนภาพยนตร์จะฉาย แต่ในภาพยนตร์ทำออกมาได้โรแมนติกมาก ใครเป็นสายหนังโรแมนติกก็คงจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ จริงๆ ผมชอบหนังโรแมนติกเนี่ยแหละ หนังฟีลกู๊ด แต่อีกแนวที่ชอบคือหนังหักมุม นานๆ ทีอยากได้อะไรปวดหัวๆ ก็จะหาหนังหักมุมดู
จริงๆ ผมชอบ Leonardo Dicaprio ช่วงที่เริ่มดูหนังเยอะๆ สมัยมหาวิทยาลัย ผมก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมคนทั้งโลกถึงชอบเขา ไม่ใช่แค่หน้าตาที่ดี แต่เขามีความพยายามที่จะออกจากกรอบความ ‘หน้าตาดี’ ของเขา พิสูจน์ตัวเองว่า การแสดงของเขาเองก็ไปสุดทางเหมือนกัน เลยรู้สึกว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ดี เวลาที่เขาเล่นก็รู้สึกว่ามีเสน่ห์ดึงดูดใจเรา อีกคนคือ Brad Pitt เป็นคนที่บริหารเสน่ห์ทางการแสดงได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน บทบาทใด เขาก็จะมีความเท่ในแบบของตนที่มันไม่เคยหายไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีและสามารถจัดการเสน่ห์ของตัวเองได้ดี ส่วน Johnny Depp ไม่ว่าจะเล่นเรื่องอะไร เขาก็จะแสดงได้ไหลลื่นและแทบจะไม่เหลือตัวตนของ Johnny Depp ให้เห็นเท่าไหร่ รู้สึกว่าว้าวดีและเราสามารถศึกษางานของเขาได้เยอะ
Favorite Series: Stranger Things (2016-2025)

PEARL: ผมมีซีรี่ส์ที่ประทับใจเยอะเลย แต่ขอเลือก Stranger Things ที่ใช้เวลากว่า 10 ปีแล้ว จนกระทั่งจบลงในปีนี้ เพราะเราผูกพันกับตัวละครมานาน และเรื่องราวค่อนข้างแฟนตาซี แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ของเพื่อน พี่น้อง ครอบครัวเข้ามาเกี่ยว ยิ่งเวลายาวนานก็ยิ่งอิน ได้เห็นตัวละครเติบโตมา 10 ปีแล้ว ก็เลยชอบครับ แนวซีรี่ส์ที่ชอบก็จะคล้ายๆ ภาพยนตร์ ที่เราได้เรียนรู้ไปกับมัน แล้วรู้สึกชอบมุมมองในเรื่องนั้น ส่วนแนวที่อยากจะลองเล่นคงจะเป็นแนวที่เกี่ยวกับจิตใจ เป็นเรื่องราวที่คนดูแล้วอาจจะไม่เข้าใจ แต่หักมุมตอนท้ายก็น่าจะสนุกดี
Favorite Series: Reply 1988 (2015)

PEAK: ยกให้เป็นซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง Reply 1988 เป็นเรื่องโปรดที่ไม่เคยคิดว่าเราจะสามารถรักซีรี่ส์เรื่องหนึ่งได้มากขนาดนี้ แต่ซีรี่ส์เรื่องนี้ชวนให้อยากดูต่อตั้งแต่ตอนแรก และพอดูไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่าเราตกหลุมรักทุกตัวละคร เป็นเรื่องราวของหลากหลายครอบครัวที่อยู่ในซอยเดียวกัน เป็นชีวิตของคนเกาหลีในยุคสมัยนั้นที่อาจจะไม่ได้มีสถานะการเงินที่ดีมาก แต่ก็สามารถมีความสุขในยุคนั้นได้ด้วยการเจอเพื่อน การทานอาหารพร้อมหน้ากัน อบอุ่นมากๆ และหากมีโอกาสก็จะย้อนกลับไปดูเรื่อยๆ อีกเรื่องที่ชอบคือ Game of Thrones เป็นอีกแนวที่เมื่อดูแล้วรู้สึกอยากเล่นเป็นพระเอกมากเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากแสดงแนวต่อสู้แบบนี้บ้าง มีความแฟนตาซีหน่อยๆ ไม่ใช่แค่นั้น เพราะผมรู้สึกว่าเขาเขียนมาดีมาก คนแต่งคือ George R. R. Martin เขาสร้างโลกใหม่ขึ้นมา มีศาสนา มีเชื้อชาติ และมีเมือง มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องเรา ทำให้ทุกอย่างมีความกลมไปหมดจนเราเชื่อว่าสิ่งต่างๆ นี้มีอยู่จริง
นอกจากความสามารถทางการแสดงที่เป็นที่น่าจับตาแล้ว เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา สองหนุ่ม เพิร์ล ศัจกร และ พีค ภีมพล ยังได้พลิกบทบาทมาร่วมเดินแบบบนรันเวย์ Boy Scouts ELLE MEN Presented by XPENG ที่งานแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่อย่าง ELLE Fashion Week 2025 ซึ่งแอลก็ได้ตามติดทุกสเต็ปการเตรียมตัวของพวกเขา นับตั้งแต่ฟิตติ้ง แต่งหน้า ซ้อมเดินแบบ จนกระทั่งเดินเฉิดฉายบนรันเวย์มาให้ทุกคนได้ชมกันแล้ว!
อ่านเพิ่มเติม: เกาะติดทุกสเต็ป! เมื่อ เพิร์ล ศัจกร และ พีค ภีมพล มาเป็นนายแบบบนรันเวย์ ELLE Fashion Week 2025
และเร็วๆ นี้ ทั้งคู่ยังเตรียมจะพบปะกับแฟนๆ ผ่านทางงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีชื่อว่า PearlPeak 1st Fanmeeting: Together to the Moon ในวันที่ 25 มกราคมนี้ 2026 ที่ Phenix Grand Ballroom ชั้น 5 ชาว PeoPle ห้ามพลาด มาสัมผัสกับบรรยากาศความสนุกที่อบอวลไปด้วยกันได้เลย

