What’s On My Playlist: แนะนำหนังสือน่าอ่าน ที่เหล่าคนดังป้ายยาว่าเป็นเล่มโปรดของพวกเขา!

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติได้วนมาอีกครั้งพร้อมกับความครึกครื้นของวงการหนังสือ จากการตั้งหน้าตั้งตารอของเหล่านักอ่านทั้งหลาย ตลอดจนนัก(อยาก)อ่านอีกหลายคนที่ถึงเวลาได้ฤกษ์หยิบหนังสือเล่มที่ตนสนใจมาอ่าน หรือจะปัดฝุ่นหนังสือสักเล่มให้ออกจากกองดองก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน ซึ่งหากใครกำลังมองหาหนังสือดีๆ มาอ่าน แต่ไม่รู้จะเริ่มจากเล่มไหน ลองดูหนังสือเหล่านี้ที่คนดัง ทั้ง ตู ต้นตะวัน, โฟร์ท ณัฐวรรธน์, อิงฟ้า วราหะ, ชาล็อต ออสติน, ภู ธัชชัย, ตี๋ตี๋ วันพิชิต, ป๋อ ศุภการ, มิ้นท์ ภัทรศยา และ guncharlie มาป้ายยากับแอลไทยแลนด์ก็ได้ เผื่อคุณอาจได้เล่มโปรดเล่มใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปอีกทิศทางหนึ่งหลังจากได้ลองอ่านเลย!

เมษาลาตะวัน – September’s Blue

TU: เป็นเรื่องที่ตูชอบมาก อ่านแล้วอินมากๆ ก็คือ เมษาลาตะวันค่ะ (ELLE: เล่มนี้ตูเคยแนะนำให้แอลไทยแลนด์มาก่อนแล้ว แปลว่าชอบมากจริงๆ) จริงเหรอคะ ยังเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเสมอ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเด็กสองคนที่รู้สึกว่ามันสวยงามมากๆ ลองไปอ่านดูนะคะ เดี๋ยวมันจะสปอยล์ (หัวเราะ)

Atomic Habits – James Clear

FOURTH: แม้ตอนนี้จะยังอ่านไม่จบ แต่ขอเลือกเป็นเล่มนี้แล้วกันครับ ผมชอบแนวคิดของหนังสือเล่มนี้ Atomic Habits เพราะเป็นหนังสือที่พอได้อ่านแล้วก็ชวนให้อยากเก่งขึ้นในทุกๆ วัน ผ่านเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ทีละนิด ทีละหน่อย จนรวมกันกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ครับ

Good Vibes, Good Life: How Self-Love Is the Key to Unlocking Your Greatness – Vex King

ENGFA: หนังสือถ้ามีเวลาได้อ่านก็จะเป็นแนวฮีลใจต่างๆ จะเป็นประโยคแบบ วันนี้เธอเก่งมากแล้วนะ ส่วนมากก็จะเป็นเล่มที่แฟนคลับให้มา เราก็จะพยายามไล่อ่านให้ครบค่ะ มีเล่มหนึ่ง Good Vibes, Good Life แฟนๆ ให้มาเยอะมาก มีประมาณสิบเล่มได้ เขาอาจจะมองว่ามันตรงกับความคิดความอ่านของเราด้วย เลยอยากแนะนำเผื่อได้อะไรเพิ่มเติมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน จริงๆ มันก็ดีนะการอ่านหนังสือ อย่างแรกคือทำให้เรามีสมาธิในการอ่าน แต่สิ่งที่ตามมาคือข้อคิด หรือการปลดล็อกอะไรบางอย่าง เช่น ข้อคิด คติ แรงบันดาลใจต่างๆ ช่วยได้เยอะเหมือนกันนะ

The Let Them Theory – Mel Robbins

CHARLOTTE: ชื่อว่า The Let Them Theory ค่ะ รู้สึกว่ายิ่งโตยิ่งเจอหลายๆ เรื่อง เราไม่สามารถเก็บทุกเรื่องมาคิดได้ บางเรื่องอาจต้องปล่อยไปบ้าง หรือใครจะคิดอะไรกับเราก็ต้องปล่อยเขาไป Let Them แล้วก็ต้อง Let Me ด้วย ปล่อยให้เราได้มีความสุข ได้คิดหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเราด้วย ปกติชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยาหรือฮีลจิตใจอยู่แล้ว เพราะช่วยสอนอะไรเราหลายๆ อย่าง บางทีเราอาจไม่ต้องปล่อยก็ไป แต่พอเราได้อ่านหนังสือ ได้รู้ความหมายหรือวิธีการแก้ไข เราอาจจะได้ชีวิตได้แฮปปี้ ปล่อยวางยิ่งขึ้น จากคนคิดมากอาจจะไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น มีวิธีการแก้ไขแต่ละเรื่องที่แตกต่างกัน ถ้าไม่อ่านหนังสือก็จะไปแนวฮีลใจอื่นๆ ศาสตร์อื่นๆ เช่น Bowl Healing หรือ ธรรมะ ไปเลย

Pinocchio – Carlo Collodi

PHUTATCHAI: จริงๆ ผมอาจจะอ่านอะไรที่มันค่อนข้างแฟนตาซีสักนิดหนึ่งนะครับ แนวๆ PINOCCHIO อะไรแบบนี้ ตอนเด็กๆ ก็จะอ่านแนวการ์ตูน แต่ที่กลับมาอ่าน PINOCCHIO เพราะตอนเด็กๆ ดูแล้วรู้สึกชอบมาก เลยอยากกลับมาอ่านเพื่อเก็บดีเทล ลงรายละเอียดต่างๆ อยากรู้เรื่องราวของ PINOCCHIO ให้มากยิ่งขึ้นครับ

The Little Prince – Antoine De Saint-Exupéry

TEETEE: ทุกคนน่าจะเคยอ่านกัน คือเรื่อง เจ้าชายน้อย ครับ รู้สึกว่าเป็นหนังสือเล่มแรกที่พกมาที่กรุงเทพ เพราะมีพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่โรงเรียนเก่าเขารู้ว่าเราต้องเข้ามาในกรุงเทพ เลยให้มาในวันเกิด ยื่นมาแล้วบอกว่า “ลองอ่านเล่มนี้ดู เล่มนี้ดีมากเลยนะ ความหมายต่างๆ ในหนังสือดีมาก” ถ้ามีเวลาก็อยากลองกลับไปอ่านดูครับ ยังอ่านไม่จบเลย

POR: เราเคยทำงานแล้วได้เจอหนังสือเล่มนี้ด้วยกัน แล้วตี๋ก็บอกผมว่า มันเป็นหนังสือที่ศิลปินทุกคนต้องอ่านเลย ส่วนของผม จริงๆ เราไม่ได้เป็นสายอ่านหนังสือ แต่เล่มล่าสุดที่อ่านนั้นเกี่ยวกับหุ้น ประมาณ 4 ปีที่แล้ว เราอยากรู้ว่าจะมีวิธีหาเงินอย่างไรได้บ้าง เลยลองอ่านดู แต่อ่านได้ไม่นานเราก็เข้ารายการเซอไววัลพอดี เลยไม่ว่างแล้ว

Thinking, Fast and Slow – Daniel Kahneman

MINT: จริงๆ แล้วมิ้นท์ไม่ค่อยอ่านแนวนวนิยายเท่าไหร่ แต่จะอ่านพวกชีวประวัติซะเยอะ รวมไปถึงพวกแนวจิตวิทยา อย่างเรื่อง Thinking, Fast and Slow มิ้นท์ก็อ่านแล้ว หรือแนวแบบ The Power of Habit พวกนี้มิ้นท์ก็จะอ่าน เราจะไม่ค่อยอ่านแนวที่เป็น fiction ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ แต่จะอินกับแนวจิตวิทยาหรือ non-fiction มากกว่า รู้สึกว่าอ่านแล้วก็จะทำให้เข้าใจตัวเอง คนอื่น และสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวมากขึ้น

GUNCHARLIE: หนังสือเล่มโปรด อย่างที่บอกไปว่าผมชอบ Haruki Murakami เรื่องที่ชอบที่สุดเลยคือ Norwegian Wood เป็นเล่มที่อ่านช้าที่สุดด้วย อ่านเล่มอื่นจบมาก่อนจนไม่เหลืออะไรให้อ่านแล้ว ถึงมาเริ่มอ่านแบบ ไหนดูสิ ทำไมมันดังนัก สรุปอ่านแล้วอินมาก ตอนแรกคิดว่าจะไม่ชอบ เพราะผมชอบงานของ Murakami ที่มีความเซอเรียล จินตนาการเหนือชีวิตจริง แต่เรื่องนี้เรียลไปหน่อย ทว่ามันกลับเป็นดราม่าที่ไม่เหมือนที่เคยพบเคยเจอมาก่อน ได้ตกตะกอนกับตัวเองเยอะมากๆ รู้สึกผูกพันกับตัวละตรข้างในนั้น จำได้ว่าอ่านจบปิดหนังสือแล้วโหวงมาก นอนเหม่อเลย

Latest Posts

Don't Miss