จาก Hyoyeon จนถึง Lisa: ‘Resilience’ เครื่องมือฝ่ามรสุม จะล้มกี่ครั้งก็ลุกใหม่ได้เสมอ

เมื่อบนยอดเขาไม่มีทุ่งลาเวนเดอร์ ความสำเร็จของพวกเธอไม่ใช่เส้นตรงสุดเรียบง่าย แต่ฮโยยอน Girls’ Generation และลิซ่ายืนเด่นท้าทายสายลมแรงนั้นได้ ด้วยอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เรียกว่า ‘Resilience’ ศิลปะของการล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ  

ฮโยยอน: ไพ่ลับสุดรักของ Girls’ Generation

ฮโยยอนพูดเองหลายครั้งว่า เมมเบอร์ตัวดูดแฟนคลับของวง Girls’ Generation หรือ SNSD (So Nyeo Shi Dae) มักจะเป็นแทยอนหรือยุนอา มักเน่น้องน้อยอย่างซอฮยอนก็มักมีคนเอ็นดู ยูริเดินสายออกรายการวาไรตี้โชว์รัวๆ ขณะที่เธอได้ร้องไม่กี่วินาทีต่อเพลง และมักโดนจับไปอยู่หลังซูยอง จนโดนผมที่มีชีวิตของเมมเบอร์ตัวสูงที่สุดในวงสะบัดมาฟาดหน้าเอาบ่อยๆ

เมื่อไปทอล์กยาวเป็นชั่วโมงในไลฟ์ของช่องยูทูบ Chim Chak Man เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฮโยอนเล่าย้อนว่าช่วงที่ SNSD เพิ่งเดบิวต์ เธอซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กฝึกที่เต้นเก่งที่สุดคนหนึ่งของ SM กลับโดนวิจารณ์ว่าเต้นแรงไป ลามไปถึงเรื่องรูปลักษณ์ จากที่เคยคิดว่าทุกคนจะชื่นชอบในความสามารถ ฮโยยอนได้แต่ยิ้ม พูดและทำในสิ่งที่คนอื่นคาดหวังไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่เธอเริ่มสูญเสียตัวตน จนต้องถามตัวเองว่า “ฉันมาทำอะไรที่นี่”

DJ Hyo จนถึง Hyorisoo: การเกิดใหม่ด้วยตัวตนเดิม

เมื่อวงการเคป๊อปหมุนไปถึงยุคของศิลปินเจน 3, 4, 5 และเมมเบอร์ SNSD บ้างหันไปเป็นนักแสดงหรือทำเพลงโซโล่ ฮโยยอนบอกความประสงค์ของเธอกับ SM ว่า “ฉันอยากเป็นดีเจ” ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับศิลปินที่เคยขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพมาถึง 11 ปีที่จะไปเดินทางสายใหม่  

ก่อนที่ในปี 2024 ฮโยยอนจะออกจากเซฟโซนคนขี้อายในบทบาทยูทูเบอร์แห่งช่อง Hyo’s Level Up พื้นที่ที่เธอได้ฉายความเป็นตัวเองแบบไม่บันยะบันยัง ทั้งจังหวะปล่อยมุขโบ๊ะบ๊ะ ความตลกร้ายหน้าตาย คอมเมนต์เด็ดที่ทำคนฟังหน้าหงาย และความโก๊ะกัง ซึ่งคนใกล้ตัวของเธอรัก แต่คนนอกไม่ค่อยเห็น

กระทั่งช่วงกลางปี 2025 เมื่อเธอทำ mockumentary ที่ชื่อ Fake Kim Hyoyeon (ซึ่งแม้แต่แม่ของเธอยังพูดเองว่า นี่มันตัวตนลูกฉันชัดๆ) และเชื้อเชิญยูริและซูยองมาทำซับยูนิตที่เน้นเสียงร้องไฮคีย์ท้าทายซับยูนิตพลังเสียงสุดเซอร์ราวนด์อย่าง TSS ที่ประกอบไปด้วยตัวแม่ด้านโวคัลอย่างแทยอน ทิฟฟานีและซอฮยอน

จากมุกขำๆ ของเมมเบอร์ที่มีท่อนร้องเพลงละไม่กี่วินาที กลายเป็นโปรเจกต์ที่ทั้งวงการอยากให้เอาจริง จน SM ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน คือเดบิวต์วงที่เกิดจากคอนเทนต์ยูทูบ ‘Hyorisoo’ ซึ่ง อะแฮ่ม! ฮโยยอนได้เป็นทั้งลีดเดอร์ เซนเตอร์และเมนโวคัลของวง (เธอประท้วงว่า ซูยองซึ่งตัวสูงที่สุดไม่ควรเป็นเซนเตอร์เพราะ “แบบนั้นก็เหมือนนิ้วกลางน่ะสิ!” นี่ละมุขแบบฮโยยอน) ผ่านไปเกือบ 20 ปี ได้ยืนตรงกลางในที่สุดนะ ฮโยยอน

Lisa: ฟาดกลับด้วยอัตลักษณ์ ‘Thainess’

อีกฟากหนึ่งของเคป๊อป ศิลปินรายหนึ่งถูกโลกจับตามองตั้งแต่วันแรก ‘ลิซ่า’ ที่ทะยานขึ้นสู่สถานะซูเปอร์สตาร์ระดับโลก พร้อมกันนั้นเสียงวิจารณ์ตีกรรเชียงเคียงขนานมากับชื่อเสียงของเธอทั้งในบทบาทเมมเบอร์ BLACKPINK ศิลปินเดี่ยว นักแสดง ซีอีโอแห่งค่ายเพลง LLOUD โดยเฉพาะอัตลักษณ์ทางดนตรีที่ “ยังไม่ชัดว่าเป็นตัวเธอ” หรือ “ยังไม่เจอตัวตนทางดนตรีที่แท้จริง”

เป็นช่วงพักเบรกที่บ้านเกิดเมืองไทยนี่เอง ลิซ่ามีเวลาจูนใจกับสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมเธอขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือวัฒนธรรมแบบไทย-ไทย ภาพหัวลำโพง วงเวียนโอเดียน รองเมือง ยศเส เสาชิงช้า ไปจนถึงว่าวจุฬา มวยไทย ตุ๊กตุ๊ก และเหล่าแดนเซอร์ที่เคยเต้นโคฟเพลงของเธอ ล้วนเป็น ‘Thainess’ ที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของลิซ่า ซึ่งบรรจบอย่างพอเหมาะกับโทนเสียงสุด swag ในท่อนแรปสุด fierce เป็นต้นว่า

Bang bang Bangkok bang. Screaming ‘เก่งมาก’ with my gang. Baht be going in my bank til I’m going out with a bag. La la Lisa la diva. Sawadika there she go

‘Thainess’ จึงไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจ แต่เป็นแกนกลางอันรุ่มรวยและร่วมสมัยยิ่งกว่าบทเพลงใดๆ ของลิซ่าในซิงเกิลใหม่ SaWaDiKa และ Hello Sawadika ในเนื้อเพลง ไม่ใช่คำทักทายว่า ‘สวัสดีค่ะ’ แต่เป็นคำประกาศที่ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรือลดทอนตัวตนให้ ‘พอดีพองาม’ ว่า “Hello World! ฉันคือลิซ่า!!!!!!!” ที่น่าเอ็นดูไปอีกขั้นคือ บังชาน Stray Kids มิตรเก่าแก่ของลิซ่าบอกว่า SaWaDiKa คือเพลงโปรดประกอบการออกกำลังกายของเขา! ยืนยันว่าแม้จะเป็นงานดนตรีที่มีความเฉพาะทางวัฒนธรรมสูง แต่เข้าถึงคนได้กว้างมาก มากเสียจนโกยยอดวิวสูงเป็นประวัติการณ์ 76 ล้านวิวในวันเดียว

Resilience กล้ามเนื้อแห่งการฟื้นตัว

ทั้งฮโยยอนและลิซ่าต่างมี ‘Resilience’ ที่เปรียบเหมือนกล้ามเนื้อที่มีความยืดหยุ่นสูง จะถูกผลักซัดเซหรือถูกผลักล้มหน้าฟาดกี่ครั้ง ใครที่มีกล้ามเนื้อมัดนี้จะมีความสามารถในกาฟื้นตัวได้ดีเป็นพิเศษ ในกรณีของฮโยยอน Resilience ของเธอคือ “ฉันได้ยินในสิ่งที่อยากได้ยิน ฉันกรองสิ่งต่างๆ ให้ตัวเองรับรู้ได้” ส่วนในกรณีของลิซ่า Resilience ของเธอคือ “การกลับ ‘บ้าน’ ทำให้ฉันจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร” ดังที่กล่าวไว้ในพอดแคสต์กับ Owen Thiele และในกรณีของฮโยยอนและลิซ่า Resilience ของทั้งคู่คือ การกลับไปเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของตัวเอง

ฮโยยอนที่เคยเต้นอยู่ขอบไกลสุดของวงมาเกือบ 20 ปี ตอนนี้กลายเป็นเจ้าของช่องยูทูบยอดวิวหลักล้าน และได้เดบิวต์เป็นศิลปินใหม่ล่าสุดของวงการเคป๊อปเจน 6 ลิซ่าที่โดนโบยตีไปเสียทุกเรื่อง ฟาดกลับทุกคำวิจารณ์ด้วยการก้าวพ้นไปจากสถานะ ‘Global Star’ ไปเป็น ‘Thai-rooted Global Superstar’ หากจะ ‘ถอดบทเรียน’ สักอย่างได้จากเรื่องราวของพวกเธอ ขอให้เป็นการบ่มเพาะกล้ามเนื้อ Resilience ให้ทุกคนสามารถเด้งตัวกลับมายืนใหม่ได้ ต่อให้ต้องล้มสักกี่ครั้ง

Text: Suphakdipa Poolsap

Latest Posts

Don't Miss