Thursday, July 18, 2024

เก็บตก 5 ไฮไลต์สุดฮอตจากโชว์ของ Usher ที่งาน Super Bowl Halftime Show

ในค่ำคืนที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่าโชว์สุดอลังการในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลอย่าง Super Bowl เพราะในครั้งนี้ศิลปินเฮดไลเนอร์อย่าง Usher มาพร้อมกับการแสดงที่ทำเวทีลุกเป็นไฟเลยก็ว่าได้ และถ้าหากใครที่พลาดอะไรจากโชว์นี้ไปก็ไม่ต้องห่วง เพราะแอลเก็บตกทุกโมเมนต์และทุกไฮไลต์จากโชว์นี้มาให้คุณได้ชมกันแล้วที่นี่!

The Headliner

สำหรับโชว์ที่คนอเมริกันและคนทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยที่จะได้ชม การเลือกศิลปินมาขึ้นเวทีนี้ก็ต้องเลือกนักร้องระดับตำนานที่มีทั้งความสามารถ มีผลงานมาตลอดหลายปี และต้องเป็นไอคอนแห่งยุค ดังนั้นในปีนี้พวกเขาจึงได้เลือกศิลปิน R&B ที่ผู้คนทั่วโลกชื่นชมอย่าง Usher มาเป็นเฮดไลเนอร์ประจำปีนี้

ซึ่งในช่วงที่เขาถูกเลือกให้เป็นศิลปินหลักของงาน เขาก็กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติในชีวิตเป็นอย่างมากเลยที่ผมได้ขีดเช็กงาน Super Bowl ออกจากลิสต์ที่ผมอยากทำในชีวิต รอแทบไม่ไหวแล้วที่จะได้ทำโชว์เจ๋งๆ ที่ผมไม่เคยทำที่ไหนมาก่อนให้โลกได้ชม!” และในวันนี้ที่โชว์เกิดขึ้นก็ต้องบอกว่าไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขาขนเพลงฮิตจากตลอดระยะเวลา 30 ปีที่เขาเป็นศิลปินมาร้องบนโชว์หลายต่อหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น Caught Up, You Don’t Have To Call, Superstar, Love in This Club, U Got It Bad, OMG หรือ Yeah! พร้อมกับยังชวนศิลปินคนอื่นๆ มาแจมในโชว์ด้วยเช่นกัน

The Guest

อย่างที่กล่าวไปในข้อแรกว่าเขามีเกสต์มาร่วมแจม ดังนั้นในโชว์ในช่วงพักครึ่งนี้ยังเต็มไปด้วยแขกรับเชิญผู้เป็นศิลปินระดับโลกมาร่วมสร้างสีสันมากมาย อาทิ Alicia Keys, Ludacris, Lil Jon, Will I Am และ H.E.R ซึ่งนับตั้งแต่พวกเขาปรากฏตัวบนเวที หลายคนก็ถึงกับพูดว่านี่เป็นโชว์ที่ปังที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว เพราะเขาทำถึงจริงๆ!

นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์ที่ทำให้แฟนเพลงยุค 2000s ต้องกรี๊ดกันไม่หยุด คือโมเมนต์ที่ศิลปินตัวแม่ Alicia Keys ขึ้นมาร้องเพลง My Boo ซึ่งเป็นเพลงฮิตที่พวกเขาทั้งสองคนเคยมาร่วมฟีตเจอริ่งกันเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นการโคจรมาพบกันบนเวทีอีกครั้งในรอบหลายปีที่ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นและชุบชูใจได้ดีเลยทีเดียวล่ะ

Custom Suit only For Usher and Alicia Keys

ในเมื่อเป็นโชว์ไฮไลต์ของงาน จะให้ศิลปินใส่ชุดธรรมดาก็คงไม่ได้ เพราะในครั้งนี้ Usher ก็สวมใส่ลุคสั่งตัดถึง 2 ชุด โดยลุคสีขาวสุดเท่นั้นมาจากฝีมือของ Dolce & Gabbana ส่วนลุคสีน้ำเงินสุดระยิบระยับเป็นของ Off-White ที่มีความพิเศษด้วยการปักคริสตัลกว่า 340,000 เม็ด ซึ่งเขาสวมมันในขณะที่เต้นไปพร้อมๆ กับการเล่นโรลเลอร์สเกต ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรองเท้า Air Jordan 4S ที่คัสตอมพิเศษจาก Shoe Surgeon เช่นกัน

ในขณะที่ศิลปินตัวแม่แห่งยุคอย่าง Alicia Keys ก็มาในลุคคัสตอมสีแดงสุดเปล่งประกายจาก Dolce & Gabbana เข่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นชุดพิเศษที่สั่งทำมาเพื่องานพิเศษอย่างแท้จริง

New Roller Skate Collab

สิ่งหนึ่งที่ทำให้โชว์นี้ของเขาน่าสนใจมากยิ่งขึ้น คือโชว์เพลงที่เขาร้องเพลงและเล่นโรลเลอร์สเกตไปด้วย ซึ่งรองเท้าสเกตสีน้ำเงินคู่นี้คืองานคอลแลบของเขากับแบรนด์รองเท้าสเกตชื่อดังอย่าง Flipper’s Riedell ที่ตัวรองเท้าจะเป็นหนังกลับสีดำประดับด้านบนด้วยดีเทลสีน้ำเงิน ซึ่งรุ่นนี้จะเป็น Custom Made ที่สามารถจับจองได้แล้วในราคา 1,450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 52,000 บาท ทางเว็บไซต์ Flipper’s World แต่ตัวที่อัชเชอร์ใส่นั้นจะพิเศษกว่ารุ่นที่ขายเล็กน้อย เพราะจะมีลวดลายเขียวนีออนประดับอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาร่วมงานกับแบรนด์รองเท้าสเกตแบรนด์นี้ เพราะที่ผ่านมาตัวอัชเชอร์เองมีความสนใจในตัวกีฬาสเกตอยู่แล้วและยังเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์นี้มาแล้วถึง 2 ปีด้วย

The Epic Show

เชื่อว่าถ้าหากใครมีโอกาสชมโชว์ครั้งนี้ของ Usher ไม่ว่าจะในงานหรือในไลฟ์ทั่วโลกต่างก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือมหากาพย์โชว์เพราะเขาขนเพลงฮิตจากยุค 2000s ที่เราเชื่อว่าเมื่อได้ยินแล้ว ใครๆ ก็ต้องร้องตามได้ทุกท่อนมาไว้ในโชว์ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังชวนเกสต์คนสำคัญอีกหลายต่อหลายคนมาขึ้นแสดงด้วย แต่อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนๆ หลายคนชื่นชมก็คือเขาเป็นศิลปินผิวดำที่สร้างผลงานอันน่าจดจำเอาไว้ ทั้งยังเชิญศิลปินหญิงผิวดำอีก 2 คนอย่าง Alicia Keys และ H.E.R มาร่วมขึ้นเวทีในครั้งนี้ มันจึงเปรียบเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์อันสำคัญของคนผิวดำในโลกป๊อปคัลเจอร์อเมริกันด้วยเช่นเดียวกัน

Advertisement

Latest Posts

Don't Miss

Stay in touch

To be updated with all the latest news, offers and special announcements.