สรุปทุกโมเมนต์และเรื่องราวที่สายแฟไม่ควรพลาดจาก Men’s Fashion Week Spring/Summer 2026

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับแฟชั่นวีกผู้ชายฤดูกาล Spring/Summer 2026 ซึ่งคราวนี้ข้ามจากลอนดอน มาเริ่มต้นที่มิลานสู่ปารีส แม้ฟังดูความยิ่งใหญ่ของแฟชั่นวีกผู้ชายจะลดน้อยลง เพราะหลายๆ แบรนด์หันไปจัดโชว์รวมผู้ชาย-ผู้หญิง แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้แบรนด์ต่างๆ ดร็อปลงแม้แต่น้อย หลายๆ แบรนด์ใหญ่ยังคงเสิร์ฟคอลเล็กชั่นที่ประทับใจ ความครีเอทีฟที่จัดเต็มในโชว์ ตลอดจนเหล่าเซเลบริตี้ชาวไทยที่เสริมทัพความแข็งแกร่งของกระแสเซเลบไทยให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะทั้งแขกขาประจำที่ไปทุกซีซั่นหรือจะเป็นหน้าใหม่ที่ไปชิมลางเป็นครั้งแรก แอลขออาสาพาทุกคนไปรีแคปโมเมนต์ที่ไม่ควรพลาดจากแฟชั่นวีกผู้ชายที่ผ่านมากันว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง?

#1 Who Got The Spotlight!

เรามาเริ่มต้นกันที่โชว์สุดประทับใจจากเหล่าแบรนด์แม่เหล็กที่ใครๆ ต่างยกให้เป็นโชว์ที่น่าจับตามอง โดยแน่นอนว่าซีซั่นนี้เปิดประเดิมกันที่มิลาน โดยโชว์ของ Prada เป็นหนึ่งโชว์ที่รวมเหล่าคนดังจากประเทศต่างๆ ไว้เต็มพิกัดเหมือนเคย ในขณะที่คอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ 2 ดีไซเนอร์ระดับหัวกะทิแห่งยุค Miuccia Prada และ Raf Simons ก็ยังคงเสิร์ฟความสดใหม่ที่ตอกย้ำความลงตัวของสไตล์มินิมัลและความไม่เหมือนใครผ่านกางเกง super shorts, การแมตช์แทร็กสูทกับสูทเทเลอร์, หมวกสานดีไซน์เก๋ที่เพิ่มสีสันให้ลุคโดดเด่น ตลอดจนการจับคู่สีที่แปลกใหม่ให้กับเราได้ไอเดียในการแต่งตัวตาม ในขณะเดียวกัน Vivienne Westwood ก็ได้มาเยือนมิลานพร้อมจัดโชว์คอลเล็กชั่นผู้ชายเต็มรูปแบบครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งยังคงนำเสนอแฟชั่นสุดขบถ โนแคร์ โนสนเทรนด์ใดๆ ซึ่ง Andreas Kronthaler ยังสนุกกับการรื้อโครงสร้างเสื้อผ้าสู่ความแปลกใหม่ การทดลองใหม่ๆ หยิบสไตล์เฟมินีนมาบิดให้กลายเป็นเสื้อผ้าผู้ชายที่ดูไร้เพศdd

เดินทางต่อกันมาที่ปารีส เริ่มวันแรกแบบตื่นตาตื่นใจที่โชว์ Louis Vuitton โดย Pharrell Williams ที่เสกฉากบนรันเวย์เป็นลวดลายเกมบันไดงู ณ ลาน Place Georges Pompidou เพื่อนำเสนอคอลเล็กชั่น Indian Sartorialism ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของอินเดีย มาร้อยเรียงผ่านซิลูเอ็ตเข้าใจง่ายในแบบฉบับของหนุ่ม LV ที่ล้วนสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังไม่ละทิ้งกลิ่นอายความสนุกของ Pharrell ด้วยการหยอดลวดลายการ์ตูนสิงสาราสัตว์บนเสื้อผ้าตลอดจนกระเป๋า นี่ยังไม่รวมเหล่าแอมบาสซาเดอร์และเซเลบริตี้ที่พร้อมใจลัดฟ้ามาร่วมชมโชว์ในครั้งนี้ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นโชว์เปิดปารีสในวันแรกได้อย่างสมศักดิ์ศรีสุดๆ

หลังจาก Dries Van Noten โบกมือลาแบรนด์ตัวเองพร้อมส่งไม้ต่อให้ Julian Klausner ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ ฤดูกาลนี้จึงเป็นรันเวย์โชว์ครั้งแรกที่เราจะได้สัมผัสนิยามใหม่ของแบรนด์ที่ลดทอนแฟชั่นแบบทางการให้ดูลำลองขึ้น การหยิบยืมเสื้อผ้าผู้หญิงมาดัดแปลงให้ผู้ชายใส่ได้จริง และยังไม่ลืมแก่นแท้ของแบรนด์อย่างลวดลายและงานปักประดับสุดประณีตที่ตอกย้ำคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ ปิดท้ายกันที่โชว์สุดไวรัลอย่าง Rick Owens ที่เป็นมากกว่าการนำเสนอคอลเล็กชั่น แต่เป็นพื้นที่ระเบิดความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบของแบรนด์ เหล่าโมเดลที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ ปีนป่ายที่สูง ตลอดจนห้อยโหนกายกรรม ซึ่งภาพที่เห็นอาจทำให้หลายคนนึกไปถึงพิธีบูชายัญ แถมเขายังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าจะเปิดบัญชี OnlyFans ของตนเอง พร้อมลงเพียงแค่ภาพถ่ายเท้าของเขาเพียงอย่างเดียว เอาเป็นว่าเสื้อผ้าเป็นอย่างไรก็ตอบได้ว่าดีเอ็นเอเดิมยังชัดเจน รักษามาตรฐานอันดีงามที่ถูกใจสาวกแบรนด์ แต่ซีซั่นนี้ขโมยซีนไปหลายประเด็นจนเราไม่พูดถึงไม่ได้เลยล่ะ

#2 Jonathan Anderson Makes Dior Debut

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นโชว์ที่คนทั่วโลกตั้งตาคอยมากที่สุดโชว์หนึ่งของซีซั่นนี้ กับการโหมโรงสู่ยุคใหม่ของ Dior ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Jonathan Anderson กับ Dior Homme Summer 2025 ซึ่งเพียงแค่เริ่มก็สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเราตั้งแต่ก่อนเริ่มโชว์ไล่มาตั้งแต่ invitation หรือการไลฟ์โมเมนต์ของเหล่าแอมบาสซาเดอร์และแขกคนสำคัญบนรถขณะเดินทางมาที่จัดโชว์ที่ Hôtel des Invalides โดยบรรยากาศภายในโชว์ที่เนรมิตราวกับเป็นแกลอรี่พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเดบิวต์ของ Jonathan

แน่นอนว่าการเข้ามารับช่วงต่อแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน การหยิบผลงานอาร์ไคฟพร้อมศึกษาตัวตนและดีเอ็นเอของแบรนด์เปรียบเสมือนบทเรียนแรกที่ดีไซเนอร์ทุกคนต้องผ่านบททดสอบนี้ โดย Jonathan หยิบเอาชิ้นงานอาร์ไคฟ์ของแบรนด์กับป๊อปคัลเจอร์ผสมผสานผ่านการ deconstruction ฟอร์มของเสื้อผ้าทางการให้ดูแคชวลและโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังห่อหุ้มคอลเล็กชั่นด้วยกลิ่นอายของบริติชสไตล์เข้ามาสร้างลายเซ็นของเขาให้กับเมซงอันเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นบาร์แจ็กเกต, เสื้อกั๊กจากศตวรรษที่ 18–19, กางเกาคาร์โก้แปลกตาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเดรสจากคอลเล็กชั่นโอตกูตูร์จากปี 1948, เสื้อโค้ตอัดพลีต, เนกไทสไตล์ทหาร, ผ้าทวีด Donegal ตลอดจนไอเท็มที่ดูใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันที่ถูกนำมาดีไซน์ให้สดใหม่ ทั้งชุดเดนิมหรือเสื้อเชิ้ตลายทางที่สร้างความสนุกให้กับคอลเล็กชั่นด้วยการสไตลิ่งที่น่าสนใจ อย่างการพับขากางเกงหรือแขนเสื้อข้างเดียว, การปล่อยชายเสื้อเชิ้ตไว้นอกกางเกง, การผูกเนกไทในสไตล์ใหม่ๆ ในขณะเดียวกันแอ็กเซสเซอรี่ส์ก็โดดเด่นและสร้างความแปลกใหม่ให้กับสาวกแบรนด์ไม่น้อย อาทิกระเป๋า Dior Book Tote ได้รับการออกแบบให้เหมือนปกหนังสือ เช่นฉบับ Saint Pères ของ Les Fleurs du Mal โดย Charles Baudelaire และ In Cold Blood โดย Truman Capote ส่วนกระเป๋า Lady Dior ได้รับการตีความใหม่โดยศิลปิน Sheila Hicks นับว่าเป็นโชว์เปิดตัวของ Jonathan พร้อมเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ Dior ได้อย่างน่าประทับใจ

#3 New Names to Know

หลังจบโชว์จากมิลานและปารีสในฤดูกาล Spring/Summer 2026 สิ่งที่สะดุดตาไม่แพ้ชื่อใหญ่ในตารางโชว์ คือการมาถึงของเหล่าแบรนด์แฟชั่นน้องใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาจัดโชว์ในเมืองแฟชั่นระดับโลกเป็นครั้งแรก หลายชื่ออาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก แต่เมื่อดูจบแล้วต้องยอมรับตรงกันว่า พวกเขาทำได้ดีเกินกว่าที่ใครคาดไว้มาก ทั้งในด้านแนวคิด การเล่าเรื่อง และดีไซน์ที่กล้าทดลองไม่เหมือนใคร ในฝั่งมิลานหนึ่งในชื่อที่น่าจับตามองที่สุดคือ Setchu แบรนด์ของ Satoshi Kuwata ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นเจ้าของรางวัล LVMH Prize 2023 ที่ยังคงเดินหน้าพิสูจน์ฝีมือได้อย่างสง่างาม คอลเล็กชั่นนี้เขาหยิบแรงบันดาลใจจากรุ้งเหนือ Victoria Falls มาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่ไม่ว่างเปล่า ถักสานจากชนพื้นเมืองในแอฟริกาถูกนำมาผสานกับซิลูเอตต์แบบญี่ปุ่น

ส่วนที่ปารีสก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะตารางโชว์ปีนี้เต็มไปด้วยชื่อใหม่ที่ทั้งสด กล้า และจริงจังในแนวทางของตัวเองอย่างน่าประทับใจ ตั้งแต่โชว์ของ Doublet ที่พาเราออกนอกกรอบรันเวย์แฟชั่นแบบเดิมๆ ด้วยการจัดโชว์กลางฟาร์มเมืองในคอนเซ็ปต์ Itadakimasu ด้วยเสื้อแจ็กเก็ตลายผัก โค้ตพองฟูคล้ายมะเขือม่วง และดีเทลที่ทั้งขำ ทั้งคิดมาแล้วในทุกชิ้น ดูเผินๆ อาจเหมือนโชว์ที่มาเอาฮา แต่จริงๆ แล้วกลับเต็มไปด้วยสารที่พูดถึงความยั่งยืนและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างมีสไตล์

อีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าชื่นชมคือ Wooyoungmi จากโซล ที่แม้จะอยู่ในวงการมานานกว่า 20 ปีแต่กลับรีเฟรชภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจนในซีซันนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Dancing Texture ที่เล่าเรื่องฤดูร้อนในกรุงโซลได้อย่างมีชีวิต ผ่านเสื้อเชิ้ตบางเบา กางเกงผ้าลื่นทรงหลวม และชุดว่ายน้ำสไตล์โซลยุค 70s แล้วก็มี KidSuper ที่ไม่เคยทำให้โชว์ของตัวเองน่าเบื่อเลย ครั้งนี้เขายกนิทานขึ้นรันเวย์ในชื่อ The Boy Who Jumped the Moon พร้อมฉากเปิดตัวเป็นหนังสือยักษ์ที่เล่าเรื่องผ่านเสียงของ Craig Ferguson ก่อนโมเดลจะทยอยเดินออกมาพร้อมเสื้อผ้าลายพระจันทร์ ลูกฟุตบอล และโค้ตโอเวอร์ไซซ์พองฟู ทุกอย่างดูเหมือนการ์ตูนที่มีชีวิต แต่ก็ไม่เคยหลุดกรอบของแฟชั่น เพราะทุกลุคยังเต็มไปด้วยฝีมือด้านการออกแบบที่แข็งแรง

สุดท้ายคือ Egonlab ที่จัดโชว์ได้อย่างอบอุ่นและละเมียดละไม พาเราย้อนกลับไปสู่ Brittany ภูมิภาคทางตะวันตกของฝรั่งเศสผ่านเสื้อผ้าแบบ unisex ที่หยิบงานฝีมือดั้งเดิมอย่างลูกไม้ หมวกสไตล์พื้นเมือง และโครงสร้างเสื้อผ้าที่ย้อนยุคเล็กๆ มาปรับให้ร่วมสมัยและ inclusive ได้อย่างพอดี ทั้งหมดนี้คือแบรนด์ที่อาจยังเป็นชื่อใหม่ในวงการและอาจจะยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก แต่กำลังแสดงให้เห็นถึงแนวทาง ความคิด และพลังสร้างสรรค์ที่ไม่เป็นรองใคร และในโลกแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเคย ชื่อใหม่เหล่านี้อาจกลายเป็นเสียงหลักในอนาคตที่คุณไม่อยากพลาดตั้งแต่วันนี้

#4 Thai Stars To Shine

แน่นอนว่าสัปดาห์แห่งแฟชั่นนั้นจะขาดโมเมนต์สุดพิเศษจากเหล่าคนดังไปไม่ได้ โดยเฉพาะเหล่าเซเลบริตี้ฝั่งไทยที่ยังคงสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการแฟชั่นโลกอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้เหล่าแขกคนพิเศษของแบรนด์ก็ตบเท้าเข้ามาชมโชว์อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นเหล่าแอมบาสซาเดอร์ขาประจำอย่าง วิน เมธวิน Prada Ambassador รวมถึง ไบร์ท วชิรวิชญ์ ก็กลับไปเยือนโชว์ของ AMI เป็นครั้งที่ 3 อีกทั้งยังมี เฮ้าส์แอมบาสซาเดอร์ Dior มาย ภาคภูมิ และ อาโป ณัฐวิญญ์ ที่โชว์ Dior ก่อนจะเรียกแสงแฟลชรัวๆ กับหนุ่มแบมแบม เฮ้าส์แอมบาสซาเดอร์ Louis Vuitton

แต่นอกจากเหล่าขาประจำแต่ละคนแล้ว มิลานและปารีสในฤดูกาล Spring/Summer 2026 ถือเป็นการเดบิวต์ของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะหนุ่ม โฟร์ท ณัฐวรรธน์ ที่โชว์ของ Louis Vuitton เรียกได้ว่านี้คือการไปปรากฏตัวได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับครั้งแรก นอกจากนี้ยังมียังการร่วมชมโชว์ Prada ครั้งแรก ของ น้ำตาล ทิพนารี ที่มาร่วมชมในฐานะแขกคนพิเศษที่ Prada และนอกจากนี้ โทมัส ธีร์ทัศน์ และ ก้อง ก้องภพ ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ร่วมชมโชว์ Yohji Yamamoto และ 3.PARADIS ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ฝั่ง วง BUS because of you i shine ก็ส่งตัวแทนมา ไม่ว่าจะเป็น ภีมวสุ ที่ร่วมชมโชว์ JUUN.J และ ไทย ชญานนท์ กับ เน็กซ์ ณัฐกิตติ์ ที่ไปร่วมชมโชว์จาก KENZO ถือว่าเป็นประเดิมครั้งแรกของแฟชั่นวีกได้สมฐานะวง T-POP ในไทย สิ่งนี้ทำให้เรามองเห็นถึงอนาคตว่าต่อจากนี้จะไม่ได้มีแค่หน้าเดิมๆ ที่ได้เข้ามาชมโชว์ แฟชั่นวีกกลายเป็นอีกหนึ่งมุดหมายที่ทำให้เหล่านักแสดงไทยได้มีที่ยืนในระดับโลก และทำให้เห็นว่าโลกแฟชั่นได้เปิดโอกาสให้คนไทยมีจุดยื่น

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่: ปารีสเปล่งประกาย! นี่คือฟรอนต์โรวชาวไทยที่เข้าร่วมชม Paris Men’s Fashion Week 2026

#5 It’s All About Stripes

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามแฟชั่นวีกในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะโชว์ของแบรนด์ใหญ่หรือแบรนด์นอกกระแสที่ทำผลงานกันได้ดีไม่แพ้กัน หนึ่งเทรนด์ที่สะดุดตาเราไม่ว่าแบรนด์นั้นจะเป็นสไตล์ไหน สิ่งที่เราเห็นบนรันเวย์บ่อยที่สุดคงไม่พ้นเสื้อผ้าลายทาง ฟังดูเป็นแฟชั่นคลาสสิกที่ใครก็มีติดตู้ แต่เหล่าดีไซเนอร์พร้อมใจผสมผสานลายทาง บอกเล่าผ่านเรื่องราวที่แตกต่าง สไตล์เฉพาะตัว จะเรียบหรู สไตล์หนุ่มปารีเซียงแบบ Hermes, จัดจ้านในความแม็กซิมัลแบบ Dolce&Gabbana, เชิ้ตลายทางสีฟ้าที่การันตีว่าได้หยิบกลับมาใส่แน่นอนจาก Louis Vuitton และ Dior, ลุคกึ่งทางการที่เหมือนจะใส่ไปทำงานได้แต่ก็ชิกขั้นสุดจนต้องกดเลิฟจาก Saint Laurent และอีกหลากหลายแบรนด์ที่ช่วยกันคอนเฟิร์มการกลับมาของเทรนด์นี้

Latest Posts

Don't Miss