เมื่อ ‘ตำหนิ’ คือความโหยหาใหม่ในยุคเอไอ จาก The Art of Sarah ถึง Old iPhone

เป็นเหมือนกันไหมที่ดูคลิปแมวฮีลใจ แล้วเจอคอมเมนต์ว่า “นี่มันแมวจริงหรือแมวเอไอ?” ที่ทำเอาเซ็งจนขอกลับไปดูแมวดำทั้งสามแห่งบ้าน The ภาระหรือน้องไอวี่ แมวไม่มีมือดีกว่า เมื่อความจริง-ความปลอมแบ่งกันด้วยเส้นบางเฉียบแบบอัลตร้าสลิม บางคนกระแทกกลับด้วยการควานหาสิ่งที่เอไอทำไม่ได้ สิ่งซึ่งบ่งบอกความเป็นมนุษย์ นั่นคือ ‘ตำหนิ’

แบรนด์เนมแท้ไม่เพอร์เฟ็กต์ แต่ Superfake กลับไร้ตำหนิ

The Art of Sarah ซีรีส์ที่ยั่วล้อกับความมืดบอดของ ‘คนแฟชึ่น’ ซึ่งตาเป็นต้อดั่งโรคระบาด พวกเขามีเงินสอยกระเป๋าแสนแพงมาคล้องแขนวี แต่หาได้เฉลียวใจว่าจ่ายให้กับ ‘คุณค่า’ หรือ ‘มูลค่า’ ของกระเป๋ากันแน่

Sarah Kim รอดจากโรคต้อนั่นมาได้ และพลิกจุดบอดมา Boudoir แบรนด์ Superfake ที่เฟกที่สุดและ(อาจ)แพงที่สุดก็เป็นได้กับกระเป๋าใบละล้านที่ปลอมตั้งแต่เจ้าของแบรนด์ยันช่างเย็บหนัง แต่กลับขายดีจนคนต่อคิวหน้าร้านทุกวันด้วยการสร้างเฟกนิวส์ว่าเป็นแบรนด์ยุโรปที่คน Top 1% ใช้กัน ใครขมวดคิ้วว่า ไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้มาก่อนเลยแฮะ จึงเท่ากับประจานกำพืดตัวเองว่า เพราะคุณไม่ใช่คนระดับยอดพีระมิดของโลกไงล่ะ

อันที่จริง Boudoir สามารถจะเป็นแบรนด์เนมแท้ขายดีได้ดุจเดียวกับ Lady Dior ที่ซาร่าห์ถวิลหา แต่อาจใช้เวลานานกว่ามาก หรืออาจไม่ได้เกิดเลยหากทำการตลาดแบบทั่วไปว่า ‘เปิดตัว Boudoir แบรนด์กระเป๋าดีไซน์เก๋ ใช้วัสดุพรีเมียม งานฝีมือชั้นเลิศ จากน้ำพักน้ำแรงหญิงแกร่งสร้างตัว’ ซึ่งขายความจริงทุกอย่าง แต่การขายด้วยวิธีซูเปอร์เฟก 100% ที่ซาร่าห์ใช้ให้ความชัวร์กว่าว่าจะทำให้ Boudoir ดังปานสายฟ้าแลบแบบเผลอหลับไปแป๊บ ตื่นมาเจอ Boudoir กลายเป็นกระเป๋าไวรัลล้านวิวใน TikTok ไปซะแล้ว    

แต่จุดพลาดของ Boudoir ก็เป็นความไร้ที่ตินี้เอง เพราะผู้ผลิตซูเปอร์เฟกพยายามก็อปปี้ทุกรายละเอียดเสียจนไร้ตำหนิ ด้วยความกลัวว่าจะไม่เหมือนของแท้ จนเกิน ‘สมบูรณ์แบบ’ ในขณะที่แบรนด์เนมของแท้กลับแข่งกันเอา human error มาเป็นจุดขาย (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับงานชุ่ย) ในนามของ “งานคราฟต์” กระทั่งเป็นจุดแยกแยะระหว่าง “ของแท้กับของปลอม” ด้วยซ้ำ

Photo: X@netflixth

เหมือนกับ Birkin Porosus หนังจระเข้น้ำเค็มสีแดงและ Birkin หนังนกกระจอกเทศสีม่วงของซาร่าห์ ซึ่งไร้ตำหนิระดับที่เพชรบนตัวล็อกเท่ากันเป๊ะทุกเม็ด วางเรียงกันไม่แตกแถว และเหมือนกันทุกใบเสียจน ‘ปลอม’ ขณะที่ของแท้กลับไม่มีใบไหนเลยที่เหมือนกัน แต่ละใบมี ‘ความหลุด’ เล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นเสมือนตราประทับฝีมือมนุษย์ที่เก่งกาจเพียงไรก็ไม่อาจสร้างงานทำมือที่เหมือนโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันได้ 100%  ซาราห์ เธอเป๊ะ แต่เธอเป๊ะเกินไป

Old iPhone ที่ถ่ายรูปออกมาสียมอมเหลือง แต่เจนซีบอก I Love It!

ในกระเป๋าของ Rei วง IVE เธอพก iPhone 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด อีกเครื่องเป็นรุ่นเก่าที่เธอบอกว่า “มีไว้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ” เรย์ไม่ใช่แค่คนเดียวที่หันมาพกไอโฟน 2 เครื่อง มีคนจำนวนไม่น้อยที่ทำแบบเดียวกัน เพราะพิสมัยภาพสีอมเหลือง เกรนแตกนิดๆ เหมือนใช้กล้องดิจิทัลถ่ายของ Old iPhone อย่างรุ่น 4 หรือ 5s

กระแสนี้แม้จะ niche แต่สะท้อนการต่อต้านเอไอที่พยายามพาเราเข้าเส้นชัยความไร้ที่ติ ซึ่งในทางหนึ่งกลับดูไร้เสน่ห์และได้มาเร็วเกินไป นอกจากไอโฟนรุ่นเก่าจะให้ภาพสีเพี้ยนแล้ว ความช้าของเครื่องและการต้องกดปุ่ม Home แบบที่เป็นปุ่มจริงๆ ก่อนที่ Apple จะเริ่มกำจัดมันทิ้งไปเมื่อปี 2016 นับแต่ไอโฟน 7 ยังเป็นอีกอย่างที่หลายคนหันไปใช้ไอโฟนรุ่นเก่า ภาพสีอมเหลือง เกรนแตก ปุ่มกด คือร่องรอยของอดีตที่เต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ ราวกับจะบอกว่า มนุษย์ยังคงก้าวเดิน แต่ไม่ได้ล้าหลัง และเราไม่จำเป็นต้องอัปเดตทุกอย่างไวขนาดนั้นก็ได้ เหมือนไดอะล็อกหนึ่งใน Pavane (ซึ่งเหมือนไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวกับบทความนี้)

กระเป๋า Lady Dior กับ Boudoir ไอโฟน 17 กับไอโฟน 4 ลักชัวรีที่แท้ทรูคือ ‘การมีทางเลือก’ แม้ว่าจะต้องเลือกกับสิ่งที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องเลือกเลยอย่างของจริง-ปลอม-เป๊ะ-ตำหนิ.

Photo: X@netflixth

Latest Posts

Don't Miss