150 ปีของ Levi’s ผ่านสายตาของผู้หญิง เมื่อเดนิมไม่ได้บอกแค่เรื่องแฟชั่น แต่บอกเล่าชีวิตของผู้สวมใส่

ตลอดระยะเวลากว่า 150 ปี Levi’s ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์ของเดนิม หากยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะบทบาทของผู้หญิงที่ค่อยๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งยีนส์ ตั้งแต่การนำเสื้อผ้าของผู้ชายมาปรับใส่ในแบบของตัวเอง ไปจนถึงวันที่ Levi’s เปิดตัวกางเกงยีนส์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ แอลได้มีโอกาสร่วมเดินทางกับ Levi’s ไปร่วมงาน Levi’s® Women’s Experience FOR EVERY ORIGINAL ที่กรุงโตเกียว พร้อมได้นั่งพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Tracey Panek นักประวัติศาสตร์ประจำ Levi Strauss & Co. ที่พาเราย้อนกลับไปสำรวจเรื่องราวจากคลังประวัติศาสตร์ของ Levi’s ตั้งแต่ความจริงที่ว่า Levi Strauss ผู้ก่อตั้งแบรนด์ไม่เคยสวม Levi’s ด้วยตัวเอง ไปจนถึงร่องรอยบนผ้าเดนิมที่บอกเล่าได้ว่าผู้หญิงในอดีตใช้ชีวิต ทำงาน หรือแม้แต่สวมใส่กางเกงตัวนั้นอย่างไร พร้อมมองย้อนกลับมาที่สไตล์ของ ROSÉ โกลบอลแอมบาสซาเดอร์ของแบรนด์

ELLE : Levi’s มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี มีเรื่องราวจากคลังประวัติศาสตร์เรื่องไหนที่ยังทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจจนถึงทุกวันนี้?

Tracey : เรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ Levi Strauss ผู้ก่อตั้งแบรนด์และเป็นเจ้าของชื่อที่เราใช้เรียกผลิตภัณฑ์ของเรานั้น จริงๆ แล้วเขาไม่เคยสวม Levi’s เลย เพราะในยุคนั้น Levi’s เป็นกางเกงสำหรับคนทำงาน ขณะที่เขาเองเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จึงมักสวมสูทและหมวกทรงสูง ซึ่งถือเป็นการแต่งกายตามแบบฉบับของนักธุรกิจในยุคนั้น ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจและก็น่าขำอยู่เล็กๆ ที่กางเกง Levi’s ซึ่งกลายเป็นสินค้าของเขาเองนั้น กลับไม่เคยถูกสวมใส่โดย Levi Strauss เลย

ELLE: ประวัติศาสตร์ของ Levi’s มักถูกเชื่อมโยงกับผู้ชายและเสื้อผ้าสำหรับการทำงาน แล้วจริงๆ แล้วผู้หญิงมีบทบาทอย่างไรในเรื่องราวของ Levi’s?

Tracey: ผู้หญิงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้มาตั้งแต่แรกเริ่มเลยค่ะ พวกเธออาจไม่ใช่กลุ่มแรกที่สวมใส่ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นคนที่เย็บและผลิตเสื้อผ้าเหล่านั้น ช่างเย็บผ้าผู้หญิงจำนวนหนึ่งมีบทบาทในการผลิตเสื้อผ้าของเรา ในช่วงที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ผู้หญิงก็จะยืมเสื้อผ้าของผู้ชายมาสวม พวกเธอหยิบกางเกงของพี่น้อง สามี หรือพ่อมาใส่ และต่อมาก็เมื่อ Levi’s เปิดตัวกางเกงยีนส์สีน้ำเงินสำหรับผู้หญิงเป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1930 นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงมีกางเกงที่ผลิตขึ้นมาเพื่อพวกเธอโดยเฉพาะ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากพูดถึง นั่นคือบางครั้งยังมีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ซึ่งเราอาจไม่เคยรู้มาก่อน อย่างเช่นกางเกง Calico 501 ที่ค้นพบว่าครั้งหนึ่งเคยถูกสวมใส่โดยคนงานเหมืองในช่วงปลายทศวรรษ 1800 แต่ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1940 กลับถูกค้นพบโดยผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ Barbara ซึ่งเธอนำกางเกงตัวนั้นมาใส่ไปโรงเรียนมัธยม ก่อนจะบริจาคให้กับ Levi Strauss & Co. ปัจจุบันกางเกงตัวนั้นอยู่ในคลังประวัติศาสตร์ของเรา และเรื่องราวของเธอก็เป็นเครื่องเตือนใจว่า บางครั้งเบื้องหลังเรื่องราวที่เราคิดว่าเป็นเรื่องของผู้ชาย อาจมีเรื่องราวของผู้หญิงซ่อนอยู่ด้วยเสมอ

ELLE : แฟชั่นมักสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงในแต่ละยุคถูกคาดหวังให้มีรูปลักษณ์อย่างไร แต่จากคลังประวัติศาสตร์ของ Levi’s เดนิมสามารถบอกอะไรเราเกี่ยวกับชีวิตจริงของผู้หญิงในอดีตได้บ้าง?

Tracey : เดนิมเป็นวัสดุที่ซื่อสัตย์มาก และสิ่งที่ฉันหมายถึงก็คือ วิธีการย้อมเดนิมนั้นจะทำให้ด้านนอกของเส้นใยเป็นสีคราม แต่ตรงกลางของเส้นใยยังคงเป็นสีขาว ดังนั้นเมื่อเกิดการสึกจากการใช้งาน เราจึงสามารถมองเห็นร่องรอยเหล่านั้นได้ ตัวอย่างเช่น หากผู้หญิงคนหนึ่งสวมกางเกงหรือแจ็กเก็ตตัวเดิมเป็นเวลานาน เราจะเห็นร่องรอยการสวมใส่บนเสื้อผ้าเหล่านั้น เรามีแจ็กเก็ตตัวหนึ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งสวมใส่ในช่วงทศวรรษ 1940 และบริเวณปกเสื้อตรงนี้มีร่องรอยการสึกอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้เรารู้ว่าเธอสวมมันบ่อยมาก

Pearl Baker เป็นผู้หญิงที่เป็นเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐยูทาห์ และมีภาพถ่ายของเธอขณะสวม Levi’s อยู่ด้วย บริเวณต้นขาด้านซ้ายของกางเกงมีร่องรอยการสึกค่อนข้างมาก มีความเป็นไปได้ว่าในตอนที่เธอขี่ม้า ซึ่งเธอต้องขี่ม้าในฟาร์ม เธออาจจับบังเหียนด้วยมือซ้าย จึงทำให้เกิดร่องรอยการสึกตรงบริเวณนั้น ดังนั้นเดนิมจึงสามารถบอกเราได้ว่าคุณสวมใส่มันอย่างไร ทำงานอะไร ทำกิจกรรมอะไร หรือแม้กระทั่งใส่อะไรไว้ในกระเป๋า

ELLE : เมื่อมองดูวิธีที่ผู้หญิงสวมใส่เดนิมในปัจจุบัน คุณคิดว่าสไตล์หรือซิลูเอตใดมีความเชื่อมโยงกับอดีตมากที่สุด?

Tracey : มีอยู่หลายแบบค่ะ อย่างแรกคือทรงเอวสูงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน รวมถึงกางเกงผู้หญิงรุ่นแรกๆ ของเราอย่าง Viola ที่ฉันพูดถึงไปก่อนหน้านี้ กางเกง Levi’s สำหรับผู้หญิงในยุคแรกนั้นมีเอวสูง ดังนั้นจึงไม่ได้แตกต่างจากกางเกงเอวสูงหรือทรงที่ขึ้นมาถึงช่วงซี่โครงที่เราสวมใส่กันในปัจจุบัน อีกทรงที่ได้รับความนิยมมากในวันนี้คือกางเกงทรงหลวมและ Baggy ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า “โอ้ นี่เป็นสไตล์จากยุค 1990s” และใช่ค่ะ กางเกง Baggy ได้รับความนิยมอย่างมากในยุค 1990s แต่จริงๆ แล้วมันก็ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ยุค 1890s เช่นกัน

เหตุผลก็คือ เมื่อ Levi Strauss & Company เริ่มผลิตกางเกงยีนส์สีน้ำเงินสำหรับผู้ชาย พวกเขาทำกางเกงให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และเรียกมันว่า waist overalls โดยโฆษณาว่าเป็นกางเกงที่มีทรงกว้างและใส่สบาย นั่นหมายความว่ากางเกงจะมีขนาดใหญ่กว่า หากต้องการทำให้กระชับขึ้น ก็สามารถใช้สายรัดด้านหลัง หรือ cinch ปรับให้พอดีได้ ดังนั้น กางเกง Baggy แบบดั้งเดิมนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 แล้ว ก่อนจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในยุค 1990s ฉันจึงบอกดีไซเนอร์ของเราเสมอว่า Baggy ไม่ใช่สิ่งใหม่ เรามีมันมาตั้งนานแล้ว

ELLE : ROSÉ สวมลุคพิเศษจาก Levi’s สำหรับการแสดงที่ Tokyo Dome อะไรทำให้ลุคนั้นมีความพิเศษในมุมมองของคลังประวัติศาสตร์?

Tracey : เป็นคำถามที่ดีค่ะ อย่างแรกคือสัญลักษณ์ Two Horse ที่อยู่บนกางเกงขาสั้นของเธอ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของเรา และมีมาตั้งแต่ปี 1886 โดยเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของเสื้อผ้าของเรา ภาพของม้าสองตัวกำลังดึงกางเกง Levi’s หรือเสื้อผ้าของเราไปในทิศทางตรงข้ามกัน แต่ทั้งสองตัวแข็งแรงมากจนไม่สามารถฉีกกางเกงออกจากกันได้ มันเป็นเหมือนข้อความที่บอกลูกค้าว่า หากเห็นสัญลักษณ์ Two Horse ก็รู้ได้เลยว่านี่คือเสื้อผ้าที่จะอยู่กับคุณไปอีกนาน ดังนั้นจึงสนุกมากที่ได้เห็น ROSÉ นำสัญลักษณ์นี้มาอยู่บนกางเกงขาสั้นของเธอ โดยเฉพาะตัวสีดำ

อีกชิ้นคือกระโปรงเดนิมของเธอ ซึ่งทำขึ้นจากกางเกง Levi’s ที่นำมาดัดแปลงเป็นกระโปรง วิธีการแบบนี้ได้รับความนิยมมากในช่วงปลายยุค 1960s และ 1970s คุณสามารถนำกางเกง Levi’s มาตัดส่วนขาออก แล้วนำผ้าอีกชิ้นหนึ่งมาเย็บตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้าง เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นกระโปรง และนี่เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงยุคนั้น แต่สำหรับ ROSÉ เธอตัดกระโปรงให้สั้นมาก ซึ่งทำให้ดูแตกต่างออกไป นี่คือสององค์ประกอบที่ฉันชอบ และอีกอย่างที่ฉันชอบมากคือการเลือกใช้เดนิมสีดำ ซึ่งเป็นสีที่บริษัทของเราผลิตมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1900 แล้ว

ELLE : ROSÉ เป็นตัวแทนของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่สวมใส่ Levi’s อะไรทำให้สไตล์ของเธอดูมีความเป็นตัวของตัวเอง?

Tracey : เธอยังเด็กมาก และฉันชอบซิลูเอตที่เธอเลือกมาก เธอนำกางเกงทรง Baggy มาผสมกับกระโปรงสั้น ซึ่งทำให้ภาพรวมดูอ่อนเยาว์มาก ฉันชอบแนวคิดของการนำสิ่งเก่ามาผสมกับสิ่งใหม่ วิธีที่เธอนำไอเท็มเหล่านี้มามิกซ์เข้าด้วยกันทำให้ฉันรู้สึกว่ามันมีเอกลักษณ์มาก และการเลือกใช้สีดำก็เหมาะสมมากสำหรับสมาชิกของ BLACKPINK

ELLE : เรามักพูดกันว่าเทรนด์แฟชั่นจะวนกลับมาอีกครั้ง ในฐานะนักประวัติศาสตร์ คุณมองว่าแฟชั่นเป็นสิ่งที่วนซ้ำ หรือแต่ละรุ่นต่างนำซิลูเอตจากอดีตมาตีความใหม่ในความหมายที่แตกต่างกัน?

Tracey : คนแต่ละรุ่นอาจนำ Levi’s ไปสวมใส่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ตัวเสื้อผ้าเองนั้นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา หากคุณลองเปรียบเทียบกางเกงจากช่วงทศวรรษ 1890 อย่าง Calico กับกางเกงที่เราผลิตในปัจจุบัน จะเห็นว่ามันมีความคล้ายคลึงกันมากแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีที่ผู้คนเลือก Customise มัน ในอดีตหากคุณเป็นคนงานเหมือง คุณอาจทำให้แจ็กเก็ตหรือกางเกงยีนส์ของตัวเองขาดจากการใช้งาน แต่ในปัจจุบัน เราสามารถทำร่องรอยเหล่านั้นให้คุณได้เลย ดังนั้นคุณสามารถซื้อกางเกงยีนส์ที่มีรอยขาดมาเรียบร้อยแล้ว

ELLE : หลังจากมองย้อนกลับไปถึงประวัติศาสตร์กว่า 150 ปีของผู้หญิงและเดนิม คุณคิดว่าอนาคตของเดนิมสำหรับผู้หญิงจะเป็นอย่างไร?

Tracey : ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นค่ะ ฉันคิดว่าเดนิมจะยังคงอยู่ต่อไป และบางทีในอนาคตเราอาจเห็นว่าผู้หญิงมีทางเลือกเกี่ยวกับเดนิมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น อาจมีเดนิมที่มีน้ำหนักเบาลง เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ง่ายขึ้นในสภาพอากาศแบบประเทศไทย สำหรับอนาคต ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงจะนำเดนิมไปใช้อย่างไร แต่ฉันคิดว่าเดนิมจะยังคงมีพื้นที่ของมันอยู่ และ Levi’s ก็เช่นกัน ตั้งแต่จุดเริ่มต้น Levi’s ผ่านเทรนด์ต่างๆ มามากมาย และแบรนด์ก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นฉันคิดว่าในอนาคตอาจเป็นผู้หญิงคนละกลุ่ม คนละรุ่นที่สวมใส่มัน แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังคงเป็น Levi’s

Latest Posts

Don't Miss