Light as Air เมื่อเสื้อผ้าคอลเล็กชั่น SS27 ปล่อยให้เสื้อผ้าพลิ้วไหวและร่างกายได้หายใจ

หนึ่งในภาพที่ปรากฏซ้ำอย่างน่าสนใจบนรันเวย์ Spring/Summer 2027 ตั้งแต่มิลานไปจนถึงปารีสคือการกลับมาของเสื้อผ้าที่มีความ บางเบา โปร่งแสง และเคลื่อนไหวไปพร้อมกับร่างกาย ตั้งแต่ chiffon, organza, lace, tulle, silk mousseline ไปจนถึงผ้าถักเนื้อโปร่งและวัสดุที่ปล่อยให้แสงสามารถลอดผ่านได้ ราวกับว่าเสื้อผ้าในฤดูกาลนี้กำลังพยายามลดน้ำหนักของตัวเองลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับอากาศ แสง และการเคลื่อนไหวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์

แต่หากมองเทรนด์นี้เพียงคำว่า ‘Sheer’ อาจเป็นการลดทอนสิ่งที่เกิดขึ้นบนรันเวย์มากเกินไป เพราะความโปร่งใน SS27 ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเผยผิวหรือสร้างความเซ็กซี่ หากยังเป็นวิธีที่เหล่าดีไซเนอร์ใช้ตั้งคำถามกับโครงสร้างของเสื้อผ้า ว่าเมื่อเรานำสิ่งที่เคยถูกออกแบบให้แข็ง เป็นทางการ หรือมีรูปทรงชัดเจน มาทำให้บางและพลิ้วขึ้น เสื้อผ้าชิ้นเดิมจะสามารถกลายเป็นอะไรได้อีกบ้าง และคำตอบที่เห็นได้ชัดตลอดซีซั่นนี้คือ เสื้อผ้าสามารถ ‘เบา’ ได้โดยไม่สูญเสียความหรูหรา

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดต้องยกให้ Dior คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2027 ภายใต้การดูแลของ Jonathan Anderson ซึ่งหยิบแนวคิดเรื่อง lightness มาเป็นหัวใจสำคัญของคอลเล็กชั่น โดยเฉพาะการทดลองกับ chiffon, lace, silk mousseline และ organza เพื่อทำให้เสื้อผ้าดูราวกับกำลังลอยอยู่บนร่างกาย Jonathan Anderson ยังนำหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของ Dior อย่าง Bar jacket และ New Look silhouette มาตีความใหม่ จากเดิมที่มีโครงสร้างและความชัดเจนทางสถาปัตยกรรม กลับถูกลดทอนความแข็งลงด้วยวัสดุโปร่งบาง ทำให้เกิดเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้สวมใส่ แทนที่จะเป็นเพียงเสื้อผ้าที่ทำหน้าที่สร้างรูปร่างให้กับร่างกาย

สิ่งที่น่าสนใจจึงอยู่ตรงที่ ความโปร่งไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าดูด้อยโครงสร้างลง แต่กลับทำให้เราเห็นโครงสร้างเหล่านั้นชัดเจนขึ้นในอีกมิติหนึ่ง เรามองเห็นการซ้อนกันของเนื้อผ้า มองเห็นเงาของร่างกาย มองเห็นชั้นของเสื้อผ้าที่อยู่ด้านใน และที่สำคัญคือมองเห็นการเคลื่อนไหวของวัสดุในทุกย่างก้าว ภาพของนางแบบในเดรสโปร่งบางจึงแตกต่างจากภาพของเสื้อผ้าที่ถูกจัดวางอยู่บนหุ่น เพราะเมื่อร่างกายเริ่มเคลื่อนที่ เนื้อผ้าก็เริ่มตอบสนอง ทั้งชายกระโปรงที่สะบัดตามแรงเดิน แขนเสื้อที่พลิ้วตามลม หรือเลเยอร์บางๆ ที่เคลื่อนผ่านกันจนเกิดเป็นมิติใหม่ทุกครั้งที่มอง

แนวคิดนี้ยังปรากฏใน CHANEL คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2027 ของ Matthieu Blazy ที่นำความโปร่งเข้ามาผสมกับหนึ่งในองค์ประกอบที่เป็นภาพจำของ CHANEL อย่าง skirt suit ผ่านทั้งเสื้อผ้าเนื้อบาง กระโปรงโปร่ง และรายละเอียดการปักประดับที่ทำให้ชุดดูมีความเบาและเคลื่อนไหวมากขึ้น สิ่งที่เขาทำจึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาไม่ได้ละทิ้งรากเหง้าของแบรนด์ที่ผู้คนคุ้นเคย แต่กลับนำ tweed, tailoring และ skirt suit ซึ่งล้วนเป็นเสื้อผ้าที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างเป็นทางการ มาทำให้รู้สึกเบาและร่วมสมัยขึ้น ราวกับ CHANEL กำลังถอดน้ำหนักบางส่วนของตัวเองออก โดยยังคงเก็บดีเอ็นเอสำคัญของแบรนด์เอาไว้

แม้แต่ฉากของโชว์ที่ Grand Palais ซึ่งเต็มไปด้วยภาพของนกนางนวลก็ช่วยขยายแนวคิดดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้น เพราะภาพของการโบยบินและการลอยตัวสะท้อนกับเสื้อผ้าที่ดูเหมือนกำลังเคลื่อนผ่านอากาศไปพร้อมกับร่างกาย ขณะที่ฝั่งมิลานความโปร่งก็ปรากฏในหลายรูปแบบเช่นกัน โดยเฉพาะการนำผ้า sheer เข้ามาผสมกับเสื้อผ้าที่มีความโรแมนติก ทำให้ความโปร่งไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เดรสสำหรับโอกาสพิเศษอีกต่อไป แต่สามารถปรากฏอยู่ในเสื้อเชิ้ต เสื้อถัก กระโปรง หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่มีโครงสร้างแบบ tailoring ได้

และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจของ SS27 เพราะความโปร่งไม่ได้หมายความว่า ‘ต้องโชว์ผิวให้มากที่สุด’ แต่กำลังเล่นกับแนวคิดของสิ่งที่ควรจะถูกซ่อนและสิ่งที่สามารถถูกเปิดเผยได้มากขึ้น เสื้อชั้นในอาจกลายเป็นองค์ประกอบของลุค เสื้อโปร่งอาจถูกสวมทับเสื้อผ้าอีกชั้นหนึ่ง หรือในบางลุคก็ปล่อยให้ร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของซิลูเอ็ตโดยตรง ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ‘เห็นมากแค่ไหน’ แต่อยู่ที่ว่า ‘เราจะทำอะไรกับสิ่งที่มองเห็นนั้นได้อย่างไร’

ในฝั่ง Prada ความโปร่งถูกนำมาใช้ในลักษณะที่มีความขัดแย้งมากขึ้น แม้คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2027 จะมี ‘กระโปรง’ เป็นหนึ่งในพระเอกสำคัญ แต่เนื้อผ้าโปร่งและรายละเอียดประดับก็เข้ามาทำให้ชิ้นคลาสสิกเหล่านั้นมีความร่วมสมัยขึ้น ทั้ง sheer fabric, embellishment และพื้นผิวที่สร้างความรู้สึกระหว่างความประณีตกับความไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อมาถึงปารีสความโปร่งก็ยิ่งถูกผลักให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในฝั่ง Saint Laurent ที่นำ sheer lace และวัสดุโปร่งบางมาใช้สร้างภาพลักษณ์ที่เย้ายวนและมั่นใจมากขึ้น เสื้อผ้าบางชิ้นเผยให้เห็น lingerie ด้านในอย่างจงใจ ทำให้ร่างกายไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับสวมเสื้อผ้า แต่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของลุคไปพร้อมกัน

หากมองภาพรวมทั้งหมด เราจะเห็นว่าความโปร่งใน SS27 มีตั้งแต่ barely there transparency ที่เผยให้เห็นเพียงเงาของร่างกาย ไปจนถึงความโปร่งแบบเต็มรูปแบบที่ทำให้ lingerie หรือเสื้อผ้าชั้นในกลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคโดยตรง ขณะเดียวกันก็มีการใช้เทคนิคอย่างการซ้อนเลเยอร์ การปักประดับ การวางลวดลาย และการใช้เสื้อผ้าชั้นในเป็นตัวสร้าง contrast เพื่อควบคุมระดับของการเปิดเผย

และนั่นทำให้เสื้อผ้าโปร่งบางในฤดูกาลนี้มีความน่าสนใจกว่าการเป็นเพียงเทรนด์เซ็กซี่ เพราะมันสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของเสื้อผ้าได้แทบจะทันที เสื้อสูทสามารถดูอ่อนโยนขึ้นเมื่อทำจากผ้าโปร่ง เดรสสามารถดูเบาราวกับไม่มีน้ำหนักเมื่อทำจาก chiffon กระโปรงสามารถสร้างมิติได้มากขึ้นผ่านการซ้อนผ้า และเสื้อผ้าที่เคยมีโครงสร้างแข็งก็สามารถกลับมาพริ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่

ยิ่งไปกว่านั้น แนวคิดเรื่อง ความเบา ยังสะท้อนกับบริบทของฤดูกาล Spring/Summer ได้อย่างตรงไปตรงมา เมื่อแฟชั่นต้องอยู่กับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น การออกแบบเสื้อผ้าที่โปร่ง เบา และสามารถเคลื่อนไหวได้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ aesthetic เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับวิธีการใช้ชีวิตจริงของผู้คนด้วย โดยเฉพาะในแนวคิดของ Dior ที่นำเรื่อง lightness และการตอบสนองต่อสภาพอากาศมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบคอลเล็กชั่น

Latest Posts

Don't Miss