ลุคล่าสุดของ LISA ระหว่างทริปที่ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นโมเมนต์ที่ทำให้แฟนๆ บนโซเชียลต้องรีบตามหาว่าเธอสวมใส่ชุดอะไร หลังปรากฏตัวในเสื้อสีเหลืองทองดีเทลลายดอกไม้จาก CHALAY แบรนด์แฟชั่นไทยที่หยิบงานฝีมือและเรื่องราวจากท้องถิ่นมาผสมเข้ากับเสื้อผ้าที่ทั้งสนุกและใส่ได้จริง จนวันนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักเพียงในประเทศไทย แต่ยังค่อยๆ เดินทางไปสู่สายตาของคนแฟชั่นทั่วโลก




เห็นลุคของ LISA แล้วอาจคิดว่านี่คือเสื้อสวยๆ อีกหนึ่งตัวที่เหมาะกับวันพักผ่อน แต่ถ้าลองมองเข้าไปในรายละเอียด จะพบว่ากว่าจะมาเป็นเสื้อหนึ่งตัวของ CHALAY มีเรื่องราวอยู่มากกว่าที่คิด เพราะใครจะคิดว่าแบรนด์ที่วันนี้มีศิลปินระดับโลกเลือกสวมใส่ และเคยปรากฏตัวในเทศกาลดนตรีอย่าง Coachella จะเริ่มต้นจาก เสื้อครอปที่ผู้ก่อตั้งลงมือเย็บเองในช่วงเวลาที่ลูกกำลังนอนหลับ


จากเวลาว่างเล็กๆ ในแต่ละวัน ค่อยๆ กลายเป็นความชอบ ก่อนจะเติบโตเป็นแบรนด์ที่กำลังพางานฝีมือจากชุมชนไทยออกไปให้คนทั่วโลกได้รู้จัก เรื่องราวของ CHALAY ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่เริ่มทำเสื้อผ้าด้วยตัวเอง หลังจากย้ายออกจากกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตอยู่ริมทะเล ในช่วงที่ลูกชายกำลังนอนหลับ เธอใช้เวลาว่างไปกับการทำเสื้อผ้า โดยเริ่มจากเสื้อผ้าที่อยากใส่เอง ก่อนจะค่อยๆ ทดลองทำรูปแบบใหม่ๆ และนำผลงานมาถ่ายรูปลงบนโลกออนไลน์ ไม่มีสตูดิโอใหญ่ ไม่มีแคมเปญโฆษณาอลังการ และไม่มีทีมงานจำนวนมากในช่วงแรก มีเพียงเสื้อผ้าที่ทำด้วยมือ ความชอบในการออกแบบ และเวลาว่างที่หาได้ในแต่ละวัน

ต้องยอมรับว่าเสื้อผ้าของ CHALAY มีความสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ทั้งเสื้อครอป กระโปรง เดรส และไอเท็มที่ให้ความรู้สึกเหมาะกับวันหยุด ทะเล หรือเทศกาลดนตรี สีสันและดีไซน์ของแบรนด์มีความสนุก ขี้เล่น และมีความเซ็กซี่อยู่ในตัว ทำให้หยิบมาใส่แล้วรู้สึกว่าเป็นแฟชั่นที่ไม่ต้องพยายามมาก แต่ถ้าลองซูมเข้าไปอีกนิด จะเห็นว่าความสนุกเหล่านั้นมี งานฝีมือ ซ่อนอยู่เบื้องหลังเสื้อหนึ่งตัว คือฝีมือของคนอีกหลายคน


CHALAY ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับช่างฝีมือในประเทศไทย โดยหนึ่งในกลุ่มสำคัญคือ ช่างฝีมือชาวม้งในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านงานปักและสิ่งทอ งานเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งเวลาและความละเอียด หลายชิ้นเป็นงานที่ทำด้วยมือ จึงไม่สามารถผลิตออกมาได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็วเหมือนเสื้อผ้าที่ผลิตจากโรงงานทั่วไป ลองสังเกตเสื้อผ้าของ CHALAY แล้วจะเห็นรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่ลายปัก สีของด้าย ไปจนถึงลวดลายบนผืนผ้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เสื้อแต่ละตัวมีความพิเศษ และยังทำให้เรามองเห็นคนที่อยู่เบื้องหลังเสื้อผ้ามากขึ้น และที่สำคัญคือการทำงานกับชุมชนยังช่วยสร้างรายได้ให้กับช่างฝีมือ พร้อมทำให้งานที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นยังมีพื้นที่อยู่ในปัจจุบัน
หนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดจากวิธีคิดของ CHALAY คือการหยิบ สิ่งที่คนไทยคุ้นเคย มาทำให้เรามองใหม่ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ‘ซิ่น’ หรือผ้าถุง ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยมานาน นำแรงบันดาลใจจากซิ่นมาปรับให้เข้ากับเสื้อผ้าที่คนรุ่นใหม่สามารถหยิบมาใส่ได้ง่ายขึ้น อย่าง Sinh Siam Skirt ที่ยังคงกลิ่นอายของซิ่นเอาไว้ แต่เพิ่มความสนุกและความเซ็กซี่เข้าไป งานของ CHALAY ยังไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสิ่งทอจากภาคเหนือ เพราะแบรนด์ยังหยิบแรงบันดาลใจจาก โนรา ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้มาใช้ในงานออกแบบ ถ้าใครเคยเห็นชุดโนรา จะจำได้ทันทีถึงสีสันที่โดดเด่น เครื่องประดับ และรายละเอียดที่ค่อนข้างซับซ้อน เธอเลือกนำองค์ประกอบเหล่านี้มาตีความใหม่ให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของงานปัก สี หรือลวดลายที่นำมาปรับให้เข้ากับดีไซน์ของแบรนด์


เมื่อ CHALAY เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เสื้อผ้าของแบรนด์ก็เริ่มเดินทางออกนอกประเทศไทย และหนึ่งในภาพจำที่ทำให้หลายคนเริ่มคุ้นชื่อแบรนด์มากขึ้นคือการปรากฏตัวของเสื้อผ้า CHALAY ในช่วงเทศกาลดนตรีอย่าง Coachella เทศกาลที่เต็มไปด้วยแฟชั่นจัดเต็มจากผู้คนทั่วโลก กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้ดีไซน์ของ CHALAY ซึ่งมีทั้งสีสัน งานปัก และความสนุก เข้ากับบรรยากาศได้อย่างพอดี


นอกจากนี้ยังมีศิลปินต่างประเทศอย่าง Tyla ที่เลือกสวมใส่ผลงานของแบรนด์ ทำให้เรื่องราวของงานฝีมือที่มีต้นทางจากประเทศไทยเดินทางไปไกลขึ้นอีกขั้น และล่าสุดก็คือ LISA ที่เลือกสวมเสื้อจาก CHALAY ระหว่างทริปที่ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ทำให้คนที่อาจยังไม่เคยรู้จักแบรนด์ได้เริ่มหันมาสนใจว่า ‘CHALAY คือแบรนด์อะไร?’ งานปักที่เราอาจมองว่าเป็นเรื่องของคนรุ่นก่อน กลายเป็นรายละเอียดบนเสื้อที่ศิลปินระดับโลกเลือกใส่ ซิ่นที่เราเคยเห็นในชีวิตประจำวัน กลายเป็นกระโปรงที่ใส่ไปเที่ยวหรือไปเทศกาลดนตรีได้ และรายละเอียดจากชุดโนราที่เราคุ้นตาจากการแสดง ก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญคือ CHALAY ไม่ได้พยายามทำให้ทุกอย่างดู ‘ไทยจ๋า’ จนใส่ยาก แต่เลือกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านเสื้อผ้าที่มีความสนุกและเข้าถึงง่าย



