Friday, February 13, 2026

ต้นฉบับความเป็นเลิศของงานคราฟต์ ‘Made in Italy’ เดินหน้าสู่ความเป็นหนึ่งด้านสายพานการผลิตสุดโปร่งใส 

‘Made in Italy’ วลีสั้นๆ ที่กลายเป็นมาตรฐานสูงสุดของงานฝีมือที่ทั่วโลกยอมรับมาตั้งแต่ยุค ’50s ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีฟอกหนัง ถักทอเส้นใย ขึ้นตัวเรือนจิวเวลรี่ ตัดรองเท้า เย็บกระเป๋า ฯลฯ ตราบเท่าที่ผู้คนยังคงให้ค่างานสร้างสรรค์ขึ้นด้วยมืออันชำนาญของมนุษย์ ตราบนั้นถนนทุกสายยังคงมุ่งสู่อิตาลี ประเทศที่ทุกตรอกซอกซอยล้วนมีเวิร์กช็อปงานฝีมือเก่าแก่ซุกซ่อนอยู่ หรือตามข้อมูลที่ระบุว่า อิตาลีมีเวิร์กช็อปงานฝีมือ 60,000 แห่ง และมีช่างฝีมือราวๆ 600,000 คน ซึ่งช่วยกันสร้างเม็ดเงินในธุรกิจแฟชั่น 92,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 

‘Made in Italy’ จึงทำหน้าที่ผลิตมากถึง 70% ของบรรดาโปรดักต์ลักชัวรี่ที่วางขายทั่วโลก ยิ่งแพงแปลว่ายิ่งต้องเป็นงานทำมือ ยิ่งแพงกว่าปกติแปลว่ายิ่งต้องเป็นงานทำมือจากเวิร์กช็อปเก่าแก่ขึ้นชื่อ 

ทว่าการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นในบางกรณี โปรดักต์สุดแพงพะยี่ห้อไฮแบรนด์อาจทำขึ้นจาก ‘ช่าง’ ที่ไม่ใช่ชาวอิตาลี แต่เป็นผู้อพยพที่เข้ามาหางานทำในอิตาลีโดยไม่มีใบอนุญาต โดยได้รับค่าตอบแทนไม่ถึง 2% ของราคาป้ายงานไฮแบรนด์ที่ตนเองทำขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมในการทำงานอันย่ำแย่ และแท้จริงแล้วผลิตแบบอุตสาหกรรม ไม่ใช่งานแฮนด์เมดที่สืบทอดภูมิปัญญาโบราณของช่างฝีมือจากสำนักไหนทั้งนั้น 

นี่คือปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สำนักงานอัยการประจำมิลาน, เมืองมิลาน, Confindustria Moda ตัวแทนผู้ผลิตสิ่งทอในอิตาลี และ Camera Nazionale Della Moda Italiana สมาคมแฟชั่นอิตาลี ร่วมกันตรวจสอบและนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ที่จะยกระดับความโปร่งใสและจริยธรรมให้กับโปรดักต์ ‘Made in Italy’ โดยเฉพาะภารกิจทำให้ค่าตอบแทนของคนทำงานได้สัดส่วนกันกับการตั้งราคาขายหน้าร้าน 

สิ่งที่จะช่วยให้ความโปร่งใสเป็นรูปธรรมก็คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ซัพพลายเออร์และผู้ผลิตทั้งหมดในอิตาลีต้องส่งรายงานความโปร่งใสในสายพานการผลิตทุกๆ 6 เดือน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการจ่ายภาษี บันทึกธุรกรรมประกันสังคม เอกสารการจ้างงานในต่างประเทศที่ได้รับการรับรองแล้ว 

ถามว่าไม่ส่งได้ไหม –ได้ แต่ผู้ผลิตรายนั้นจะไม่ได้ ‘Transparency Certificate’ หรือตรารับรองความโปร่งใส ซึ่งมีอายุสั้นมากเพียง 6 เดือนแล้วต้องคอยต่อใหม่ ผู้ผลิตที่ไม่มีตรานี้จะไม่ได้ไปต่อกับแบรนด์ เมื่อแบรนด์ต่างๆ ต้องใส่ใจกับการเลือกจ้างซัพพลายเออร์ที่ตรวจสอบได้ หาไม่แล้วแบรนด์เองนั่นแลที่จะโดนผู้บริโภคถามหาความยั่งยืนและความโปร่งใสอยู่ดี และไม่มีแบรนด์ใดที่อยากเป็นไวรัลเพราะเรื่องเทาๆ เป็นแน่ 

ผู้ผลิตทั้ง 60,000 แห่งในอิตาลีต้องลุกขึ้นปฏิวัติองค์กรของตนเองไม่ช้าก็เร็ว เพราะต่อให้ไม่แคร์ตราความโปร่งใสของโปรดักต์ Made in Italy แต่สุดท้ายจะไปเจอตอใหญ่ที่เรียกว่า Digital Product Passport (DPP) หรือ ‘บัตรประจำตัวผลิตภัณฑ์’ ที่จะรวบรวมข้อมูลสำคัญตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน การซ่อมแซม ไปจนถึงการรีไซเคิล ซึ่งแบรนด์ที่จะส่งสินค้าไปขายในยุโรปต้องมีพาสปอร์ตนี้ภายในปี 2030 เท่ากับว่าโปรดักต์ Made in Italy ต้องมี ‘ตรารับรองแฝด’ ที่การันตีความยั่งยืนและความโปร่งใส 2 ชั้น 

ตามข้อมูลของ Confartigianato Imprese กลุ่มช่างฝีมือในอิตาลีพบว่ามีบริษัทฟอกหนังและบูติกเสื้อผ้า 1,035 แห่งปิดตัวในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ นับจากโรงฟอกหนังในทัสคานีไปจนถึงโรงงานทอวูลในปีเอมอนเต การไม่มีช่างฝีมือรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้งานซึ่งใช้เวลา 5-10 ปีกว่าจะได้เลื่อนขั้นจากเด็กฝึกงานไปเป็นช่าง บวกกับการไม่มีทายาทรับช่วงกิจการต่อถือเป็นปัจจัยมนุษย์ที่ทำให้ซัพพลายเออร์หลายแห่งในอิตาลีต้องหาแรงงานชาติอื่นมาทดแทน ซึ่งเกิดหัวใสลดค่าใช้จ่ายไปจ้างแรงงานไร้ทักษะเพื่อลดต้นทุน ซึ่งแม้มีโรงงานในอิตาลี แต่ส่งงาน 90% ไปให้ซัพพลายเออร์ตามประเทศโลกที่ 3 ต่ออีกหลายทอด จนควบคุมความโปร่งใสไม่ได้ในที่สุด 

แม้มี 2-3% ที่มีปัญหาจริยธรรมแรงงาน แต่นี่คือมาตรฐานระดับโลก จึงไม่สมควรผ่าน QC ของ Made in Italy ด้วยประการทั้งปวง สมาคมแฟชั่นอิตาลีจึงไม่ได้มอง ‘ตราความโปร่งใส’ ที่เดินหน้าผลักดันอยู่นี้ว่าเป็นการแก้ปัญหาของวงการแฟชั่น แต่เป็นข้อบังคับที่จะช่วยเหลือคนทำงานให้ได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์ – ไม่ว่าเขาหรือเธอจะมาที่ที่ใดในโลก 

มาตรฐานความโปร่งใสที่เริ่มจาก Made in Italy ควรต้องขยายผลเป็นข้อบังคับสากล ไม่ว่าจะเป็นโปรดักต์ Made in France, Made in Japan หรือ Made in Thailand ดังที่ Carlo Capasa ประธานสมาคมแฟชั่นอิตาลีกล่าวว่า “เชื่อเถอะว่าตอนที่เราพูดถึงอิตาลีกันอยู่นี้ การจ้างงานผิดกฎหมายกำลังเกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งในโลก” วิกฤตอาจเป็นโอกาสให้ Made in Italy ซึ่งเป็นผู้นำงานคราฟต์อันเป็นเลิศ ให้คว้าอีกมงเป็นผู้นำสายพานการผลิตที่โปร่งใสที่สุดในโลกก็เป็นได้

Latest Posts

Don't Miss