Friday, March 6, 2026

รวมแบรนด์ที่มาแรงและน่าจับตามองในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 จาก lyst

ปลายปี 2025 คือช่วงเวลาที่วงการแฟชั่นโลกเริ่มส่งสัญญาณชัดว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ไอเท็มไวรัลหรือรันเวย์สวยงามอีกต่อไป แต่กำลังเลือกแบรนด์ที่มี DNA ชัดเจน งานตัดเย็บและภาพลักษณ์ที่มั่นคงมากขึ้น ข้อมูลจาก Lyst ผ่านรายงาน The Lyst Index Q4 2025 ซึ่งวิเคราะห์จากการค้นหา ยอดขาย และเอ็นเกจเมนต์บนโซเชียลของผู้ใช้งานทั่วโลก สะท้อนภาพการขยับอำนาจของลักชัวรีแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ

Saint Laurent

อันดับหนึ่งยังคงเป็นของ Saint Laurent แบบไม่พลิกโผ แบรนด์ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยปีที่เต็มไปด้วยโมเมนต์ระดับไอคอนิก ตั้งแต่แฟชั่นโชว์ฉากหลังหอไอเฟล ไปจนถึงการรีอิมเมจแฟลกชิป Avenue Montaigne ภายใต้การกำกับทิศทางของ Anthony Vaccarello ขณะเดียวกัน การที่ดีไซเนอร์ของแบรนด์ได้รับบทบาทสำคัญบนเวทีแฟชั่นระดับโลก และแคมเปญ Spring 2026 ที่ได้ Charli XCX มาร่วมแสดง ก็ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ Saint Laurent ลุคซิกเนเจอร์อย่างงานหนัง แว่นกันแดดโอเวอร์ไซซ์ และสูททรงเนี้ยบ ปรากฏซ้ำทั้งบนรันเวย์ผู้หญิงและผู้ชายตลอดปี

Miu Miu

อันดับสองยังเป็นของ Miu Miu ที่รักษาความร้อนแรงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานแฟชั่นเข้ากับศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ตั้งแต่การเป็นพาร์ตเนอร์ Art Basel Paris Public Program การนำเสนอโปรเจกต์ 30 Blizzards by Helen Marten ไปจนถึงกิจกรรม Miu Miu Select กับ Amelia Gray ที่ลอนดอน และการเปิดตัว Miu Miu Literary Club ที่เซี่ยงไฮ้ ทั้งหมดนี้ทำให้ Miu Miu กลายเป็นมากกว่าแบรนด์แฟชั่น แต่คือแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับ Gen Z และคอมมูนิตี้สร้างสรรค์ทั่วโลกได้อย่างแนบเนียน

COS

เซอร์ไพรส์ของไตรมาสนี้คือ COS ที่พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 3 จากพลังของ Chunky Cashmere Funnel-neck Jumper ซึ่งกลายเป็นไอเท็มไวรัลบนโซเชียล เสริมด้วยคอลเล็กชั่น COS × Le Kilt และการเปิดแฟลกชิป Sanlitun ที่ปักกิ่ง COS แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาเสื้อผ้าที่ ‘เรียบ แต่ดี’ ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และมีคุณภาพสมราคามากขึ้น

Ralph Lauren

หนึ่งในแบรนด์ที่ขยับแรงที่สุดคือ Ralph Lauren ซึ่งกระโดดขึ้นถึง 5 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 4 จากแรงส่งของรางวัลใหญ่ระดับอุตสาหกรรม การเปิดตัวแคมเปญระดับโลก The Ralph Lauren Holiday Experience รวมถึงการเผยโฉมชุด Team USA สำหรับการแข่งขัน Olympic และ Paralympic Winter Games Milano Cortina 2026 ทั้งหมดช่วยปลุกภาพลักษณ์ ‘American classic’ ให้กลับมาอยู่ในบทสนทนาแฟชั่นโลกอีกครั้ง พร้อมตอกย้ำพลังของ heritage branding ที่เล่าเรื่องรากเหง้าได้อย่างร่วมสมัย

Prada

อันดับห้าคือ Prada ที่ไต่ขึ้นหนึ่งอันดับจากกิจกรรม Prada Mode London ร่วมกับ Elmgreen & Dragset แคมเปญ Holiday ที่รวมดาราระดับโลกหลายเจเนอเรชั่น และการประกาศ Yang Mi เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ กลยุทธ์นี้ช่วยเสริมความแข็งแรงของ Prada ในตลาดเอเชีย พร้อมตอกย้ำภาพแบรนด์ที่เชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับศิลปะและวัฒนธรรมได้อย่างต่อเนื่อง

Burberry

การไต่ขึ้นถึง 5 อันดับของ Burberry ใน Q4 2025 ไม่ได้เกิดจากแคมเปญเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของการวางภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่แคมเปญ Postcards from London ที่โฟกัส outerwear ซิกเนเจอร์ของเฮาส์ไปจนถึงการดึงบุคลิกหลากหลายเจเนอเรชันอย่าง Amelia Gray, Olivia Colman และ Tyson Beckford มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์แบบ British modernity ขณะเดียวกัน Burberry ยังขยายประสบการณ์แบรนด์สู่รีเทลด้วย festive takeover ที่ Bloomingdale’s ในนิวยอร์ก และ Claridge’s ในลอนดอน เปลี่ยนพื้นที่ช้อปปิ้งให้กลายเป็นโลกของ Burberry อย่างเต็มรูปแบบ ก่อนจะตอกย้ำพลังตลาดเอเชียผ่านแคมเปญ Lunar New Year ที่รวมซูเปอร์สตาร์จีนหลายคนเข้าด้วยกัน

Gucci

ด้าน Gucci ที่ขยับขึ้น 5 อันดับมาอยู่อันดับ 9 ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเชิงทิศทางอนาคต หลังเปิดตัว Generation Gucci Pre-Fall lookbook ซึ่งทำหน้าที่เหมือนการส่งสัญญาณ ‘รีเฟรมตัวตนแบรนด์’ ให้ชัดขึ้น พร้อมตามด้วย Cruise 2026 campaign ที่เริ่มเผยโครงร่างของ Demna ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ใหม่อย่างเป็นรูปธรรม Gucci ยังเดินเกมคัลเจอร์ควบคู่แฟชั่น ผ่านการปรากฏตัวบนเวที LACMA Art Film Gala ซึ่งตอกย้ำการวางตำแหน่งแบรนด์ในจุดตัดระหว่างศิลปะ ภาพยนตร์ และแฟชั่นระดับไฮเอนด์ การกลับมาของ Gucci

Latest Posts

Don't Miss