เจาะลึกลุคของตัวละคร Euphoria 3 ที่มาพร้อมกับการเติบโต ความเจ็บปวด และเสื้อผ้าที่เล่าเรื่องแทนใจ

เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีของซีรี่ส์ที่ทั้งโลกเฝ้ารออย่าง Euphoria ซีซั่น 3 ที่ไม่ได้แค่เล่าเรื่องเข้มข้นขึ้น แต่ยังยกระดับ ‘แฟชั่น’ ให้กลายเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องเชิงจิตวิทยาแบบเต็มตัว หลังจากซีซั่นก่อนหน้าสร้างอิทธิพลมหาศาลทั้งในโลกบิวตี้และแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์เมกอัพกลิตเตอร์, Y2K หรือแม้แต่การทำให้ ‘teen dressing’ กลายเป็นภาพที่สะท้อนวัฒนธรรมของทั้งเจเนอเรชั่น สิ่งที่น่าสนใจในซีซั่นนี้คือการที่ทีมคอสตูมยังคงอยู่ภายใต้การนำของ Heidi Bivens ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการใช้เสื้อผ้าเป็นเหมือน ‘visual psychology’ เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าการแต่งตัวใน Euphoria ไม่ได้เริ่มจากเทรนด์ แต่เริ่มจาก ‘สภาวะจิตใจของตัวละคร’ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมซีซั่น 3 ถึงรู้สึกโตขึ้น หนักขึ้น และดูจริงขึ้นอย่างชัดเจน

เมื่อเสื้อผ้าพูดแทนทุกความรู้สึก

เริ่มจาก Rue ที่รับบทโดย Zendaya ลุคของเธอในซีซั่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงแบบน้อยแต่ทรงพลัง เสื้อผ้าถูกลดทอนความ baggy เปลี่ยนเป็นโทนที่นิ่งขึ้น มีเลเยอร์ที่เข้าถึงได้มากขึ้น สะท้อนถึงการที่ Rue พยายาม ‘ควบคุมชีวิต’ มากกว่าปล่อยให้ชีวิตควบคุมเธอเหมือนที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการใช้โทนสีหม่น เช่น น้ำตาล เทา และเขียวเข้ม ในขณะที่ Maddy ที่รับบทโดย Alexa Demie ยังคงเหมาะกับคำว่า ‘power dressing’ ได้อย่างชัดเจน แต่ในซีซั่นนี้เหมือนใช้เสื้อผ้าเป็นอาวุธขึ้น จากเดิมที่เป็น sexy confidence กลายเป็น strategic confidence เธอไม่ได้แต่งตัวเพื่อเรียกความสนใจจากคนอีกต่อไป แต่แต่งเพื่อใช้เป็นอำนาจในการกดคนอื่นโดยเฉพาะลุคในซีนริมสระที่เธอสวมเสื้อขนโอเวอร์ไซซ์ ซึ่งใน fashion theory มักถูกใช้เป็นสัญญลักษณ์ของการสร้าง ‘พื้นที่ของตัวเอง’ และทำให้อีกฝ่ายดูเล็กลงโดยอัตโนมัติ

แฟชั่นกลายเป็นเกมของอำนาจและตัวตน

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือความสัมพันธ์ของเธอระหว่าง Maddy และ Cassie (ที่รับบทโดย Sydney Sweeney) ในซีซั่นนี้ Cassie ถูกออกแบบลุคให้สะท้อน ‘male gaze distortion’ อย่างชัดเจน เสื้อผ้าของเธอมีความ hyper-feminine เกินจริง เดรสพาสเทล, ซิลูเอตที่เน้นความเปราะบาง, รายละเอียดลูกไม้ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าเธอกำลัง ‘สร้างภาพความเป็นผู้หญิง’ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ จนสุดท้ายกลับสูญเสียความเป็นตัวเองไป ซึ่งตรงข้ามกับ Maddy ที่ใช้แฟชั่นเพื่อยืนยันตัวตน

ทุกลุคคือการต่อรองของตัวตน

อีกหนึ่งตัวละครที่ยังคงเป็นภาพแทนของ ‘toxic masculinity’ อย่างชัดเจนคือ Nate ที่รับบทโดย Jacob Elordi ลุคของเขาในซีซั่นนี้ยังคงยึดโยงอยู่กับความเป็น Classic America ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตลายสก็อตจาก Bottega Veneta หรือไอเท็มที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงความหรูแบบไม่ต้องพยายาม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนภาพจำของ ‘ผู้ชายในอุดมคติ’ ที่สังคมวาดไว้ได้อย่างแม่นยำ แต่ยิ่งลุคของเขาดูนิ่งและเพอร์เฟกต์มากเท่าไร ก็ยิ่งขับให้เห็นความต้องการควบคุมทุกอย่าง และการกดทับอารมณ์ภายในของเขาชัดขึ้นเท่านั้นลุคของเขายังคงถ่ายทอดหนุ่มหล่อที่ดูดีแบบหนังไฮสคูลที่เป็นขวัญใจของเด็กสาวหลายคน

รันเวย์ที่ไม่ได้อยู่แค่ในแฟชั่นโชว์

คนที่ยังคงผลักขอบเขตของแฟชั่นได้ไกลที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Jules ที่รับบทโดย Hunter Schafer ในซีซั่นนี้เธอแทบจะเดินอยู่บนรันเวย์ภายในเนื้อเรื่องตั้งแต่ลุค total look จาก Balenciaga ที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างเสื้อผ้าที่ทำจากชุดชั้นในและซิลูเอตไปจนถึงเดรสจาก Acne Studios ที่ผสมผสานความเปราะบางและความล้ำสมัยไว้ในลุคเดียว นอกจากนี้ ในซีซั่น 3 ยังเห็นได้ชัดว่ามีการลดทอนความ ‘แฟนตาซีเกินจริง’ ของลุคในซีซั่นก่อนลง โดยเฉพาะเมกอัพที่เคยจัดจ้านและเหนือจริง แล้วหันไปเน้นความดิบและสมจริงมากขึ้น แฟชั่นจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ภาพสวย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ตัวละคร ‘ต้องอยู่จริง’ สะท้อนการเติบโตของเรื่องราวจากความวุ่นวายในวัยมัธยม ไปสู่ภาวะวิกฤตของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่จริงและเจ็บปวดกว่าเดิม

Latest Posts

Don't Miss