Friday, February 13, 2026

นี่คือ 5 โมเมนต์ระดับประวัติศาสตร์ของ Rihanna บนเส้นทางบันเทิงของเธอตลอด 20 ปี

หากคุณกำลังเลือกฟังเพลงสักหนึ่งเพลงในความทรงจำหรือหาเพลงฟังในวันพักผ่อนสบายๆ เพลงของศิลปินอย่าง Rihanna ต้องเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ใครหลายคนนึกถึงอย่างแน่นอน และรู้หรือไม่ว่าในปีนี้จะครบรอบ 20 ปีบนเส้นทางบันเทิงของเธอแล้ว! จากเด็กสาวที่เติบโตในเมืองเล็กๆ ในของประเทศบาร์เบโดสสู่การเป็นไอคอนระดับโลกในวันนี้ Rihanna ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการอย่างไรบ้าง? วันนี้แอลเลยขอรวบรวมโมเมนต์สุดตราตรึงใจของ Rihanna ว่าอะไรทำให้เธอกลายมาเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ตราตรึงใจคนทั่วโลก

#1 Crowned in Music

Rihanna เดบิวต์สู่วงการดนตรีในปี 2005 ด้วยเพลง Pon de Replay ที่มีจังหวะแดนซ์แบบเร็กเก้ป๊อบ และแน่นอนว่าเพลงนี้ก็ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในทันทีและในที่สุดก็ทะยานสู่อันดับ 2 บน Billboard และเพลงนี้ก็ทำให้เธอได้รับโอกาสในการทำอัลบั้มแรกภายใต้ชื่อ Music of the Sun ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนั้น Rihanna ก็ได้ปล่อยผลงานเรื่อยมาและยังคงกระแสดีไม่มีตกจนได้รับการขนานนามว่าเธอคือราชินีบนชาร์ต Billboard เพราะ Rihanna มีถึง 14 เพลงบนชาร์ต Billboard นับเป็นจำนวนที่เยอะที่สุดในหมวดศิลปินหญิงในรอบ 25 ปี นอกจากนี้เองผลงานของเธอยังทำลายทุกสถิติด้วยการกลายมาเป็นศิลปินที่ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ไวที่สุด อีกทั้งเธอยังเป็นศิลปินหญิงที่มีเพลงติดชาร์ตยาวนานที่สุดกว่า 20 สัปดาห์อย่าง We Found Love หรือ Diamonds ซึ่งเป็นเพลงโปรดของใครหลายคนอย่างแน่นอน!

เพลงฮิตที่ทุกคนเคยฟังมีอะไรกันบ้าง? บอกได้เลยว่ามันคือปรากฏการณ์ Perfect All-Kill ที่ยากจะมีคนมาทำลาย เพราะไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวด้วย Pon de Replay ไปจนถึงความฟีเวอร์ของ Umbrella ในช่วงปี 2007 ขึ้นอันดับ 1 ในมากกว่า 17 ประเทศทั่วโลก และตอกย้ำความสำเร็จของเธอด้วยการได้รับรางวัล Grammy Awards ครั้งแรกในปี 2008 และได้รางวัล Grammy Awards อีก 8 ครั้งในลำดับต่อมา เท่านี้ก็เป็นเครื่องหมายการันตีได้แล้วว่าเธอคือราชินีแห่งวงการเพลงอย่างแท้จริง ซึ่ง Rihanna ยังคงครองตำแหน่งศิลปินระดับโลกในปี 2025 ด้วยสถิติใหม่และเพลงที่ได้รับความนิยมสม่ำเสมอ ถึงแม้จะไม่มีการปล่อยอัลบั้มใหม่ และยังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจนถึงปัจจุบัน อย่างเพลงประกอบ The Smurfs ที่ถูกปล่อยในเดือนพฤษภาคม 2025 ก็ขึ้นชาร์ตอย่างต่อเนื่อง

#2 Red Carpet Legend

นอกจากการครองชาร์ตเพลงอย่างเหนียวแน่น อีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนต่างจับจ้องคือการปรากฏตัวของ Rihanna บนพรมแดงต่างๆ โดยเฉพาะกับชุดของเธอบนพรมการกุศลอย่าง Met Gala ที่ไม่ว่าจะลุคไหนๆ ก็ถูกเป็นที่พูดถึงและจับตามองมาโดยตลอด อย่างชุดจากดีไซเนอร์อย่าง Guo Pei ในปี 2015ที่มาพร้อมกับดีไซน์ชุดคลุมสีเหลืองสุดอลังการในชื่อผลงาน China: Through the Looking Glass ก็ทำให้เธอกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน แต่ถ้าคิดว่าหมดแค่นั้นไม่ใช่! เพราะชุดใน Met Gala ของเธอทุกปียังถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง และเวทีอื่นๆ อย่าง Grammy Awards หรือ CFDA Awards ด้วยเช่นเดียวกัน เธอได้ทดลองรวมถึงสร้างเทรนด์ใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้งอยู่เสมอ

#3 Her Cinematic Journey

นอกจากการเป็นราชีในวงการเพลง และการเป็นแฟชั่นไอคอนแล้ว Rihanna ยังได้มีผลงานในวงการภาพยนตร์อีกด้วย เริ่มตั้งแต่ผลงานแรหกของเธออย่าง Bring It On: All or Nothing และการถูกพูดถึงในระดับโลกกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Battleship และ Ocean’s 8 ซึ่งภาพยนตร์ทำรายได้รวมประมาณ $297.8 ล้านเหรียญสหรัฐ จากงบประมาณการผลิตประมาณ $70 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในแฟรนไชส์ Ocean’s เลยก็ว่าได้! และ Rihanna ยังคงไม่หยุดนิ่งแต่ผลงานการแสดงเท่านั้น เธอยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนๆ อย่างต่อเนื่องด้วยการกลับมาสู่จอเงินในบทบาทใหม่ที่น่าตื่นเต้นในภาพยนตร์แอนิเมชันมิวสิคัล Smurfs (2025) โดย Rihanna รับบทเป็น Smurfette ตัวละครหญิงเพียงตัวเดียวในโลกของ Smurfs ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญในภาพยนตร์นี้ เธอยังมีส่วนร่วมในการผลิตภาพยนตร์และเขียนเพลงต้นฉบับสำหรับซาวด์แทร็กด้วย

#4 Super Bowl History Made

เธอมักจะอยุ่ในปรากฏการณ์ระดับโลกเสมอ และแน่นอนว่า Super Bowl ก็เช่นกัน! โดย Rihanna ขึ้นเวที Halftime Show เป็นครั้งแรก หลังจากการตั้งครรภ์ด้วยชุดสีแดงสดในปี 2023 พร้อมกับการขนเพลงฮิตมาทำการแสดงแบบจัดเต็มสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Umbrella, We Found Love, Diamonds, Only Girl (In the World) หรือ Rude Boy ก็ได้สร้างปรากฎการณ์จนกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าการแสดงของเธอนับเป็น Halftime Show ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และในเวลาต่อมานั้นเองการสตรีมเพลงของเธอก็ได้เพิ่มขึ้น 140% ในสหรัฐอเมริกา และมียอดดาวน์โหลดเพลงมากกว่า 42,000 ครั้งในสองวันหลังการแสดง อีกทั้งยังเป็นการกลับมาของอัลบั้ม Anti และ Good Girl Gone Bad ของเธอ ที่ได้กลับมาทำอันดับในชาร์ต Billboard 200

แน่นอนว่าการได้เป็น Halftime Show Performer ของ Super Bowl ถือเป็นเรื่องที่ยากสุด ๆ เพราะนี่คือเวทีใหญ่ที่สุดของวงการดนตรีและกีฬาโลก การได้ขึ้นโชว์ต้องมีหลายปัจจัยทั้งการเป็นที่รู้จักระดับโลก หรือการมีเพลงฮิตติด Billboard Hot 100, Top Charts ในจำนวนมาก ซึ่งการถูกเลือกของ Rihanna ก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเธอคู่ควรกับมันเพราะนอกจากที่เธอจะมีเพลงฮิตแบบนับไม่ถ้วนแล้ว เพลงทุกเพลงของเธอยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่เชื่อมวัฒนธรรม และเป็นผู้สร้างเทรนด์ใหม่ๆ อย่างแท้จริงเลยล่ะ

#5 Fenty Icon

เรื่องสุดท้ายที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้! เพราะฉายาแม่ค้าของเธอไม่ได้มาเล่นๆ กับธุรกิจเครื่องสำอางของ Rihanna ที่ชื่อว่า Fenty ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ของคนดังเท่านั้น แต่ Fenty กลับประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายไปทั่วโลก ด้วยความโดดเด่นของแบรนด์ทั้งเรื่องเฉดสีผิวของรองพื้นที่มีให้เลือกมากกว่า 40-50 สี จน Fenty ได้รับการยอมรับและเสียงวิจารณ์ในทางที่ดีว่านี่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการเครื่องสำอางเลยทีเดียว โดยเธอเองก็ไม่ได้เป็นเพียง Muse หรือเจ้าของแบรนด์เท่านั้น แต่เธอยังลงมือศึกษาเองทุกขั้นตอน

แม้จะโดนแฟนๆ ในโซเชียลล้ออยุ่บ่อยครั้งจนกลายเป็น Meme Queen ด้านการขายของมือฉมังและทุกคนต่างเฝ้ารอการกลับมาในวงการเพลงของเธอ แต่รู้หรือไม่ว่าบทบาทนักธุรกิจหญิงนี่แหละ ที่เธอทำได้ดีไม่แพ้กับบทบาทของการเป็นศิลปินเลย! เพราะเธอได้รับการยกย่องว่าเธอคือเศรษฐีนีผิวดำอันดับหนึ่งในวงการแฟชั่นและความงามโดยรายได้ต่อปีของ Fenty สูงถึง 602.4 ล้านเหรียญ ทำให้ Fenty กลายเป็นแบรนด์เครื่องสำอางของคนดังที่ทำรายได้สูงสุดในโลกในที่สุด

นอกจากนี้เอง Fenty ก็ยังได้คอลแลบผลงานกับแบรนด์อื่นๆ อย่าง PUMA จนกลายเป็นกระแสในกลุ่มวัยรุ่น และแน่นอนว่าปีนี้ซึ่งเป็นการครบรอบ 20 ปีของเธอ ก็ได้เปิดตัวคอลเล็กชันสินค้าใหม่ในชื่อ R20 เพื่อเฉลิมฉลองอัลบั้มเปิดตัว Music of the Sun ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2005 อีกด้วย

Latest Posts

Don't Miss