หากสาวๆ กำลังมองหาน้ำหอมที่จะตอบโจทย์สภาพอากาศในประเทศไทย ที่แทบจะเรียกว่าเป็นประเทศแห่งฤดูร้อน แซมด้วยฤดูฝนและฤดูหนาวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วันนี้แอลจะขอพาไปแนะนำกับน้ำหอมกลิ่นใหม่ ทั้งในโทนกลิ่นสดชื่นและหวานละมุน ที่จะทำให้ตัวคุณหอมชวนหลงใหลท้าอากาศเมืองไทย ในปี 2025 นี้อย่างแน่นอน
LIBRE L’Eau Nue (50 มล. 5,300 บาท) จาก YSL BEAUTY

น้ำหอมไร้แอลกอฮอล์ตัวแรก จาก YSL BEAUTY มาพร้อมกับนวัตกรรมแบบน้ำมันในน้ำ ที่ทำให้สามารถมอบกลิ่นอันเป็นธรรมชาติที่สุดของส่วนผสมแต่ละชนิดไว้ราวกับเพิ่งเก็บจากต้นไม้สดๆ ซึ่ง LIBRE L’Eau Nue ตัวนี้ เรียกได้ว่าเป็นมากกว่าแค่น้ำหอม เพราะด้วยสูตรที่สามารถใช้ได้กับทั้งผิวกายเพื่อความหอมพร้อมซึมซาบสู่ผิวมอบความชุ่มชื่นเปล่งประกาย รวมไปถึงเส้นผมเพื่อความหอมและเงางามสลวย ในโทนกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ละมุน เย้าย้วน จากความหอมของดอกส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ LIBRE ผสานกับกลิ่นซิตรัส เป็นน้ำหอมที่หอมอบอวลแสงแดด เหมาะสำหรับฉีดช่วงซัมเมอร์นี้เป็นที่สุด
CHANCE Eau Splendide (50 มล. 5,700 บาท) จาก CHANEL

น้ำหอมสีม่วงตัวใหม่ในไลน์ CHANCE นอกไปจากสีชมพู สีเขียว สีเหลือง และสีส้มแล้ว สำหรับสีม่วงตัวนี้จะเป็นกลิ่นแนวฟลอรัลฟรุตตี้ หอมสดชื่นแบบเฉพาะตัวด้วยนวัตกรรมของแบรนด์ในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน จากผลไม้สีแดงอย่างราสพ์เบอรรี่ ซึ่งทําให้นํ้าหอมมีแนวกลิ่นฟรุตตี้มากที่สุดในบรรดานํ้าหอมทั้งหมดในไลน์เดียวกัน ผสานกลิ่นฟลอรัลจากโรสเจอเรเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ของ CHANCE
Blanche Absolu de Parfum (50 มล. 7,800 บาท) จาก BYREDO

ใครที่โปรดปรานน้ำหอมของ BYREDO ในกลิ่นซิกเนเจอร์ Blanche แนะนำให้ลองกลิ่นใหม่อย่าง Blanche Absolu de Parfum ด้วย เพราะเป็นกลิ่นที่เข้มข้นและล้ำลึกกว่า Blanche โดยจะเปิดด้วยกลิ่นอันสดใสของ Aldehyde และ Neroli และเพิ่มมิติด้วย Black Pepper ผสานกับกลิ่นดอกไม้อย่าง Rose Absolute และ Violet ที่มีความมะมุน พร้อมปิดท้ายด้วยกลิ่น Musk และ Cashmere Wood อันอบอุ่นนุ่มนวล
J’adore l’Or (35 มล. 6,800 บาท) จาก DIOR

คนที่เคยลองน้ำหอมกลิ่นเอกลักษณ์ของ DIOR อย่าง J’adore แล้ว สำหรับกลิ่นใหม่ J’adore l’Or ตัวนี้เป็นกลิ่นที่รังสรรค์ขึ้นโดยปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของ J’adore ใหม่ เหลือไว้เพียงส่วนผสมอันล้ำค่าที่สุด ผสมผสานกันระหว่างกลิ่นของดอกจัสมิน ดอกกุหลาบ และดอกส้ม เรียกได้ว่าจะมีกลิ่นดอกไม้ที่ชัดเจนขึ้น หอมรื่นรมย์มีชีวิตชีวาสุดๆ
Afternoon Delight Eau de Toilette (100 มล. 6,100 บาท) จาก MAISON MARGIELA

สำหรับใครที่ชื่นชอบกลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลา แนะนำน้ำหอมจาก MAISON MARGIELA กลิ่นนี้เลย ด้วยกลิ่นหอมของ Madeleine Accord ผสมผสานระหว่างมัสก์, แซนดัลวู้ด และวานิลลา ให้ความรู้สึกนุ่มลึก หอมหวานชวนลิ้มลองเหมือนกลิ่นขนมที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ในวันสบายๆ ยามบ่าย
Kurky Eau de Parfum (70 มล. 8,550 บาท) จาก MAISON FRANCIS KURKDJIAN

น้ำหอมกลิ่น Kurky ตัวนี้ เป็นกลิ่นหอมหวานและสดชื่นของผลไม้จากลูกพีชและราสพ์เบอร์รี่ ผสานกลิ่นอันอบอุ่นจากวานิลลา และกลิ่นอันนุ่มนวลจากมัสก์ ซึ่งชื่อ ‘Kurky’ นี้ เป็นชื่อเล่นในวัยเด็กของ Francis Kurkdjian และได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์น้ำหอมที่ให้ความรู้สึกสดใสราวกับได้ปลุกความเป็นเด็กของทุกคนขึ้นมาอีกครั้ง
Eau de Soleil Blanc Eau de Toilette (100 มล. 6,500 บาท) จาก TOM FORD

หากได้เคยลอง Soleil Blanc Eau de Parfum ในขวดสีขาวอันหรูหรามาแล้ว ขอแนะนำให้ลอง Eau de Soleil Blanc Eau de Toilette ซิกเนเจอร์ขวดนี้ด้วย เพราะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายกว่า เฟรนด์ลี่มากขึ้น และสามารถฉีดได้ในทุกวัน ด้วยกลิ่นหอมอันเปล่งประกายจากซิตรัสและความหอมอบอุ่นจากดอกไม้
eLVes (100 มล. 12,500 บาท) จาก Louis Vuitton

น้ำหอมที่มาในโทนสีม่วงจาก Louis Vuitton ตัวนี้เป็นกลิ่นหอมแนวแอมเบอร์ฟลอรัล ผสานกับกลิ่นกุหลาบ 2 สายพันธุ์ที่สกัดด้วย CO2 แบบพิเศษ ทั้งยังถือเป็นครั้งแรกในวงการน้ำหอมที่ได้นำลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์ ดอกไม้ที่เคยไร้กลิ่น มาสกัดด้วยกระบวนการพิเศษจนได้กลิ่นอันหอมสดชื่นและบริสุทธิ์ นอกจากนั้นยังผสานความสดชื่นจากกลิ่นของผลไม้อย่างแบล็กเคอร์แรนต์ ลูกพีช และน้ำนมมะพร้าว พร้อมด้วยแอมบรอกซาน และแพตชูลี่ ที่ทำให้กลิ่นมีความหอมลุ่มลึกและเย้ายวนอย่างมีระดับ
UN ÉTÉ FRANÇAIS Eau de Parfum (100 มล. 10,800 บาท) จาก CELINE

น้ำหอมที่มอบกลิ่นอันหอมหวานละมุน สดใสและสดชื่นเข้าไว้ด้วยกัน ผสมผสานระหว่างกลิ่นของเบอร์กาม็อต เพตติเกรน เนโรลี จัสมิน วานิลลา และต้นกอร์ส ด้วยแรงบันดาลใจกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำบนชายหาดในช่วงวัยรุ่น มอบกลิ่นอายของฤดูร้อนในแซงต์-โทรเปซ์ของฝรั่งเศส บ้านพักตากอากาศริมชายหาด ท่ามกลางสวนที่มีกลิ่นหอม เป็นกลิ่นที่เข้ากับฤดูร้อนอย่างที่สุด
Aqua Allegoria Rosa Verde Eau de Toilette (75 มล. 5,120 บาท) จาก GUERLAIN

Rosa Verde มาในโทนกลิ่นอันหอมสดชื่น ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวา โดดเด่นด้วยการผสมผสานกันระหว่างกุหลาบ แตงกวา มะกรูด ลูกแพร์ ไวท์มัสก์ ถือเป็นกลิ่นที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกแสนดีที่ได้รับจากการดำน้ำในช่วงฤดูร้อน โดยตัวน้ำหอมยังพิเศษด้วยการมีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติกว่า 90% อีกด้วย

