หากพูดถึงชื่อเสียงเลื่องลือของประเทศไทยในสายตาต่างชาติ เมื่อก่อนเราคงมีเพียงภาพของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดื่มด่ำกับธรรมชาติ หรือลิ้มลองรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่เมื่อมองในมุมของแวดวงภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิงแล้วล่ะก็ เห็นได้ชัดเลยว่าเสน่ห์ที่หลากหลายและลอกเลียนแบบไม่ได้ของไทยนี่แหละที่ได้กลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการถ่ายทอดเรื่องราวในภาพยนตร์และซีรี่ส์ จนฉากหลังนี้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่องเลยก็ว่าได้ ทั้งยังต่อยอดไปสู่การกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อได้อีกด้วย แต่จะมีเรื่องไหนบ้างที่ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ วันนี้แอลได้เลือกมาให้คุณได้ไปตามรอยแล้วถึง 5 เรื่อง
#1 Jurassic World: Rebirth (2025)
เมื่อการเดินทางครั้งใหม่ของสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ที่เป็นที่โด่งดังทั่วโลกจากภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park ได้ออกเดินทางจากฮาวายสู่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยในภาพใหม่ชื่อ Jurassic World: Rebirth ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของการถ่ายทำในเอเชีย จากที่ก่อนหน้านี้หลายๆ ภาคถูกถ่ายทำในฮาวายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งความพิเศษของการเดินทางมาถ่ายทำในไทยครั้งนี้ได้นำเสนอผ่าน 3 จังหวัดเด่นของภาคใต้อย่าง จังหวัดกระบี่ ในอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา รวมถึงสวนปาล์ม และจุดชมวิวเด่นๆ อย่าง ATV Nature Viewpoint นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปที่จังหวัดพังงา โดยโลเคชั่นสุดโดดเด่นคือหมู่เกาะต่างๆ รวมถึงรูปทรงของโขดหินที่ไม่เหมือนใคร และจังหวัดตรัง ซึ่งถูกนำมาใช้ถ่ายทำฉากทะเล ตามคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ตรังมีทะเลที่สวยติดอันโลก ซึ่งเคยถูกจัดอันดับใน World Beach Guide

แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่การใช้สถานที่ในไทย แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ช่วยสนับสนุนในหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังได้สร้างแลนด์มาร์กใหม่สำหรับการถ่ายทำครั้งนี้โดยเฉพาะ แต่การเดินทางมาถ่ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในครั้งนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังทำให้คนหันมาอนุรักษ์ธรรมชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย




#2 The White Lotus Season 3 (2025)
อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีคงหนีไม่พ้น The White Lotus Season 3 ที่นอกจากจะเป็นกระแสในแง่ของนักแสดงที่มารับบทต่างๆ ภายในซีซั่นนี้แล้ว โลเคชั่นหลักก็ได้ถูกถ่ายทำในไทย และยังได้มีการใช้ทีมงานเบื้องหลังคนไทยในการถ่ายทำครั้งนี้อีกด้วย


เนื้อหาภายในเรื่องที่นอกจากจะได้สะท้อนวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาตะวันตกไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว องค์ประกอบของสิ่งของ การฟ้อนรำ และรายละเอียดอื่นๆอีกมากมาย โลเคชั่นหลักภายในเรื่องอย่างรีสอร์ตจาก Four Seasons ในเกาะสมุยก็โดดเด่นไม่แพ้รายละเอียดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกสถาปัตยกรรมตามแบบรัตนโกสินทร์เอาไว้ อย่าง Dusit Dheva สถานที่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ ประติมากรรม ปูนปั้นและงานหล่อ ไปจนถึงฉากเมืองก็ยังดึงความเป็นไทยออกมาได้อย่างสวยงามกับ โรงแรม Mandarin Oriental
#3 Hunt (2022)
และหากยังดุเดือดไม่พอ เราขอแนะนำภาพยนตร์เกาหลีแนวแอ็กชั่นสายลับเรื่อง Hunt ที่เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และกวาดรางวัลจากเวทีประกวดอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Baeksang Awards, Blue Dragon Awards, Grand Bell Awards และอีกมากมาย ถ่ายทอดเรื่องราวการไล่ล่าหาตัวหนอนบ่อนไส้ที่จ้องจะขายความลับให้กับเกาหลีเหนือ จนเป็นภารกิจที่ต้องฟาดฟันกันระหว่างหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับระหว่างประเทศและหัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ

แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเกิดจากการหยิบเอาเรื่องราวจริงในประวัติศาสตร์มาเล่า แต่ก็ได้มีการปรุงแต่งเติมให้มีรสชาติเข้มข้นขึ้น อีกหนึ่งฉากที่เห็นได้ชัดนั่นคือในช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องที่มีการวางแผนลอบสังหารผู้นำในต่างแดน ซึ่งในเรื่องได้เปลี่ยนมาเป็นประเทศไทยในยุคสมัยของพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ และแน่นอนว่าบรรยากาศที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาตามภูมิประเทศของไทยนี้ยิ่งทำให้ซีนการปะทะยิ่งเข้มข้นจนผู้ชมอย่างเราๆ แทบหยุดหายใจเลยทีเดียว

#4 In the Mood for Love (2000)
อีกหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับชาวฮ่องกง หว่องกาไว เจ้าของลายเส้นเอกลักษณ์จนเกิดเป็นเทรนด์ ‘กระทำการหว่อง’ กับเรื่องราวรักต้องห้ามระหว่าง โจวมู่หวัน และ ซูไหล่เจิน ความดีงามที่พาให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นหิ้งตำนานนั้นไม่เพียงแค่ถ่ายทอดสายสัมพันธ์ที่ก่อตัวอย่างผิดที่ผิดเวลาออกมาได้อย่างจับใจจนลืมไม่ลงและตราตรึงผู้ชมด้วยมนตร์เสน่ห์ของกี่เพ้า หากแต่ฉากหลังยังทวีบรรยากาศของเรื่องได้อย่างดี และแม้เรื่องราวจะเกิดขึ้นในฮ่องกง แต่หว่องกาไวกลับเลือกสถานที่ถ่ายทำเป็นย่านบางรัก!

ด้วยกลิ่นอายคลาสสิกย้อนยุคเสมือนยกฮ่องกงยุค ’60s มาไว้ ทำให้ย่านเจริญกรุง 36 กลายมาเป็นหมุดหมายที่มาถ่ายทอดเรื่องราวสุดหวานอมขมกลืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากที่ทั้งคู่ได้เดินเคียงพร้อมแลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน ณ ถนนสุรวงศ์ ท่ามกลางค่ำคืนที่มีเพียงแสงโทนอุ่นสาดส่อง ทุกองค์ประกอบจัดวางออกมาอย่างประณีตจนชวนให้ผู้ชมรู้สึกถึงความอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยวของตัวละครได้เป็นดิบดี จนแม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่พูดถึงและมีแฟนภาพยนตร์ไม่น้อยมากลับมาตามรอยเรื่อยๆ


อ่านเพิ่มเติม: ย้อนรอยประวัติศาสตร์ของกี่เพ้าผ่านภาพยนตร์ฮ่องกงในตำนาน In The Mood For Love
#5 King The Land (2023)
‘ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา นั่งรถตุ๊กตุ๊ก ดูไฟในเมือง ชวนกินก๋วยจั๊บ’ กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสดังจนคอซีรี่ส์ออกเดินทางเพื่อตามรอยฉากต่างๆ ภายใน ซีรี่ส์ดังอย่าง King The Land ที่มีหลากหลายฉากน่าจดจำพร้อมด้วยมุมมองกรุงเทพมหานครมุมใหม่ๆ ที่เราเองก็อาจจะไม่เคยเห็น จนเมื่อมีภาพแรกปล่อยออกมาแฟนๆ ต่างออกปากชมว่า ‘โปรโมตจนนึกว่า ททท.มาเอง!’ และแม้จะไม่มีการยืนยันว่ากระทรงการท่องเที่ยวและกีฬาจะสนับสนุนแบบตรงๆ แต่แน่นอนว่ากรมการท่องเที่ยวก็ได้ช่วยในการประสานสถานที่ต่างๆ แบบเต็มที่ และที่เห็นได้ชัดว่าซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเราได้รับความนิยมขนาดไหน? ก็คงจะเป็นตอนที่คนต่างชาติต่างเรียกชื่ออาหาร หรือสิ่งของต่างๆ ในบ้านเราด้วยชื่อทับศัพท์ อย่างตุ๊กตุ๊ก แตงโมปั่น ไปจนถึงผัดไทย




และหลังจากซีรี่ส์ King the Land ได้ถ่ายทำที่ถนนพระอาทิตย์ ร้าน ‘คุณแดงก๋วยจั๊บญวน’ ก็กลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตที่ใครผ่านมาต้องแวะชิม นอกจากนี้ยังมีฉากตลาดคลองโอ่งอ่างที่ถ่ายทอดทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาหารไทยได้อย่างน่าประทับใจ จนหลายคนชมว่าทีมโปรดักชั่นทำการบ้านมาดี อีกทั้งยังได้ใช้ทีมงานไทยส่วนหนึ่งในการร่วมงานกัน และการเกรดดิ้งสีของซีรี่ส์ก็ทำออกมาได้สวยน่าหลงใหล ชวนให้ตามรอยเที่ยวเมืองไทยทันที
TEXT: Rathatip Khamnurak, Tikumporn Chaiyakote

