Wednesday, May 29, 2024

มิติความสัมพันธ์ระหว่างคู่พี่น้อง มาร์กี้-มารีน่า บาเล็นซิเอก้า บนเส้นทางของตัวเองแบบมีอิสระต่อกัน

บางครั้งการรอคอยอาจไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเสมอไป! โดยเฉพาะในเวลาที่เรากำลังรอเพื่อจะได้พูดคุยกับสาว มาร์กี้-ราศรี และ มารีน่า- ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า ด้วยการนั่งมองพวกเธอซึ่งมาในลุคผมสั้นอันเป็นเทรนด์ประจำของช่วงซัมเมอร์ กับแฟชั่นเซตคอลเล็กชั่นอันน่าจดจำครั้งหนึ่งของ Louis Vuitton ที่ยิ่งมองยิ่งเพลินตา ราวกับว่านี่คือเสื้อผ้าที่รังสรรค์มาเพื่อให้สอดคล้องกับความสดใสมีชีวิตชีวาของพวกเธออย่างจงใจ ยิ่งได้อยู่ใกล้ออร่าความสดชื่นของพวกเธอก็เล่นเอาเราถึงกับเผลอคุยไปยิ้มไปอย่างไม่รู้ตัว

ELLE: ตอนเด็กๆทั้งคู่สนิทกันหรือไม่?

Margie: ไม่ค่อยนะคะ เพราะเราอายุห่างกัน 6 ปี วัยเลยจะค่อนข้างต่างกัน อย่างพอเราเริ่มโตเขาก็เพิ่งเกิด เราเข้ามหาวิทยาลัยเขาก็เพิ่งจะเป็นวัยรุ่น 

Marina: น่าจะเพิ่งมาตามกันทันช่วงที่มารีน่าอยู่มหาวิทยาลัยค่ะ ก็เริ่มคุยกันรู้เรื่อง เริ่มมีความสนใจในสิ่งที่ใกล้เคียงกัน

ELLE: แบบนี้ก็ไม่ค่อยมีวีรกรรมสมัยเด็กร่วมกันนะสิ?

Marina: ก็มีบ้างนะคะ คือพี่กี้เขาจะเป็นสายใช้สมอง เขาก็จะชอบแอบมาบอกให้เราทำนั่นทำนี่แทน แล้วเราก็เป็นพวกบิลด์ง่ายด้วย

Margie: คือห่างกัน 6 ปี มันหลอกใช้ง่ายไงคะ (หัวเราะ)

ELLE: เป็นพี่น้องที่สนุกกับการแต่งตัวทั้งคู่แบบนี้มีการยืมของใช้กันบ้างไหม?

Margie: แต่ก่อนจะยืมของกันไม่ได้เลย เพราะอายุค่อนข้างห่าง ก็จะใช้ของไม่เหมือนกัน เพิ่งจะเริ่มมายืมได้คือตอนเขาอายุประมาณสัก 19-20 แต่ก็ยืมกันไม่ได้ทุกอย่างนะคะ

Marina: ยืมไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าไม่เอามาใส่นะคะ (หัวเราะ) 

Margie: เมื่อก่อนจะโกรธมากเวลาที่เขาแอบเอารองเท้าเราไปใส่ เพราะเขาเท้าใหญ่กว่าเราเบอร์ครึ่ง ก็จะกลายเป็นมาระเบิดรองเท้าเรา แล้วเวลาเขาเอาของเราไปใช้มันจะต้องเกิดเหตุให้สิ่งนั้นพัง ซึ่งไม่ได้พังจากการกระทำของเขา แต่เหมือนของบางชิ้นเราใช้มานานแล้วมันเริ่มมีอาการจะพัง ก็จะต้องไปพังที่เขาทุกที (หัวเราะ) อย่างรถเราใช้เปิดประทุนมาก็ไม่เคยมีปัญหา พอน้องเอาไปใช้ ปิดประทุนไม่ได้ มันจะเป็นอะไรแบบนี้ประจำเลย

Marina: จริงๆ ค่ะ ไม่รู้เป็นดวงหรืออะไร แล้วเราก็ไม่เคยไปหยิบของใหม่ๆ ของเขามาใช้เลยนะ แต่พอหยิบอะไรมาใช้ มันจะต้องมาพังที่เราตลอด 

ELLE: นิสัยเฉพาะตัวที่จะเห็นแค่เวลาอยู่ด้วยกัน

Marina: น่าจะเป็นความ ‘แม่’ ที่หลุดออกมาน่ะค่ะ (ยิ้ม)

Margie: คือตอนเด็กๆ เราจะรู้สึกไม่อยากเหมือนแม่ แบบเราจะรู้สึกว่าแม่ชอบวุ่นวายโน่นนี่ 

Marina: แม่จะเป็นคนที่ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันค่ะ เขาเป็นคนที่แอ็กทีฟ

Margie: และขี้ลืม (หัวเราะทั้งคู่) คือแม่เป็นคนขี้ลืม ซึ่งตอนเด็กๆ เราจะไม่เข้าใจว่าแม่ลืมได้อย่างไร 

Marina: คือแม่เคยไปลืมพี่กี้ไว้ที่เซเว่นไงคะ (หัวเราะ)

Margie: เนี่ย คือแม่จะลืมลูกไว้ที่เซเว่นได้อย่างไร แม่จะลืมโน่นลืมนี่ ลืมแว่นตาเอาไว้บนหัวอะไรแบบนี้ แม่จะลืมได้ยังไง อย่างไรคือตอนเด็กๆ เราไม่เข้าใจไงคะ แล้วทุกวันนี้เราก็เป็นเหมือนแม่ (หัวเราะ) พอเราเห็นเขามีความแม่ เราก็จะแซวว่า ‘อรศรีละนะ’ อรศรีคือชื่อคุณแม่ค่ะ หรือบางทีเขาก็จะเดินมาบอกเราว่า ‘นี่คุณอรศรีหรือเปล่าคะ?’ (หัวเราะทั้งคู่)

ELLE: แล้วอยากเล่นละครด้วยกันบ้างไหม?

Marina: อยากลองเล่นซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ด้วยกันมากกว่าค่ะ รู้สึกว่ามันน่าจะมีบทบาทที่ท้าทายและหลากหลายกว่า

Margie: ใจหนึ่งก็อยากเล่น แต่อีกใจก็ไม่อยากนะ 

Marina: ใช่ๆ จริงๆ กลัวหลุดขำนะ กลัวสมาธิไม่ได้ 

Margie: ถ้าสมาธิไม่ได้นี่คือตาย 

ELLE: แล้วถ้าได้เล่นอยากเล่นบทไหนเพื่อนพี่น้องหรือศัตรู?

Margie: ยากจังเลยค่ะ ถ้าเป็นศัตรูกันนี่ต้องหลุดขำแน่ๆ แบบถ้าต้องให้เขามาทำหน้าเย้ยใส่ ต้องหลุดแน่นอน คือมันไม่เชื่อน่ะ คอเมดี้ก็เล่นไม่ได้ เพราะถ้าเป็นบทพูดที่ขำ พอมองหน้ากันก็จะรู้สึกขำล่วงหน้า (หัวเราะ)

Marina: อาจจะเป็นเพื่อนหรือพี่น้องกันนะคะ อันนี้น่าจะพอไหว แต่ถ้าให้ทะเลาะกันนี่ไม่น่ารอด ขำแน่นอน 

ELLE: เวลาเจอเรื่องดราม่าให้คำปรึกษากันบ้างไหม?

Margie: ส่วนมากเราก็จะแค่บอกเขาว่าจะทำอย่างไรให้มันผ่านไปแบบราบรื่นที่สุด ดีที่สุด

Marina: เขาจะช่วยแก้ปัญหาให้เราค่ะ แต่เราจะไม่ค่อยได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเท่าไร ส่วนใหญ่ก็จะทำหน้าที่รับฟัง ให้เขาได้ระบายออกมามากกว่า เป็นสายซัพพอร์ต (ยิ้ม)

ELLE: มารีน่าเคยรู้สึกกดดันกับคำว่าน้องสาวมาร์กี้บ้างไหม?

Marina: ตอนแรกๆ ก็กดดันนะคะ เราไม่อยากทำให้เขาเสียชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมารยาท เรื่องการตรงต่อเวลา เรื่องการทำการบ้านก่อนไปเข้าฉาก ก็ค่อนข้างเครียดค่ะ เพราะเราก็จะเอาเรื่องพวกนี้มากดดันตัวเอง แบบ…ใครๆ ก็บอกน้องสาวมาร์กี้ (ยิ้ม) แต่พอทำงานไปสักระยะก็เริ่มรู้ว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า หลังๆ ก็เลยจะมีความสุขกับการทำงานในแบบเรามากขึ้น

ELLE: เห็นพี่สาวแต่งงานแล้วอยากมีครอบครัวบ้างหรือไม่?

Marina: ตอนนี้แค่รู้สึกว่าอยู่กับหลานก็สนุกดีค่ะ เมื่อก่อนจะเป็นคนที่ไม่อยากมีลูกเลย คือเราโตมากับความคิดที่ว่าแต่งงานแล้วคือจบ เป็นแม่บ้าน แต่พอเราเห็นเขายังใช้ชีวิตเป็นตัวเองได้ก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นแค่อีกสเต็ปที่สนุกดี ก็คงปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาตินะคะ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องมีครอบครัวตอนไหนหรืออายุเท่าไร ตอนนี้ก็ยังสนุกกับการทำงานอยู่ อยากทำงานให้ดี อยากพัฒนาตัวเองมากกว่า ช่วงนี้ก็เริ่มกลับมาทำเพลงอย่างจริงจังอีกครั้ง มีซิงเกิ้ลที่กำลังจะปล่อยด้วย ฝากด้วยนะคะ (ยิ้ม)

ELLE: ส่วนมาร์กี้ล่ะ หลังแต่งงานมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

Margie: ที่มีจะไม่ได้เป็นที่ตัวกี้หรือพี่ป๊อกนะคะ แต่จะเป็นพวกปัจจัยอื่นๆ เช่น การต้องคอยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน จากที่สมัยก่อนจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ดูแล ตอนนี้พอแยกบ้านออกมาก็กลายเป็นเราต้องมาคอยดูแลคนในบ้าน ซึ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปมากกว่า

Marina: น่ารู้สึกว่าพอเขาแต่งงานไปทำให้เราได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้นนะคะ เพราะเขาทำงานน้อยลง จากเมื่อก่อนที่ 7 วันก็คือถ่ายละครตลอด 

ELLE: รีวิวชีวิตมนุษย์แม่ในแบบมาร์กี้

Margie: ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคะ เหมือนถ้าเราทำให้ง่ายมันก็จะง่าย ถ้าเราไม่ไปหัดให้เขาเรียกร้องอะไร เขาก็จะไม่รู้ว่ามันเรียกร้องได้ (ยิ้ม) ส่วนเรื่องอนาคตก็ไม่ได้แปลนอะไร พยายามทำแต่ละวันให้มันดี แล้ววันข้างหน้ามันก็น่าจะดีเองค่ะ

Marina: จะมีคุณยายที่คอยแปลนไว้ให้อยู่แล้วค่ะ ทางนี้ก็เลยไม่ต้องแปลนอะไรเยอะแยะ แค่ห้ามคุณยายก็เหนื่อยแล้ว (หัวเราะ)

ELLE: จะกลับมารับงานแบบเต็มตัวอีกไหมมุมมองในการเลือกบทหลังมีลูกจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า?

Margie: คงจะเลือกทำงานที่เราอยากทำแล้วค่ะ งานยาวๆ แบบถ่ายละคร 7-8 เดือน หรือเลิกดึกมากๆ อย่างเมื่อก่อนก็อาจจะไม่ไหวแล้ว ส่วนเรื่องบทก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเป็นแบบไหน เพราะเราก็จะอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าการแสดงมันเป็นเรื่องสมมติ แล้วไม่ใช่แค่เฉพาะเรานะ เวลาเขาดูคนอื่น เราก็ต้องสอนให้เขาแยกให้ได้เหมือนกันว่านั่นคือการแสดงไม่ใช่เรื่องจริง

ELLE: มีงานไหนที่อยากทำอีกบ้าง?

Margie: ตอนนี้ก็อาจจะอยากเล่นหนังค่ะ คือเคยเล่นแล้วแต่อยากเล่นอีก ส่วนหนึ่งคงเพราะเราชอบดูหนังด้วย พอเราชอบก็เลยอยากทำมันน่ะค่ะ แล้วก็เป็นสายงานที่เรายังไม่ค่อยได้ทำด้วย ตอนนี้กี้ก็ทำพวกงานออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ทั้งในยูทูบและคอนเทนต์ในอินสตาแกรม ฝากติดตามกันด้วยนะคะ (ยิ้ม)

ELLE: มีอะไรที่ยังห่วงกันและกันบ้างไหม?

Marina: ก็ไม่มีอะไรพิเศษนะคะ น่าแค่อยากให้เขามีความสุขในชีวิตทุกๆ วันแบบนี้ ตอนนี้เขาหันมาดูแลสุขภาพ เครียดน้อยลง อยากให้มีความสุขแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอ

Margie: เหมือนกันค่ะ คือบ้านเราเป็นบ้านที่ทุกคนดูแลตัวเองได้ ไม่มีใครเป็นภาระใคร แต่ละคนจะมีรูปแบบชีวิตของตัวเองที่แตกต่างกันไป ก็เลยไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงกันมากนัก แค่อยากให้ทุกคนมีความสุขในทุกวัน เท่านั้นก็พอแล้วค่ะ 

นี่คือบทสนทนาที่ดำเนินไปในแบบสบายๆ เรียบง่าย แต่ทำให้เราเห็นถึงความผูกพันระหว่างพี่น้องคู่นี้ได้อย่างชัดเจน แม้แต่ละคนจะเลือกเดินไปบนเส้นทางของตัวเองแบบมีอิสระต่อกัน แต่ทั้งคู่ต่างก็รู้อยู่ว่าเมื่อไรที่ต้องการก็จะมีอีกคนคอยซัพพอร์ตอยู่เสมอ … และแน่นอนว่าเราก็ขอให้พวกเธอได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกวันตลอดไปเช่นกัน 

Text : Sudsaijai
Photographer : Mark Krawinkrua
Fashion Director : Nan Nist

Videographer : Tinnagorn Wongbenjasin
Digital Editor : Rachata Ratanavirotkul
Make up : ชัยดิษฐ์ สมทรง
Hair : มนัสวีร์ กิจพิสุทธิ์
Assistant photographer: นริศา สงครามศรี , ศุภสิทธิ์ สุขสวัสดิ์ , วทัญญู สังขทร
Assistant Stylist: โชติพงศ์ ชูนวน , พราว พรหมรัตน์

- Advertisement -

Latest Posts

Don't Miss

Stay in touch

To be updated with all the latest news, offers and special announcements.