หลังจากเปิดตัวสองนักแสดงนำอย่าง อิมชีวาน และ ซอลอินอา ที่เดินควงคู่กันในงาน 62nd Baeksang Arts Awards เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจนสร้างโมเมนต์ไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ ในที่สุดซีรี่ส์ที่หลายคนเฝ้ารออย่าง Love in Disguise ก็ออนแอร์ให้เราได้ติดตามเรื่องราวของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้ปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อทั้งปกป้องและค้นหาความจริงของยุนอีจุน ทายาทมหาเศรษฐี การันตีความปังด้วยการสร้างจากต้นฉบับซึ่งเป็นนิยายออนไลน์ชื่อดังเรื่อง Why Don’t You Know It’s a Girl? ที่ยอดเข้าชมทะลุ 8.15 ล้านครั้ง แต่กว่าจะมาเป็นซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ก็ย่อมต้องผ่านการทำการบ้านมาอย่างหนัก แอลจึงไม่พลาดชวนทั้งสองนักแสดงนำมาพูดคุยถึงเบื้องหลัง และความพิเศษที่ไม่อยากให้คุณพลาด ผ่านบทสัมภาษณ์นี้
Q: หากให้เปิดเผยได้เพียงหนึ่งเหตุผลว่า เพราะเหตุใดผู้ชมจึงควรตั้งตารอชมเคมีของคุณทั้งสองคนในซีรีส์เรื่องนี้ เหตุผลนั้นคืออะไร
อิมชีวาน: ในช่วงแรก ทั้งสองคนเกลียดกันมาก จนแทบจะเรียกได้ว่ารังเกียจกันเลยครับ แต่หากทั้งคู่เอาแต่เกลียดกันตลอดทั้งเรื่อง ก็คงไม่มีเรื่องราวความรักให้ติดตามมากนักในโรแมนติกคอเมดี้เรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ระหว่างทางย่อมต้องมีจุดเปลี่ยนบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และผมคิดว่าผู้ชมน่าจะสนุกกับการคอยจับตาดูว่า จุดเปลี่ยนนั้นคืออะไร นอกจากนี้ ยังมีหลายช่วงเวลาที่ทั้งคู่พบว่าตัวเองเกิดความรู้สึกดึงดูดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ผมจึงคิดว่า หากคอยสังเกตช่วงเวลาเหล่านั้นไปด้วย ก็จะยิ่งทำให้รับชมซีรีส์ได้สนุกมากขึ้นครับ
ซอลอินอา: อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ฉันอยากให้ผู้ชมจับตามอง คือระยะห่างระหว่างอีจุนกับแจฮีที่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงเริ่มต้นของซีรีส์ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของทั้งคู่ที่ถ่ายทอดออกมาแตกต่างกันไปตามระยะห่างที่เปลี่ยนแปลงนั้นค่ะ ฉันคิดว่าผู้ชมจะสามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างดังกล่าวระหว่างการรับชม จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะติดตามซีรีส์ไปจนจบ เพราะฉันคิดว่า ผู้ชมจะยิ่งเห็นว่าซีรีส์เรื่องนี้ทั้งสนุกและมีเรื่องราวที่หลากหลายมิติมากขึ้นค่ะ

Q: การต้องรับบทที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายอย่างแนบเนียนให้มีความเป็นธรรมชาตินั้นถือเป็นบทบาทที่ท้าทายมาก คุณมีการทำการบ้านอย่างไรบ้างในการจะมารับบท คังแจฮี นี้
ซอลอินอา: ก่อนอื่นเลย อย่างที่เห็นกัน ฉันตัดผมสั้นเพื่อตัวละครคังแจฮีแบบไม่ลังเลเลยค่ะและด้วยความที่แจฮีเป็นตำรวจสายสืบที่เคยเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษการปลอมตัวในเรื่องเลยไม่ได้ยากขนาดนั้นค่ะฉันพยายามศึกษาว่าทหารใช้ชีวิตกันยังไงมากกว่าและมีซ้อมแอ็คชั่นด้วย พยายามไม่โฟกัสไปที่การปลอมตัวเป็นผู้ชายมากจนเกินไปค่ะในส่วนของการปลอมตัวเป็นผู้ชาย ฉันพยายามปรับเสียงและปกปิดลักษณะทางร่างกายมากกว่าค่ะ เพราะว่าต้องทำให้คนดูเชื่อให้ได้แต่พอคิดว่าแจฮีเป็นคนที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ก็ไม่ได้รู้สึกกดดันขนาดนั้นแต่ไม่ว่าจะเป็นท่าเดิน วิธีการพูด ท่านั่ง หรือการกระทำเล็กๆ น้อยๆฉันจะคิดว่าถ้าเป็นทหาร การเคลื่อนไหวก็ควรจะเน้นทำอะไรที่ใช้ได้จริงในภาคปฏิบัติพยายามถ่ายทอดออกมาให้ดูเนี้ยบ สำรวม ไม่วุ่นวายค่ะ

Q: ยุนอีจุนน่าจะเป็นบทที่รวยที่สุดตั้งแต่เคยรับบทมา ประสบการณ์การเป็นแชลบอลเป็นอย่างไงบ้าง มีอะไรที่ไม่เคยทำในเรื่องอื่นแต่ได้ทำแล้วในเรื่องนี้ไหม
อิมชีวาน: ผมเองก็ไม่เคยลองจัดอันดับดู แต่ในบรรดาตัวละครที่ผมเคยแสดงมาทั้งหมด ยุนอีจุนน่าจะเป็นตัวละครที่รวยเป็นอันดับหนึ่งเลยครับผมไม่ค่อยได้แสดงเป็นตัวละครแบบนั้นเท่าไหร่ พอได้เล่นบทแชบอลแบบนี้แล้ว รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมในการถ่ายทำก็เปลี่ยนไปตามความเป็นแชบอลของตัวละครสภาพแวดล้อมในการถ่ายทำก็จะเป็นบ้านสวยๆ รถหรูๆ พอได้ถ่ายทำกับอะไรแบบนี้แล้ว มีผลทำให้บรรยากาศในการถ่ายทำสะดวกสบายมากขึ้นจริงๆ ครับทำให้รู้สึกเลยว่าในอนาคตก็อยากเล่นบทแชบอลอีกบ่อยๆ และพอได้มารับบทแชบอลแบบยุนอีจุนแล้ว สิ่งใหม่ๆที่ผมได้ลองก็คือส่วนของเสื้อผ้าครับ ในเรื่องนี้ผมได้ลองท้าทายในส่วนการเลือกเสื้อผ้าเป็นผลงานที่ผมเองก็คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะได้มีชุดและลุคต่างๆ ให้ทุกคนได้ชมกันอย่างเต็มอิ่มครับ

Q: หากคุณได้เป็นเพื่อนกับตัวละครที่ตัวเองรับบทในชีวิตจริง มีอะไรที่คุณอยากจะทำกับเขาหรือบอกกับเขาบ้าง
อิมชีวาน: ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าอยากเป็นเพื่อนกับเขาหรือเปล่า แต่ถ้าสมมติว่าได้เป็นเพื่อนกับอีจุนผมอยากจะบอกเขาครับว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตโดยเอาทุกอย่างมาวัดหรือคำนวณเป็นตัวเลขขนาดนั้นหรอก
ซอลอินอา: ถ้าฉันเป็นเพื่อนกับแจฮี ฉันจะบอกกับเธอว่า เธอทำถูกแล้วความจริงใจมันสัมผัสกันได้อยากจะบอกค่ะว่า ฉันได้เรียนรู้จากเธอเลยนะว่าความจริงใจมันส่งถึงกันได้จริงๆ


Q: ซีรี่ส์เรื่องนี้สร้างจากนิยายออนไลน์ ที่มียอดเข้าชมกว่า 8.15 ล้านครั้ง พวกคุณรู้สึกกดดันหรือมีความท้าทายอย่างไรบ้างไหมในการหยิบเรื่องนี้มารับบทบาทในเวอร์ชั่นซีรี่ส์?
อิมชีวาน: แน่นอนว่าพอเป็นผลงานที่ต้นฉบับได้รับความรักอย่างล้นหลามก็คงจะไม่กดดันไม่ได้พวกเราพยายามคิดกันว่าจะอ้างอิงจากต้นฉบับอย่างไรและทำให้ทั้งผลงานและตัวละครในเรื่องนี้ออกมามีชีวิตได้มากขึ้นอย่างไรพวกเราคิดกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่แต่เฉพาะนักแสดง ยังรวมไปถึงทีมงานจำนวนมาก และผู้กำกับด้วยพวกเราไม่เคยหยุดคิดเลยจนกว่าจะถ่ายทำเสร็จครับเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลงานออกมาสดใหม่และสนุกไม่แพ้ต้นฉบับ ผมเลยเพียงแต่หวังว่าทุกๆ คนจะรับชมกันอย่างสนุกสนานนะครับ

ซอลอินอา: แน่นอนว่าฉันเองก็มีความกังวลและความกดดันเหมือนกันแต่แทนที่จะแบกรับความกดดันเอาไว้และต้องทำงานด้วยใจที่หนักอึ้งฉันเลือกที่จะทำมันด้วยความรู้สึกขอบคุณมากกว่าค่ะเปลี่ยนความคิดมามองว่า เราได้ทำผลงานที่ได้รับความรักอย่างล้นหลามเลยนะ เมื่อจุดแข็งของนักแสดงชีวานและการท้าทายครั้งใหญ่ของฉันมารวมกันรวมถึงบทดีๆ ของผู้กำกับด้วย ทำให้ฉันมั่นใจที่จะแนะนำให้ทุกคนชมซีรีส์เรื่องนี้ค่ะ เราตั้งใจทำผลงานชิ้นนี้กันมากๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

คุณมีข้อความใดอยากฝากถึงแฟนๆทั่วโลกที่กำลังตั้งตารอชม Love in Disguise บ้างไหม
อิมชีวาน: ในกองถ่ายมีหลายช่วงเวลาที่พวกเราต้องพยายามอย่างมากที่จะกลั้นหัวเราะ และมีหลายเทกที่ต้องถ่ายใหม่ เพราะพวกเราหยุดหัวเราะไม่ได้ครับ บรรยากาศในกองถ่ายสนุกสนานถึงขนาดนั้น ผมหวังว่าทุกคนจะสนุกกับการรับชมซีรีส์เรื่องนี้มากเท่ากับที่พวกเราสนุกกับการสร้างสรรค์ผลงาน หรือถ้าเป็นไปได้ ก็หวังว่าจะสนุกยิ่งกว่าพวกเราด้วยครับ Love in Disguise กำลังจะมาพบกับทุกคนเร็วๆ นี้ จึงหวังว่าทุกคนจะตั้งตารอและติดตามรับชมเมื่อซีรีส์เปิดตัวนะครับ
ซอลอินอา: ฉันหวังว่าทุกคนจะสนุกกับการติดตามว่า ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งต้องปิดบังทั้งตัวตนและเพศของตัวเอง จะเข้าหาผู้ชายที่ไม่ไว้วางใจผู้คนอย่างไร และท้ายที่สุด ทั้งสองคนจะค่อยๆ ใกล้ชิดกันได้อย่างไรค่ะ นอกจากนี้ ฉันยังหวังว่าทุกคนจะสนุกกับการคอยติดตามว่า เสน่ห์แบบโรแมนติกคอเมดี้ของเรื่องราวจะเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อไรและอย่างไรด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น ฝากทุกคนตั้งตารอชมซีรีส์และให้กำลังใจพวกเราด้วยนะคะ


