ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิจารณ์อาหาร คุณเองก็น่าจะสัมผัสได้ว่าธงไตรรงค์ไทยกำลังโบกสะบัดอย่างสง่างามบนเวทีอาหารระดับโลก ร้านอาหารในประเทศไทยต่างไต่อันดับกันอย่างคึกคักบนรายชื่อร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก ขณะเดียวกันวงการอาหารไทยก็ร้อนแรงถึงขีดสุด เต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความมั่นใจที่ชัดเจนกว่าที่เคย
เราพาคุณไปรู้จักสองร้านอาหารในไทยที่สร้างประวัติศาสตร์และปักธงตอกย้ำว่าสยามประเทศคือดินแดนแห่งอาหารนานาชาติที่ไม่น้อยหน้าใคร และทิศทางอาหารกำลังหันเหไปในทิศทางใดในปีที่จะถึงนี้ เราพาไปสำรวจโลกแห่งความอร่อยกัน
The Groundbreakers นักจารึกประวัติศาสตร์
The Southern Rebellion: Sorn
เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ พาเด็กปักษ์ใต้ก้นครัวร้านศรณ์ (Sorn) ไปพลิกหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นร้านอาหารไทยร้านแรกของโลกที่คว้า 3 ดาวมิชลินมาสำเร็จเมื่อปี 2567 เชฟไอซ์เติบโตมาในครอบครัวสายบันเทิง พ่อแม่เป็นผู้กำกับและนักแสดงชื่อดัง แต่ช่วงเวลาสำคัญในวัยเด็กกลับอยู่กับคุณย่าชาวปักษ์ใต้ที่ชวนเขาเข้าครัว ช่วยทำกับข้าว และซึมซับรสชาติอาหารบ้านๆ รสหรอยแรง ประสบการณ์นั้นนำไปสู่การเปิดร้านชื่อ ‘บ้านไอซ์’ ในย่านประชานิเวศน์ จุดเริ่มต้นเส้นทางอาหารของเขา และแม้ไม่เคยฝันอยากเป็นเชฟ แต่การทำอาหารกับคุณย่าคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดสำหรับเขา และด้วยความที่เขาไม่ได้จบจากตำราครัวฝรั่งเหมือนเชฟไทยดาวพรายหลายคน เขาเลยได้เปรียบในการคงความเป็นไทยดั้งเดิมเอาไว้ด้วยความเชื่อที่ว่าอยากอนุรักษ์วิธีการกินของคนไทยแบบรสมือคุณย่า เขาจึงโดดเด่นไม่เหมือนใครและปรับภาพลักษณ์อาหารปักษ์ใต้ ‘บ้านๆ’ มาขึ้นโต๊ะหรู พร้อมปักษ์ธงไตรรงค์ให้อาหารไทยในโลกได้อย่างงดงาม



The German Ambassadors with Knives: Sühring
Sühring ก่อตั้งโดยเชฟฝาแฝดชาวเบอร์ลิน Thomas และ Mathias Sühring พ่อมดอาหารเยอรมันใจคลาสสิกหัวทันสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารเยอรมันสุดวิจิตรผ่านเทสติ้งเมนูที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฟาร์มและห้องครัวหรรษาของคุณยาย สูตรครอบครัว ความทรงจำวัยเด็ก และการเดินทางของสองแฝด พวกเขาใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิมอย่างการหมัก ดอง และรมควันตำรับเมืองเบียร์ นอกจากนั้นพวกเขายังได้เรียนรู้วิถีเกษตรดั้งเดิมซึ่งหล่อเลี้ยงผู้คนในภูมิภาคนี้มายาวนาน ทั้งการเก็บเกี่ยวธัญพืช การหาปลาในทะเลสาบ และการหาอาหารจากป่า ภูมิปัญญาเหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่และถ่ายทอดผ่านร้านอาหาร Sühring หนึ่งในร้านอาหารที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทยในวันนี้ พวกเขาครองสถานะ 2 ดาวต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี จนคว้ารางวัลสูงสุด 3 ดาวมิชลินกลับบ้านสำเร็จในปี 2568 ตอกย้ำถึงความเป็นเลิศด้านอาหารและมาตรฐานระดับโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวด้านอาหาร โดยเฉพาะว่าไม่ต้องทำอาหารไทย คุณก็สามารถไปคว้าฝันมาได้หากมุ่งมั่นพอ



What’s Next? บทต่อไปของวงการอาหาร
Casual
แม้ร้านอาหารจะเปิดตัวราวกับดอกเห็ด แต่หากมองใกล้ๆ จะพบว่าไฟน์ไดนิ่งหลีกทางให้กับร้านที่ปรับตัวเข้ากับสภาวะเศรษฐกิจของโลกได้ง่ายกว่ามาสักพัก และร้านที่เสิร์ฟอาหารง่ายๆ ไม่ต้องปีนป่ายกำลังได้ภาษี Line Man เผยว่าปีนี้ข้าวแกงมาแรงในฐานะอาหารที่คนสั่งมากที่สุด ทั้งบิสโทรง่ายๆ แต่อร่อยเลิศ บาร์ไวน์สแน็กรสนัว กระทั่งอีสานบาร์เก๋ๆ ในห้างก็กำลังเฉิดฉาย ผู้เขียนแอบหวังว่า ‘ฟันไดนิ่ง’ (fun dining) กำลังจะสวมคอนเวิร์สกลับมาเติมชีวิตให้โลกยุค AI ที่กำลังหมองจากสถานการณ์ไม่มั่นคงทั่วโลกได้

Mindful Cooking
เพราะเรารักษ์โลกกันมากขึ้น การทำอาหารอย่างรับผิดชอบและการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างมีจิตสำนึกจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำครัวในทุกวันที่เห็นได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก

Pairing Master
เมนูเครื่องดื่มก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการจับคู่เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์จากสมุนไพรและดอกไม้ที่ฉาบไว้ด้วยแรงบันดาลใจสร้างสรรค์

Ultra-local
เชฟชาวไทยทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ยังคงผลักดันอาหารท้องถิ่นจากเหนือจดใต้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น รสชาติและอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคยิ่งชัดเจน สะท้อนความหลากหลายและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมอาหารไทยได้อย่างมีชีวิตชีวา สำหรับเชฟแล้ว นี่คือช่วงเวลาสำคัญในการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ให้เกียรติรากเหง้าทางอาหาร และรังสรรค์จานอาหารที่เปี่ยมด้วยบริบททางวัฒนธรรมและความหมาย เชฟไทยต่างหันกลับสู่รากเหง้า นำรสชาติ ‘บ้านๆ’ มาตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์ ความภาคภูมิใจถ่ายทอดผ่านทั้งรสชาติและเรื่องราวในแต่ละจาน

Experienced Diners
นักชิมต่างยังเปิดใจมากขึ้น โหยหารสชาติใหม่ๆ พร้อมรับฟังเรื่องราวเบื้องหลังอาหารแต่ละจานด้วยความอยากรู้และความรักในอาหารที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเก่า

แต่ไม่ว่าจะหันไปในทางได้ ดูเหมือนว่าวงการอาหารไทยยังคงขับเคลื่อนด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบ และด้วยวัฒนธรรมการรักการกินที่เติบโตต่อเนื่อง ผสานอัตลักษณ์อันชัดเจนและงดงาม ประเทศไทยของเราจึงยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหล ทั้งสำหรับเชฟผู้เปี่ยมจินตนาการ และนักชิมจากทั่วโลกที่ยังตกหลุมรักอาหารได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
TEXT: MARIAN SORA-AKKRAPONG

