อีกหนึ่งขาประจำของปารีสโอตกูตูร์วีกที่ฤดูกาล Fall/Winter 2025 นี้เป็นที่จับตาเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์โอตกูตูร์มาอย่างยาวนานแล้ว นี่ยังถือเป็นคอลเล็กชั่นสุดท้ายที่ออกแบบโดยทีมสตูดิโอ ทิ้งทวนก่อนก้าวสู่ยุคใหม่ของ CHANEL ที่จะได้ Matthieu Blazy มาคุมหัวเรือ จึงไม่แปลกที่หลากหลายดีเทลในคอลเล็กชั่นนี้จะพาทวนไปสู่จุดแรกเริ่มของเมซงแห่งนี้กับ Gabrielle Chanel แต่จะมีอะไรสอดแทรกเอาไว้ให้ตีความบ้าง แอลได้มัดรวมดีเทลเหล่านั้นมาให้คุณแล้ว
The Location
สำหรับคอลเล็กชั่น Haute Couture Fall/Winter 2025 นี้ CHANEL ก็ยังคงพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกโลเคชั่นที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราว โดยครั้งนี้หลากลุคถูกประณีตได้ถูกเผยโฉม ณ Salon d’Honneur ที่ Grand Palais โดยได้ Wilo Perron มาเป็นผู้ออกแบบฉาก เนรมิตบรรยากาศที่ชวนให้หวนนึกถึงห้องโถงโอตกูตูร์ ที่ 31 Rue Cambon และอพาร์ตเมนต์ของกาเบรียล เรียกได้ว่าการกลับคืนสู่ความเรียบง่ายแต่ทรงพลังในการแรกเริ่มของ CHANEL Haute Couture นั้นยังคงเป็นความภาคภูมิที่ถูกยกมาเป็นแรงบันดาลใจหลักสืบเนื่องมาจากคอลเล็กชั่นที่ผ่านๆ มา


Freedom of Movement
เป็นที่ทราบกันดีว่า กาเบรียลคือผู้มอบอิสรภาพทางการสวมใส่ให้แก่สตรี ปลดกรอบของการแต่งกายที่เคยบีบรัดให้ผู้หญิงสามารถสวมใส่ชุดที่สะดวกต่อการเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น คอลเล็กชั่นนี้จึงนำพาความเรียบง่ายและสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตนี้ให้กลับมาอีกครั้งผ่านซิลูเอตที่หยิบยืมมาจากเสื้อผ้า menswear มีพลิ้วไหว ไร้ซึ่งการรัดกุม และนำความรู้สึกที่ ‘ความสวยงามไม่จำเป็นต้องทำให้หายใจลำบากหรือยุ่งยาก’ กลับมาสู่สาวๆ อีกครั้ง



Natural Palette and Golden Sun
จุดเริ่มต้นของความสดชื่นที่กาเบรียลนำมาร้อยเรียงสู่แฟชั่นของเธอนั้นคือแรงบันดาลใจจากชนบทของอังกฤษและที่ราบสูงสกอตแลนด์ ด้วยเหตุนี้ทางทีมสตูดิโอจึงได้ตีความหลากลุคออกมาในพาเลตต์สีธรรมชาติ อย่างสีครีม สีงาช้าง สีน้ำตาล สีเขียว และสีดำ นอกจากนี้ยังมีการปักลวดลายดอกไม้นานาสี เติมเต็มกลิ่นอายบ้านไร่ขึ้นอีกขั้น และหากถามว่าสิ่งสำคัญในธรรมชาติคืออะไร? แน่นอนว่าคำตอบนั้นจะขาด แสงตะวัน ไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีสีทองระยิบระยับปรากฏอยู่ตลอดคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็นแอ็กเซสเซอรี่ส์ต่างๆ กระดุมประดับ งานปัก ลูกไม้สีทองและเงิน




The Tweed
ผ้าทวีดยังคงเป็นซิกเนเจอร์ที่ปรากฏอยู่ในทุกๆ คอลเล็กชั่นของ CHANEL เฉกเช่นเดียวกับในครั้งนี้ที่ถูกนำมารังสรรค์ด้วยหลากหลายเทคนิก ไม่ว่าจะเป็นการนำมาถักทอให้ราวกับผ้าถักที่มีการปักขอบ รวมถึงการใช้ผ้าทวีดขนแกะที่มอบความรู้สึกประหนึ่งหนังแกะและการนำไปผสมผสานกับขกนกจนสร้างภาพลวงตาว่าเป็นขนสัตว์เทียม



Wheat Ears
และท้ายที่สุดแล้ว หากพูดถึงธรรมชาติจะมีอะไรที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ได้ดีไปกว่า ‘รวงข้าว’ กันล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่กาเบรียลแสนจะหวงแหน ด้วยเหตุนี้เราจึงพบรวงข้าวปรากฏอยู่ทั่วคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็นการปักบนผ้าระบายชีฟอง ปักตามแนวคอเสื้อ กระดุมเครื่องประดับที่มีรูปภาพรวงข้าว แม้กระทั่งในชุดแต่งงานลุคสุดท้าย เจ้าสาว CHANEL ยังได้ถือรวงข้าวสีทองออกมาด้วย!



หลังจากรับชมดีเทลและแกะสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สอดแทรกอยู่ในโชว์ของ CHANEL Haute Couture Fall/Winter 2025 แล้ว แอลก็ได้รวบรวมทุกลุคส่งตรงจากรันเวย์มาให้คุณได้เลือกสรรลุคที่โปรดปรานที่สุดกัน















































