Saturday, January 31, 2026

ทำไมการคัมแบ็กครั้งนี้ของ BTS ถึงเป็นหนึ่งในการกลับมาที่วงการเคป๊อบจับตามากที่สุดในปีนี้

หากพูดถึงการคัมแบ็กของศิลปินเคป๊อบที่หลายคนรอคอยมากที่สุดในปีนี้ ชื่อแรกๆ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ BTS เพราะถือเป็นการกลับมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง 7 คนอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานเกือบ 4 ปีเต็ม จากการปฏิบัติภารกิจเข้ากรมรับใช้ชาติ เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สำคัญที่เหล่าอาร์มี่รวมถึงแฟนๆ เคป๊อบทั่วโลกรอติดตามว่าพวกเขาจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ใดๆ อีกบ้าง

FIRST MOMENT BACK TOGETHER

เชื่อว่าหลายคนต้องจับตามองการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกทั้ง 7 คนแห่งวง BTS เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่กันครบตั้งแต่ปลายปี 2022 ตั้งแต่ที่เหล่าเมมเบอร์ทยอยเข้ากรม จนเป็นเวลากว่า 3 ปี 9 เดือน ทำให้ภาพของการรวมตัวกันครบทั้งวงก็ยังเป็นสิ่งที่แฟนๆ เฝ้ารอมาโดยตลอด จนกระทั่งกลางเดือนมิถุนายน 2025 ที่ยุคแห่งการเข้ากรมรับใช้ชาติได้สิ้นสุดลง ทำให้อาร์มี่ทั่วโลกติดตามการกลับมาพร้อมกับผลงานใหม่ของพวกเขา ภาพนี้ไม่เพียงแต่เป็นโมเมนต์แรกที่ได้เห็นสมาชิกทั้ง 7 คนอยู่ด้วยกันหลังจากห่างหายไปเป็นเวลานานเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการเปิดฉากสู่บทใหม่ของ BTS อย่างแท้จริง

TIMELESS HIT SONGS

แม้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา BTS จะเว้นจากการทำกิจกรรมวงไป แต่ชื่อของพวกเขาไม่เคยหายไปจากแฟนเพลงเลย เพลงฮิตในอดีตยังถูกเปิดฟังซํ้าอย่างต่อเนื่อง และยังปรากฏอยู่ในเพลย์ลิสต์ผู้ฟังทั่วโลกโดยเฉพาะบน Spotify ที่ผลงานของ BTS นั้นมียอดสตรีมมากถึง 26.4 พันล้านครั้ง โดยเพลง Dynamite จากอัลบั้ม BE เป็นเพลงที่มียอดสตรีมสูงที่สุด มียอดสตรีมมากถึง 2.1 พันล้าน ตัวเลขเหล่านี่ทำให้เห็นถึงความนิยมของวงที่ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เพลงเหล่านั้นกลับกลายเป็นพื้นที่ของความคิดถึงของ ARMY และคนฟังทั่วไปที่สามารถกลับไปฟังได้เสมอ

INVIDUALLY POWERFUL

สมาชิกแต่ละคนยังคงเดินหน้าสร้างผลงานของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และผลงานเหล่านั้นก็สะท้อนการเติบโตในฐานะศิลปินเดี่ยวได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว คนแรก Jin เปิดเส้นทางเดี่ยวด้วยอัลบั้ม Happy ในปี 2024 ควบคู่กับบทบาทด้านวาไรตี้ผ่านรายการ Run Jin ที่ต่อยอดจาก Run BTS ส่วนสมาชิกคนต่อไป SUGA เดินหน้าผลงานเพลงในชื่อ Agust D พร้อมจัดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ D-DAY Tour จนเป็นศิลปินเดี่ยวเกาหลีใต้ที่ทำรายได้สูงสุดในสหรัฐ ด้วยรายได้ 30.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน J-Hope ก็ได้ปล่อยผลงานเดี่ยวหลายเพลงอย่าง Mona Lisa และ Killing It Girl พร้อมทั้งจัดเวิลด์ทัวร์ในปี 2025 ด้วยชื่อ HOPE ON THE STAGE ซึ่งเป็นศิลปินเดี่ยวเคป๊อบทำรายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 84.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังได้มีโอกาสขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์เวทีระดับนานาชาติอีกด้วย

ในฝั่งของ RM หัวหน้าวงก็ได้ปล่อยเพลงผ่านอัลบั้ม Indigo ที่ถ่ายทอดความเป็นตัวเองและยังมีผลงานต่อเนื่องอย่างภาพยนตร์สารคดี Right People, Wrong Place ที่ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ส่วน Jimin ก็ได้ปล่อยอัลบั้มเช่นกัน มีชื่อว่า MUSE ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดสตรีมสูงสุดบน Spotify Korea ในปี 2025 และในช่วงสิ้นปีนั้นก็ได้ทำยอดสตรีมสูงถึง 3.4 พันล้านครั้งเลย

ส่วน V กับโซโล่อัลบั้มที่มีชื่อว่า Layover ที่แสดงถึงรสนิยมดนตรีของเขาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเพลง Slow Dancing และ Love Me Again ต่อมาด้วยเพลง FRI(END)S ในปี 2024 ที่มียอดสตรีมสูงสุดในปี 2024 สำหรับศิลปินเดี่ยวเคป็อปบน Spotify และติดอันดับ Billboard Hot 100 ขณะที่ Jungkook สร้างปรากฏการณ์ในการเป็นศิลปินเดี่ยวชายคนแรกจากเคป็อปที่ได้รับรางวัล RIAA ถึง 3 เพลงด้วยกันอย่าง Seven, Left and Right , Too Much พร้อมอัลบั้ม Golden ที่กลายเป็นอัลบั้มของศิลปินเดี่ยวเอเชียคนแรกที่มียอดผู้ฟังทะลุ 6.1 พันล้านบน Spotify ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าช่วงเวลาที่ BTS ละเว้นการทำกิจกรรมวง ไม่ได้เป็นช่วงหยุดนิ่ง หากแต่เป็นช่วงที่สมาชิกทั้งเจ็ดคนได้เติบโตในเส้นทางของตัวเอง และเมื่อถึงเวลาที่พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง นั่นจึงไม่ใช่เพียงการคัมแบ็กของวง แต่คือการกลับมาของศิลปินที่พร้อมกว่าเดิมในทุกมิติ

ARIRANG

อัลบั้มใหม่สมกับการรอคอย 4 ปีของ ARMY! ในปีนี้ BTS ได้ออกมาประกาศการปล่อยอัลบั้มใหม่เพื่อให้แฟนเพลงทั่วโลกได้หายคิดถึงกัน กับอัลบั้ม ARIRANG ผลงานชิ้นแรกหลังจากกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตามตา และยังนับเป็นอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของ BTS อีกด้วย ซึ่งชื่ออัลบั้ม ARIRANG นั้นได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านเกาหลีที่มีความหมายลึกซึ้ง และถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความคิดถึง การจากลา และการพบกันใหม่อีกครั้ง ขณะเดียวกันชื่อนี้ยังถูกตีความในอีกแบบหนึ่งว่าเป็น ‘คนที่รักที่สุด’ สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะส่งความรู้สึกพิเศษนี้ให้แฟนๆ ด้วย และอัลบั้มนี้ทำสถิติขึ้นเป็นอันดับ 1 Spotify Countdown Chart ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ยอด pre saves มีมากถึง 1.49 ล้าน และไต่เป็นอันดับที่ 1 โดยใช้เวลาเพียงแค่สองวันเท่านั้นเอง

ซึ่งอัลบั้มนี้ Jungkook หนึ่งในสมาชิกวง BTS ได้เป็นคนออกแบบเอง เขาได้ออกมาพูดไว้ว่าช่วงเวลาที่เขาอยู่สหรัฐอเมริกาเพื่อทำงานเพลง เขาคอยวาดสเก็ตช์อยู่เรื่อยๆและส่งกลับมาให้ทีมกราฟฟิกของต้นสังกัด BigHit Music เพื่อนำมาพัฒนาต่อ สุดท้ายแล้วทีมดีไซเนอร์ก็เอาไอเดียเหล่านั้นไปพัฒนาให้กลายเป็นโลโก้ ARIRANG นั้นเอง ปกอัลบั้มนั้นมีวงกลมอยู่สามวง นั้นแทนคำว่า ㅇ, ㄹ, ㄹ ในภาษาเกาหลี ซึ่งเป็นตัวอักษรเริ่มต้นของคำว่า 아리랑 (ARIRANG ) โดยอัลบั้มมีกำหนดปล่อยอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มีนาคม 2026 และประกอบไปด้วยทั้งหมด 14 เพลง

BTS AND THE RISE OF KOREAN SOFT POWER

การคัมแบ็กของ BTS ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับมาของวงระดับโลก แต่คือการกลับมาในฐานะพลังวัฒนธรรมที่พร้อมขับเคลื่อนเกาหลีใต้บนเวทีสากลอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่าการถ่ายทำอัลบั้มใหม่จะเกิดขึ้น ณ พระราชวังคย็องบกและประตูซุงนเย สองแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่สง่างามและทรงคุณค่าที่สุดของประเทศเกาหลี ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน BTS เคยสร้างปรากฏการณ์ด้วยการแสดงสดในสถานที่แห่งนี้ เพื่อมอบฟุตเทจพิเศษให้แฟนๆ ทั่วโลก ซึ่งมียอดเข้าชมมากถึงถึง 28 ล้านครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ระดับตำนานที่ผสานดนตรีป๊อปเข้ากับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างทรงพลังล่าสุด

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้อนุมัติการถ่ายทำอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการจับตามองว่าโปรเจกต์นี้อาจถูกใช้เป็นกลไกสำคัญของ Korean Soft Power ในการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศสู่สายตาคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วโลก ผ่านมุมมองร่วมสมัยที่ BTS เชี่ยวชาญมาโดยตลอดมากกว่าความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม การคัมแบ็กครั้งนี้ยังถูกมองว่าอาจส่งแรงกระเพื่อมเชิงเศรษฐกิจ ตั้งแต่การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไปจนถึงภาพลักษณ์ประเทศในระดับนานาชาติ ย้ำให้เห็นว่าดนตรีไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่คือพลังที่สามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างแท้จริง

BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’

หลังจากเพลิดเพลินกับอัลบั้ม ARIRANG ที่แฟนๆ รอคอยกันแล้ว BTS ยังเดินหน้ากลับมาพบปะแฟนๆ อย่างต่อเนื่องด้วยเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่อย่าง BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ ที่เตรียมออกเดินทางในปีนี้ เริ่มต้นกันที่ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 9 เมษายน 2026 ก่อนจะเดินทางไปเจอกับ ARMY ทั่วโลกมากถึง 79 รอบ และทั้งหมด 34 เมือง ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ โอเชียเนีย และเตรียมจะประกาศเพิ่มเติมอีกในอนาคต นี่จึงไม่ใช่แค่การกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง หากแต่ยังเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ใหญ่ที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ของวง BTS และแน่นอนว่า ประเทศไทยเองก็ไม่พลาดที่จะเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายทัวร์ของ ARIRANG WORLD TOUR ด้วยเช่นกัน ซึ่งวันแสดงคอนเสิร์ต BTS ที่ประเทศไทยในปี 2026 มีทั้งหมด 3 วันด้วยกัน คือวันที่ 3,4,6 ธันวาคม 2026 แม้ตอนนี้รายละเอียดสถานที่ยังไม่ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อได้เลยว่าแฟนๆ ARMY ชาวไทยต่างก็กำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดแน่นอน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการคัมแบ็กครั้งนี้ของ BTS ถึงไม่เพียงทำให้แฟนๆ อาร์มี่ทั่วโลกตื่นเต้นเท่านั้น หากแต่ทั้งผลงานเพลงใหม่ในรอบ 4 ปีและเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่เตรียมจัดเต็มให้แฟนๆ นี้ ยังชวนให้จับตาว่า พวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ๆ อย่างไรให้กับวงการเคป๊อบ เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเคยสร้างตำนานเอาไว้บ้าง

Text: Chanel Panyaworn

Latest Posts

Don't Miss