Awar Odhiang จากพนักงานพับเสื้อผ้า สู่นางแบบชื่อดังรางวัล Model of the Year 2026

หากพูดถึงหนึ่งในนางแบบที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำให้กับวงการแฟชั่นตลอดปีที่ผ่านมา ชื่อของ Awar Odhiang คงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย จากภาพของหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังและรอยยิ้มบนรันเวย์ CHANEL สู่การได้รับการประกาศให้เป็น Model of the Year ประจำปี 2026 จาก British Fashion Council แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่หลายคนเห็นในวันนี้ กลับเป็นเรื่องราวการเดินทางที่น่าสนใจของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง และไม่เคยคิดมาก่อนว่าความแตกต่างที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกในวัยเด็ก จะกลายมาเป็นสิ่งที่ทำให้เธอโดดเด่นในโลกแฟชั่นได้ในวันนี้

จากค่ายผู้ลี้ภัยในเอธิโอเปีย สู่ชีวิตใหม่ในแคนาดา

Awar Odhiang เป็นนางแบบเชื้อสายซูดานใต้ที่เกิดในค่ายผู้ลี้ภัย Pinyudo ประเทศเอธิโอเปีย หลังจากครอบครัวต้องอพยพหนีภัยสงครามในซูดานใต้ โดยในช่วงที่เธอยังอยู่ในครรภ์มารดา ครอบครัวได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรทางศาสนา ก่อนจะเดินทางมาตั้งถิ่นฐานในประเทศแคนาดาเมื่อปี 2002 ขณะที่เธอมีอายุเพียงสองขวบ และเติบโตในเมืองเล็กๆ อย่าง Moose Jaw รัฐ Saskatchewan

แม้จะมีชีวิตใหม่ที่ปลอดภัยขึ้น แต่การเติบโตในสังคมที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีพื้นเพหรือรูปลักษณ์เหมือนเธอ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หล่อหลอมตัวตนของ Awar เธอเคยเล่าถึงช่วงวัยเรียนว่า ในห้องเรียนเธอมักเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวสูงที่สุดและมีผิวเข้มที่สุด จนรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนรอบข้าง และเคยรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกของสังคม ความรู้สึกดังกล่าวส่งผลต่อมุมมองที่เธอมีต่อตัวเองไม่น้อย โดยเธอเคยยอมรับว่าในช่วงเวลาหนึ่งไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นคนสวย นี่จึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเมื่อย้อนกลับมามองในวันนี้

ความฝันที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นนางแบบ

ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่น Awar ไม่ได้มีความฝันที่จะเป็นนางแบบตั้งแต่แรก ตรงกันข้าม เธอให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และเคยวางแผนที่จะเดินตามเส้นทางสายการแพทย์ โดยศึกษาด้าน Health Sciences ในระดับมหาวิทยาลัย เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่มองว่าการศึกษาเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นเธอเคยทำงานพาร์ตไทม์ในร้านเสื้อผ้า Old Navy ที่เมือง Calgary ประเทศแคนาดา โดยมีหน้าที่ดูแลและพับเสื้อผ้าระหว่างที่ยังศึกษาอยู่ ก่อนที่ชีวิตจะเกิดจุดเปลี่ยนเมื่อเธอได้รับความสนใจจากแมวมอง Kelly Streit ซึ่งมองเห็นศักยภาพและชักชวนให้เธอลองเข้าสู่วงการโมเดลลิง จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้อยู่ในแผนชีวิต Awar ตัดสินใจเปิดรับโอกาสใหม่ๆ และเริ่มต้นเส้นทางนางแบบอย่างจริงจัง ก่อนจะขยับเข้าสู่เวทีแฟชั่นระดับนานาชาติในปี 2019 และได้เดินแบบให้กับแบรนด์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ก้าวสู่รันเวย์โลก และโมเมนต์ที่ทำให้ทุกคนจดจำชื่อของเธอ

หลังจากเริ่มต้นอาชีพนางแบบ Awar ค่อยๆ สร้างชื่อเสียงผ่านการทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำและปรากฏตัวบนรันเวย์สำคัญทั่วโลก เธอเคยร่วมงานกับทั้ง Prada, Louis Vuitton, Saint Laurent, Alaïa, Schiaparelli, Hermès และอีกหลายแบรนด์ อย่างไรก็ตาม โมเมนต์ที่ทำให้ชื่อของเธอเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 เมื่อ Matthieu Blazy เปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ CHANEL สำหรับ Spring/Summer 2026 ณ Grand Palais กรุงปารีส โดย Awar ได้รับเลือกให้เป็นนางแบบผู้ปิดท้ายโชว์ในลุคกระโปรงขนนกหลากสีสัน สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลานี้กลายเป็นภาพจำไม่ใช่เพียงความโดดเด่นของเสื้อผ้า แต่เป็นการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติของเธอที่แตกต่างจากภาพจำของการเดินแบบทั่วไป Awar เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหมุนตัว เต้น และปรบมือไปตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน พร้อมเข้าไปสวมกอด Matthieu Blazy ในช่วงท้ายโชว์

ความน่าสนใจคือโมเมนต์ดังกล่าวไม่ได้ถูกกำหนดหรือออกแบบท่าไว้ล่วงหน้า แต่เกิดจากความรู้สึกจริงของเธอในขณะนั้น โดย Matthieu ได้บอกให้เธอสนุกกับช่วงเวลาของตัวเองและแสดงความเป็นตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่ง Awar ก็เลือกที่จะทำตามความรู้สึกนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพรอยยิ้มและพลังบนรันเวย์ของเธอกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฤดูกาล และทำให้ผู้ชมจำนวนมากเริ่มหันมาสนใจผู้หญิงคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม

ความสำเร็จที่มาพร้อมกับเสียงสะท้อนเรื่องความหลากหลาย

แม้จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนางแบบที่ได้รับความสนใจมากที่สุด แต่ Awar ก็ไม่ได้มองว่าเส้นทางในอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นเรื่องสวยงามเพียงด้านเดียว เธอเคยพูดถึงประสบการณ์การทำงานในฐานะนางแบบผิวดำที่ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านความหลากหลาย โดยเฉพาะความรู้สึกของการได้รับการต้อนรับเพียงผิวเผิน แต่ไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในบางสถานการณ์

เธอเปิดเผยว่า บางครั้งการได้รับการต้อนรับจากคนในอุตสาหกรรมอาจเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอก ขณะที่เบื้องหลังยังมีประสบการณ์ของความไม่เป็นมิตรและการขาดความเคารพเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการมีนางแบบผิวดำปรากฏตัวบนรันเวย์หรือในแคมเปญโฆษณาเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นมีความเท่าเทียมอย่างแท้จริง Awar จึงใช้พื้นที่และเสียงของตัวเองในการพูดถึงการเปิดรับความหลากหลาย โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้กับนางแบบผิวดำและผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง เธอมองว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ควรเกิดขึ้นเพียงหน้ากล้อง แต่ควรครอบคลุมไปถึงทีมงานและบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วย

Latest Posts

Don't Miss