ภาษารักระหว่าง ออฟโรด กันตภณ กับแฟนคลับ ที่เล่าผ่านเพลง ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’

ศิลปินหนุ่ม ออฟโรด กันตภณ กลับมาพร้อมกับผลงานใหม่ ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อเพลงเท่านั้นที่โรแมนติก หากแต่ยังรวมไปถึงเรื่องราวที่ซุกซ่อนอยู่ระหว่างการทำเพลงนี้ ที่เปรียบดั่งของขวัญที่ตั้งใจจะมอบให้แก่แฟนๆ ผู้คอยอยู่เคียงข้างกันในทุกเส้นทาง พร้อมเผยการเติบโตขึ้นอีกระดับผ่านดนตรี เทคนิคการร้อง และภาพลักษณ์ที่ละมุนละไมกว่าเคย

แอลจึงไม่พลาดที่จะชวนออฟโรดพูดคุยถึงทั้งความพิเศษของเพลงนี้ ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของออฟโรดหรือไม่ก็ต้องตกหลุมรัก เบื้องหลังสุดอบอุ่นหัวใจที่ใส่ความละเอียดลออในทุกขั้นตอน รวมถึงภาษารักที่ใช้สื่อสารกันระหว่างเขาและเหล่าแฟนคลับซึ่งล้ำค่าและจับใจเสียยิ่งกว่าการมอบดอกไม้ ตลอดจนปลายทางที่เขาอยากไปให้ถึงในฐานะนักร้อง ผ่านบทสัมภาษณ์สุดพิเศษนี้

ELLE: อะไรคือความพิเศษของเพลง ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ) ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับของออฟโรดหรือไม่ก็ไม่ควรพลาด

OFFROAD: เพลงนี้ผมว่ามันเป็นตัวแทนของความรักที่ดีนะ มันไม่ใช่แค่ชื่อเพลง ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’ แต่คือประโยคหนึ่งที่อยากจะส่งให้กับคนฟังหรือคนที่เรารัก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่รู้สึกว่ามันค่อนข้างพิเศษมากๆ และแปลกใหม่สำหรับออฟโรด เพลงน่ารัก เนื้อหาก็น่ารัก ตามเนื้อเพลงเลย “ไม่ค่อยเก่งเรื่อง Surprise ใคร ไม่เข้าใจต้องทำแบบไหน เลือกของขวัญไม่ค่อยถูกใจ ต้องทำไง ไม่รู้จริงๆ” ทุกท่อนมันคือคำพูดของคนๆ หนึ่งที่ฟังแล้วเข้าใจเลย มันย่อยง่ายและไม่ต้องไปตีความเพิ่ม

ELLE: เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยผ่านสถานการณ์เหล่านี้ ดูเหมาะที่จะส่งให้ใครสักคนมาก

OFFROAD: ใช่ ได้เลย สมมติบอกรักหรือพูดไม่เก่ง ส่งเพลงนี้ไปก็จะได้รู้แล้วว่าสเต็ปต่อไปจะต้องทำอย่างไรต่อ (ยิ้ม)

ELLE: มีเบื้องหลังสนุกๆ ในการทำเพลงนี้ที่รู้สึกตื่นเต้นจนอยากแชร์ให้แฟนคลับฟังบ้างไหม

OFFROAD: ถ้าพูดในภาพรวม ผมชอบทุกพาร์ตของการทำเพลงนี้เลยครับตั้งแต่รู้ว่าจะได้ร่วมงานกับพี่เบนซ์ (วรเชษฏฐ์) แพี่โดม (จารุวัฒน์) มาตั้งแต่แรก และรู้ว่าออฟโรดควรจะร้องประมาณไหนที่จะพอดี ไม่เกินตัว และจะสามารถนำเสนอออกมาได้อย่างน่ารัก ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้เลย ทั้งดนตรีและสไตล์ มันแปลกใหม่ ตัวผมเป็นคนชอบฟังเพลงแนวชิลล์ๆ ฟังได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้เลยตอบโจทย์มาก พอได้ยินท่อนฮุก “ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ แต่จะหามาให้เธอ” มันดูโรแมนติกมาก เป็นหนุ่มคลั่งรักที่ไม่ได้รักไม่เป็นนี่หว่า แต่ค่อนข้างโรแมนติกพอตัวเลย

OFFROAD: ด้วยสไตล์ของเพลงที่มีความชิลล์และโฮมมี่แล้วใช่ไหมครับ ตอนอัดเพลงเองก็โฮมมี่ด้วยเช่นกัน เพราะเราไปอัดกันที่บ้านของพี่เบนซ์ พร้อมได้ครูเว่ยมาช่วยด้วย เสริมความละมุนให้กับเพลงยิ่งขึ้นไปอีก เพราะครูเว่ยเขาเป็นคนที่เก่งมากๆ รวมถึงพี่โดมที่อยู่ด้วยกัน เลยรู้สึกอุ่นใจมากๆ กลายมาเป็นเพลงที่ทั้งน่ารักและโฮมมี่

มาถึงการถ่ายมิวสิกวิดีโอเองก็น่ารักมาก มันจะมีความอาร์ตๆ มีความเป็น boyfriend material ถ้าเห็นภาพคอนเซ็ปต์ของเพลงนี้ มันก็จะดูเป็นพ่อหนุ่ม Pinterest เลยแหละ ชอบทั้งสไตลิ่ง มู้ดแอนด์โทน รวมถึงได้น้องพั้นรักแมวมาเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอ ซึ่งน่ารักมาก ทำให้เพลงนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าหลายคนเห็นหน้าน้องพั้นก็คงคิดว่าอยากจะซื้อดอกไม้ให้ ทุกอย่างในเพลงนี้มันจึงน่ารัก ละมุน และอบอวลไปด้วยความสุข ท้ายที่สุดผมอาจไม่รู้ว่าอะไรเป็นที่สุดของเพลงนี้ แต่ผมชอบทุกอย่างของเพลงนี้เลยจริงๆ ครับ

ELLE: ชื่อเพลง ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’ แล้วภาษารักสำหรับออฟโรดล่ะ การแสดงออกแบบไหนที่สื่อถึงความรักที่มีต่อแฟนคลับบ้าง

OFFROAD: ที่ทำมาโดยตลอดเลยคือ การทำผลงานแต่ละชิ้นงานให้ดีที่สุด เพราะมันก็คือการตอบแทนแฟนคลับเท่าที่ผมในฐานะนักแสดงและศิลปินจะสามารถมอบให้เขาได้ ทำให้เขาภูมิใจในทุกสเตจ ทำให้เห็นว่าเราโตขึ้น ให้เห็นว่าผลงานที่ปล่อยออกไปนั้น เราตั้งใจนะ และรู้สึกว่า เขาก็จะมีความสุขกับการได้เห็นเราเติบโตและได้ชมผลงานที่เราตั้งใจทำออกไปครับ เป็นภาษาบอกรักของออฟโรด เราทุ่มเทจริงๆ นะ ชื่อเพลง ‘ฉันไม่รู้จักชื่อดอกไม้ (แต่จะหามาให้เธอ)’ ใช่ไหมครับ แต่ออฟโรดคือ ‘ถึงฉันจะร้องเพลงและเต้นไม่เก่ง (แต่จะพยายามทำสิ่งนี้ให้เธอดู)’

ELLE: แล้วในทางกลับกัน อะไรเป็นสิ่งที่แฟนๆ เคยทำให้ แล้วออฟโรดประทับใจเสียยิ่งกว่าการได้รับดอกไม้อีก

OFFROAD: ผมว่าแค่การที่เขามาหา หรือช่วยกันโหวต เล่นแฮชแท็ก หรือทำใดๆ ก็แล้วแต่ที่มี interact ในทุกช่องทาง สิ่งนี้แหละคือการแสดงความรักที่แฟนคลับคนหนึ่งสามารถทำได้ เพราะเขาอยากให้เราเป็นที่รู้จัก และอยากซัพพอร์ตผลงานของเรา มันคือการที่เขาให้เกียรติและสนับสนุนเราอะ บางคนอาจไม่ได้ว่างมาหน้างานก็คอยติดแฮชแท็ก หรือคอย interact กับเราตลอด น่ารักนะ ส่วนคนที่มาหน้างานก็ใจฟูตรงที่เขาก็ตั้งใจมาหาเราจริงๆ ต่อให้มีงานใดๆ เขาก็จะคอยเคลียร์ตารางเพื่อมาหาเรา น่ารักกันคนละแบบเลยครับ มันคือการแสดงความรักของแฟนคลับที่น่ารักกันมากเลย

ELLE: โมเมนต์ไหนที่ตราตรึงใจเมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่มีร่วมกับแฟนคลับ

OFFROAD: ผมว่าน่าจะเป็นตอนที่ได้จัดแฟนคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปร้องเพลงท่ามกลางคนเยอะมากๆ เราได้เห็นนับดาวเต็มไปหมดเลย ผมรู้สึกว่ามันเป็นภาพที่สวยงามมาก และจดจำได้ทุกอย่างจริงๆ

ELLE: หากได้พบกับ ออฟโรด ในตอนที่เข้าแข่งขันรายการเซอไววัล อยากแนะนำอะไรกับเขาคนนั้นบ้าง

OFFROAD: ผมคงบอกว่า ทำสิ่งที่ทำต่อไปนะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนรู้ในสิ่งๆ นั้น เพราะถ้าในตอนนั้นเราไม่ได้ลงมือทำ ณ ตอนนี้ เราคงไม่รู้ว่ามันคืออะไร เราต้องได้เจอและเรียนรู้มันก่อน ถ้าจะมีคำพูดให้กับตัวเองในวันนั้นก็คงบอกว่า “สู้ๆ เป็นกำลังใจให้นะ ต่อให้ตรงนี้มันยากลำบาก แต่ทางข้างหน้ามันจะสวยงามเอง”

ELLE: มีอะไรบ้างไหมที่รู้สึกว่า ถ้ามีใครบอกสิ่งนี้กับเราก่อนหน้านี้ก็คงดี

OFFROAD: ผมว่าเราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่แค่เราเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว และคอยพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ก็พอแล้วครับ เปิดกว้าง เปิดรับ ณ ตอนนี้เราเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเจออะไร ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไป

ELLE: หลายๆ คนอาจจะรู้จักออฟโรดผ่านบทบาทที่หลากหลาย แต่ในฐานะ ‘นักร้อง’ ออฟโรดอยากถูกจดจำอย่างไรบ้าง

OFFROAD: ในฐานะนักร้อง อยากให้ทุกคนมองออฟโรดแล้วนึกถึงความสดใส ความเป็น ‘ไอ้หนุ่มอบอุ่นจริงใจ’ ครับ ผ่านทั้งคำพูดและเนื้อเพลง ซึ่งที่ผ่านมาก็จะเป็นการสื่อแบบนี้มาโดยตลอด เนื้อเพลงตั้งแต่เพลงแรกของออฟโรด “ก็กลายเป็นรักง่ายง่ายแค่ได้รักเธอ เธอมาเป็นเรื่องง่ายง่ายที่ฉันไม่เคยเจอ” (เพลง ง่ายๆ) มันก็จะเป็นอะไรที่ง่ายๆ เลยครับ และจะมีอีกหลายเพลงที่อยากสื่อออกไปถึงความสบาย เป็นคอมฟอร์ตโซนให้แฟนคลับ เป็นเซฟโซนให้กับคนฟัง

ELLE: แล้วเป้าหมายสูงสุดที่ใฝ่ฝันในฐานะนักร้องล่ะ เคยลองมานิเฟสดูไหม

OFFROAD: มานิเฟสเหรอครับ ผมว่าผมคงอยากจะทำผลงานเพลงออกไปเรื่อยๆ คงอยากลองได้รางวัลสักรางวัลหนึ่ง เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่า ‘ฉันทำได้แล้วนะ’ จากเจ้าเด็กที่ร้องไม่เป็นเต้นไม่ได้ วันนี้มันได้รางวัลแล้วนะ ถึงวันนั้นมันคงเป็นวันที่ผมดีใจและซึ้งมากจริงๆ ผมว่ามันต้อง emotional มาก แค่นึกภาพผมก็จะร้องไห้แล้ว

ELLE: เชื่อว่าแค่ได้เห็นการเติบโตขึ้นออฟโรดในทุกๆ ผลงานใหม่ก็ทำให้แฟนคลับภูมิใจมากแล้วรู้สึกเหมือนกันไหมว่าตัวเราเองเติบโตขึ้นมาก

OFFROAD: ก็โตขึ้นมากครับ โตมาเยอะจริงๆ จากการที่เราเริ่มจากสิ่งที่ไม่ถนัด จนเราค่อยๆ ทำมันได้ดีขึ้นแล้วนะ ย้อนมาดูก็รู้สึกว่า “เออว่ะ โตขึ้นมาก” ภูมิใจในตัวเองมากๆ เหมือนกันครับ แต่จริงๆ นะ ถ้าวันใดวันหนึ่งได้รับรางวัลนั้นจริงๆ คงจะรู้สึกใจฟูมากเลย ใจฟูมากๆ จริงๆ รอวันนั้นอยู่ และก็อยากร้องเพลงนี้ให้แฟนคลับฟังแล้วครับ

Photographer : Pathomporn Phueakphud

Latest Posts

Don't Miss