Friday, March 6, 2026

หนังไทยไปฮอลลีวูด! 5 หนังไทยต่างรสชาติที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกใหม่ในเวอร์ชั่นฮอลลีวูด

“ภาพยนตร์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ประโยคนี้ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะนอกจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของวงการบันเทิงไทยที่มีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยปรากฏการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ยอดเทรนด์บนโลกออนไลน์ ยอดผู้ชมหรือยอดขายทั้งในไทยและต่างแดน ไปจนถึงอีเวนต์สำคัญระดับโลก ในแง่ของคุณภาพงานเองก็มีกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ และนำเสนอหลากหลายพล็อตท้าทาย มีความน่าสนใจจนแม้แต่ฮอลลีวูดเองก็ยังสนใจนำไปรีเมกใหม่ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงล่าสุดกับภาพยนตร์ หลานม่า ที่สตูดิโอ Miramax ของฮอลลีวูดประกาศซื้อลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย วันนี้แอลเลยพามาย้อนดูภาพยนตร์ไทย 5 เรื่องที่ถูกสร้างใหม่ในเวอร์ชั่นฮอลลีวูด จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (Shutter)

ความหลอนของภาพยนตร์สยองขวัญสัญชาติไทยนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชามาโดยตลอด และหนึ่งในตำนานคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2004) ที่บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักที่ขับรถชนผู้หญิงแล้วหนีจนเธอเสียชีวิต นำพามาซึ่งเหตุการณ์แปลกๆ เมื่อแฟนหนุ่มช่างภาพอย่าง ธรรม์ ถ่ายภาพติดเงาประหลาดคล้ายใบหน้าผู้หญฺิง ก่อนดำดิ่งสู่ความจริงแสนมืดหม่น ดีกรีความหลอนของภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นที่เล่าขาน โดยมีหลายซีนที่กลายเป็นภาพจำติดตาคนดูจนถึงทุกวันนี้ สร้างสถิติยอดขายและกวาดรางวัลอย่างถล่มทลาย จนแม้แต่ฝั่งฮอลลีวูดยังซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเวอร์ชั่นรีเมกเมื่อปี 2008 แถมยังถูกนำไปรีเมกเป็นเวอร์ชั่นบอลลีวูดอีกด้วย

บางกอกแดนเจอรัส เพชฌฆาตเงียบ อันตราย (Bangkok Dangerous)

ตามมาติดๆ ด้วย บางกอกแดนเจอรัส เพชฌฆาตเงียบ อันตราย (1999) ภาพยนตร์แอ็กชั่นที่นำเสนออีกด้านของกรุงเทพออกสู่สาธารณชนชาวโลก ด้วยเรื่องราวของ ก้อง ชายผู้หูหนวกและเป็นใบ้ทำให้ต้องอยู่อย่างเก็บตัวพร้อมชีวิตสุดขมชื่นมาโดยตลอด จนกระทั่งได้ลองจับ ‘ปืน’ ที่ผู้คนต่างหวาดกลัว ตรงกันข้ามกับเขาที่นอกจากจะไม่ได้ยินเสียงดังสะท้านของมันแล้วยังมองว่าเป็นเกราะที่ทั้งป้องกันอันตรายและยังเสริมอำนาจให้ตนอีกด้วย และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนักฆ่า นอกจากซีนบู๊แสนดุเดือดแล้วชีวิตสุดดราม่ายังเข้มข้นไม่แพ้กัน ทำให้ฮอลลีวูดถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกใหม่และประกาศสร้างที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 2006 ก่อนจะฉายให้ทั่วโลกได้ชมกันในปี 2008 ด้วยชื่อ Bangkok Dangerous

13 เกมสยอง (13 Sins)

หนังผีไปแล้ว หนังแอ็กชั่นไปแล้ว ถึงคิวของหนังระทึกขวัญกันบ้าง กับ 13 เกมสยอง (2006) ภาพยนตร์ที่มาพร้อมพล็อตเรื่องไม่ธรรมดา เริ่มต้นจากชายหนุ่มชะตาอาภัพ ทั้งตกงานและรักพัง จนวันหนึ่งได้รับสายจากโทรศัพท์ปริศนา ชวนให้เข้าร่วมเกม ’13 BELOVED’ ที่มาพร้อม 13 โจทย์สุดท้าทาย เริ่มตั้งแต่ทำได้ง่ายๆ อย่างฆ่าแมลง หลอกล่อด้วยเงินรางวัลอันหอมหวานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ทำสำเร็จ ก่อนจะไล่ระดับความโหดขึ้นจนต้องกลั้นใจ อย่างที่พีคๆ ก็มีทั้งรับประทานอุจจาระสุนัข ไปจนถึงฆ่าคน เรียกได้ว่าพาเราไปล้วงลึกก้นบึ้งสุดดาร์กในจิตใจมนุษย์ พร้อมท้าทายศีลธรรมทั้งตัวละครและคนดูว่า หากเป็นคุณจะรับคำท้าเกมนี้หรือไม่ และจะเล่นไปได้ถึงด่านไหน เมื่อตัวเลขเงินรางวัลสูงลิบฟ้าลอยอยู่ตรงหน้า คุณจะไปต่อหรือพอแค่นี้ เรื่องราวพิสดารนี้ถูกนำไปสร้างใหม่ในฉบับฮอลลีวูดเมื่อปี 2014 ในชื่อ 13 Sins

ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)

กลเกมที่ใช้สรรพกำลังมาแบบจัดเต็มแล้ว ถึงคราวสู้กันด้วยมันสมองบ้าง กับภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง เสนอเรื่องราวแปลกใหม่แต่ขยี้วงการการศึกษาได้อย่างดี เมื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลายมาเป็นทุกอย่างของเด็กมัธยม ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อไปให้ถึงคณะในฝัน แม้วิธีการที่ใช้จะเป็นการ ‘โกง’ แค่ไหนก็ตาม นำมาซึ่งขบวนการที่เด็กอัจฉริยะ ลูกคนรวย และสาวป๊อบประจำโรงเรียนแท็กทีมกันโกงข้อสอบที่นับวันยิ่งลุกลามจนกลายเป็นธุรกิจระดับชาติ แม้ว่าฉากสำคัญจะเกิดขึ้นในห้องสอบ แต่ดีกรีความระทึกใจนั้นเทียบได้กับภาพยนตร์ทริลเลอร์ดีๆ เลยทีเดียว กลายเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่คว้ารางวัลในต่างแดน ทั้งยังสานต่อเป็นฉบับซีรี่ส์ และถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นหนังฮอลลีวูดเมื่อปี 2024 ในชื่อ Bad Genius

หลานม่า (How to Make Millions Before Grandma Dies)

เห็นได้ชัดว่า 4 เรื่องที่ผ่านมานั้นล้วนเปี่ยมด้วยอารมณ์ดุเดือดเลือดพล่าน ไม่ก็ลุ้นระทึกขวัญจนต้องกลั้นหายใจ ชวนให้ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเมื่อ Miramax สตูดิโอของทางฝั่งฮอลลีวูด ประกาศซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ หลานม่า หรือ How To Make Millions Before Grandma Dies ไปรีเมกใหม่ ว่าด้วยหลานชายที่วางแผนเข้ามาดูแลอาม่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย หวังขึ้นเป็นหลานเบอร์ 1 ในดวงใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งมรดกก้อนโต แต่ระหว่างทางกลับเกิดความผูกพันระหว่างสายใยครอบครัวที่ล้ำค่ายิ่งกว่าเงินทองเสียอีก เรื่องราวเรียบง่ายแต่ทว่ากินใจนี้สร้างปรากฏการณ์ทั้งในไทยและต่างแดน กวาดรายได้กว่าสองพันล้านบาท และคว้ารางวัลจากหลากหลายเวที โดยเฉพาะประเด็นต่างๆ ในครอบครัวที่เสมือนจุดร่วมเดียวกันทั้งเอเชีย ชวนให้การรีเมกฮอลลีวูดครั้งนี้ยิ่งน่าจับตาเป็นพิเศษว่า ความเอเชียนนี้ เมื่อนำไปสร้างใหม่ในบริบทของตะวันตกแล้ว จะถูกตีความออกมาอย่างไรบ้าง รอติดตามไปด้วยกันได้เลย

Latest Posts

Don't Miss