โชว์ Hermès Men’s Winter 2026 คือ ‘บทสุดท้าย’ ของ Véronique Nichanian ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เสื้อผ้าผู้ชาย หลังจากร่วมเดินทางกับเมซงมายาวนานถึง 37 ปี ระยะเวลาที่มากพอจะเปลี่ยนภาพจำของแฟชั่นผู้ชายทั้งยุคสมัย ตลอดเกือบสี่ทศวรรษ โชว์จัดขึ้นที่ Palais Brongniart อาคารตลาดหลักทรัพย์เก่าใจกลางกรุงปารีส และเต็มไปด้วยความเคารพ แถวหน้าผสมผสานผู้บริหารระดับสูงของ Hermès เข้ากับแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการไปจนถึงดีไซเนอร์ระดับตำนาน เมื่อโชว์จบลง Véronique ออกมารับเสียงปรบมือยืนยาวนานหลายนาทีจากผู้ชม และนี่คือสิ่งที่พลาดไม่ได้จากรันเวย์ Hermès Men’s Winter 2026

#1 Defining Hermès Men for 37 Years
Hermès Men’s Winter 2026 คือผลงานรันเวย์สุดท้ายของ Véronique Nichanian หลังจากเธอดูแลจักรวาลเสื้อผ้าผู้ชายของเมซงมายาวนานเกือบสี่ทศวรรษ ตั้งแต่เข้าร่วม Hermès ตั้งแต่ปี 1988 Nichanian ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการแฟชั่นผู้ชาย โดยเฉพาะในด้านการนิยามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hermès ไม่ใช่ภาพแฟชั่นจัดจ้าน ตลอดเกือบ 40 ปีของเธอ Véronique เคยสร้างผลงานที่น่าจดจำหลายครั้ง เช่น Fall/Winter 1998 คอลเล็กชั่นที่ทำให้ผ้าพันคอซิลค์และถุงมือหนังกลายเป็นส่วนสำคัญของ wardrobe ผู้ชาย Hermès โดยใช้วัสดุชั้นเลิศและงานตัดเย็บสุดปราณีต เป็นการวางรากฐานให้แอ็กเซสเซอรี่ส์กลายเป็นสิ่งคู่ควรกับเสื้อผ้าหรูมาตลอด หรือจะเป็น Spring/Summer 2003 ที่เธอใช้เทคนิค tailoring ที่บางเฉียบ ผสมกับผ้าลินินและผ้าวูลคุณภาพสูงจนทำให้ชุดสูทของ Hermès กลายเป็นตัวแทนของ refined casual wear เสื้อสูทที่สวมใส่ง่ายแต่ยังคงความหรู

ในคอลเล็กชั่นสุดท้ายนี้ Véronique เลือกย้ำตัวตนของเธอด้วยการเดินหน้าสู่สิ่งที่เธอถนัดที่สุด เสื้อผ้าที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ใช้โครงสร้างที่มั่นคง สีที่เป็นกลาง และวัสดุคุณภาพสูง สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ตลอดการทำงานของเธอ จนทำให้ Hermès กลายเป็นหนึ่งในเมซงที่ได้รับการยอมรับว่า นิยามโลกของแฟชั่นผู้ชายหรูร่วมสมัยได้อย่างแข็งแรง นอกจากการออกแบบ เสื้อผ้าของ Véronique ยังแสดงให้เห็นถึง ความเข้าใจในชีวิตจริงของผู้ชาย ความสบายที่ไม่ทำให้เสียความหรู ความคล่องตัวที่ไม่ลดทอนความสง่า และการใช้วัสดุที่ดูดีแม้เวลาผ่านไป ในงานสุดท้ายของเธอ ความต่อเนื่องนี้ยังคงเด่นชัด
#2 The Last Collection
แก่นของ Hermès Men’s Winter 2026 อยู่ที่การตีความเสื้อผ้าผู้ชายผ่านโครงสร้างที่ผ่อนคลาย แต่ยังคงความเนี้ยบในแบบเมซง Véronique Nichanian เลือกเล่าเรื่องผ่าน wardrobe ที่ใช้งานได้จริง ตั้งแต่เสื้อคอเต่าสีเรียบจับคู่กับกางเกงหนังทรงตรง แจ็กเก็ต blouson หนังลูกแกะ พาร์กาหนังลูกวัว ไปจนถึงโค้ตยาวบุ shearling ที่ให้ทั้งความอบอุ่นและมิติของเลเยอร์ ภาพรวมของคอลเล็กชั่นคือเสื้อผ้าที่ ‘นิ่ง’ แต่ไม่แข็ง สัดส่วนส่วนใหญ่เป็นทรงตรงและหลวมเล็กน้อย เปิดพื้นที่ให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ แทนการบังคับฟอร์มแบบเทเลอริ่งดั้งเดิม ขณะเดียวกัน Véronique ยังเล่นกับการซ้อนชั้นของเสื้อผ้า เสื้อคอเต่าใต้แจ็กเก็ตหนัง ต่อด้วยโค้ต shearling สร้างลุคที่ดูอบอุ่น มีน้ำหนัก แต่ไม่อึดอัด




วัสดุคือหัวใจสำคัญของฤดูกาลนี้ ตั้งแต่หนังลูกแกะ หนังลูกวัว ผ้าวูลผสมแคชเมียร์ ไปจนถึงผ้าเทคนิคที่ถูกนำมาใช้ร่วมกันในลุคเดียว ทำให้เสื้อผ้ามีทั้งโครงสร้างที่ชัดและสัมผัสที่นุ่มในเวลาเดียวกัน เสื้อถักเนื้อบางและกางเกงทรงตรง เป็นการผสมความเป็นทางการกับความสบายในแบบที่ Hermès ทำได้อย่างเฉพาะตัว โทนสีของคอลเล็กชั่นวนอยู่ในกรอบของน้ำเงินเข้ม ดำ เทาไหม้ และน้ำตาลอ่อน สร้างภาพรวมที่สุขุมและหนักแน่น ก่อนจะมีสีส้มและเหลืองโผล่มาเป็นจังหวะในบางลุค อีกหนึ่งชั้นความหมายของเสื้อผ้าในฤดูกาลนี้ คือการหยิบชิ้นงานจากอดีตกลับมาตีความใหม่ ตั้งแต่จัมป์สูทหนังลูกวัวจากยุค 90s ไปจนถึงสูทหนังลายเย็บเส้นจากปี 2003 ซึ่งถูกนำมาปรับสัดส่วนและจัดวางใหม่ให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน ไม่ใช่ในฐานะของย้อนยุค แต่เพื่อย้ำว่าภาษาการออกแบบของ Véronique มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้น เสื้อผ้าเหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกับไอเท็มใหม่ได้อย่างกลมกลืน




#3 The Details That Complete the Look
แม้ Hermès Men’s Winter 2026 จะโฟกัสที่เสื้อผ้าเป็นหลัก แต่กระเป๋าและแอ็กเซสเซอรี่ส์ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในภาพรวมของคอลเล็กชัน โดยทั้งหมดถูกออกแบบภายใต้แนวคิดเดียวกันคือความเรียบหรูแบบไม่ต้องส่งเสียงดัง ไม่มีโลโก้ใหญ่หรือดีเทลหวือหวา ทุกชิ้นขับเคลื่อนด้วยสัดส่วนที่ลงตัวและคุณภาพของวัสดุ กระเป๋าหลายใบมาในดีไซน์เรียบ ใช้งานได้จริง เหมาะกับชีวิตประจำวัน เช่น กระเป๋าทรงคลาสสิกในตระกูล Plume ที่เน้นโครงสร้างเบาและการตัดเย็บที่ประณีต ขณะที่ฝั่งแอ็กเซสเซอรี่ส์ตั้งแต่เข็มขัดหนัง ถุงมือ ไปจนถึงรองเท้าหนัง ล้วนช่วยเติมลุคให้สมบูรณ์โดยไม่แย่งซีนเสื้อผ้า



ส่วนนาฬิกา Hermès H08 ก็สะท้อนตัวตนของผู้ชาย Hermès ได้ชัด ด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่ผสมงานช่างแบบเมซงเข้ากับฟังก์ชั่นการใช้งานจริง เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวันมากกว่าการเป็นของโชว์ ทั้งหมดนี้ไม่ได้ถูกวางให้เป็นไอเท็มเด่นแยกออกมา แต่ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมเดียวกับเสื้อผ้า แอ็กเซสเซอรี่ส์ของ Hermès จึงไม่ได้มีไว้เพื่อดึงความสนใจ หากแต่ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘อยู่กับผู้สวมใส่’ และเติมเต็มชีวิตประจำวันอย่างเงียบๆ Hermès Men’s Winter 2026 จึงย้ำอีกครั้งว่า สำหรับ Véronique Nichanian ความหรูหราไม่ใช่เรื่องของการอวด แต่คือความละเอียดของรายละเอียด และการออกแบบสิ่งที่ใช้งานได้จริงในระยะยาว




#4 Front Row of Respect
โชว์จัดขึ้นที่ Palais Brongniart อาคารตลาดหลักทรัพย์เก่าใจกลางกรุงปารีส โถงหินสูงโปร่งสร้างบรรยากาศขรึม สุขุม และเต็มไปด้วยความเคารพต่อช่วงเวลาสำคัญของเมซง แถวหน้ารวมผู้บริหารระดับสูงของ Hermès เข้ากับแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการ ทั้งนักดนตรีและนักแสดงอย่าง Travis Scott, Usher, Ed Westwick และ Michael Shannon การรวมตัวของบุคคลจากนอกแวดวงแฟชั่นในครั้งนี้ ถือเป็นภาพที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับ Hermès และสะท้อนสถานะของ Véronique Nichanian ได้อย่างชัดเจน เธอไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส แต่เป็น taste maker ตัวจริง ผู้สร้างรสนิยมให้ Menswear มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ ในวันนั้นจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ของเซเลบริตี้ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเคารพจากคนหลากหลายสายอาชีพ ที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งนิยามเสื้อผ้าผู้ชายร่วมสมัย




#5 A New Chapter for Hermès Menswear
หลังจาก Véronique Nichanian อำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชายของ Hermès ในวัย 71 ปี เมซงก็เตรียมส่งไม้ต่อให้กับดีไซเนอร์หญิงรุ่นใหม่วัย 36 ปีอย่าง Grace Wales Bonner ผู้ซึ่งเป็นที่จับตาในฐานะพลังสร้างสรรค์คนสำคัญของยุคนี้ และคาดว่าจะนำมุมมองใหม่ๆ เข้ามาขยายบทสนทนาทางวัฒนธรรมของ Hermès ผ่านงานออกแบบในอนาคต อย่างไรก็ตาม Hermès ไม่ใช่แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร่งรีบหรือการแข่งขันตามจังหวะอุตสาหกรรม เราจึงจะได้เห็นผลงานแรกของ Grace ในช่วงต้นปี 2027 ระหว่างนี้ตลอด 12 เดือนที่ต้องรอ สิ่งที่ Nichanian ทิ้งไว้เบื้องหลังก็เพียงพอแล้วที่จะยืนยันว่า Hermès Menswear ยังมีรากฐานที่แข็งแรง พร้อมยืนระยะต่อไปได้อย่างมั่นคง



