‘ชุดไทย’ ใส่ได้แต่ทำไมถูกเสนอขึ้นทะเบียนเป็น ‘มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้’ ของ UNESCO

มีทั้งเสื้อ ผ้านุ่ง สไบ แต่เหตุไฉน ‘ชุดไทย’ ที่ทั้งมองเห็น จับต้อง และสวมใส่ได้ จึง(อาจ)เป็น ‘มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้’ ถ้าผ่านการพิจารณาจาก UNESCO ในเดือนธันวาคมศกนี้ 

นิยามของมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้  

ก่อนอื่นต้องไปดูนิยามกันใน ‘อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage)’ ขององค์กรยูเนสโก ซึ่งระบุไว้ในมาตรา 2 ว่า  

มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้หมายถึงวิถีปฏิบัติการแสดงออกองค์ความรู้ทักษะตลอดจนเครื่องมือและวัตถุที่เกี่ยวข้องที่ชุมชนและกลุ่มคนยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกวัฒนธรรมของตน

‘มรดก’ ของยูเนสโกจึงไม่ใช่เพียงวัตถุ สิ่งของ หรือผืนผ้า แต่หมายรวมถึง ภูมิปัญญา งานช่างฝีมือ พิธีกรรม และวิถีปฏิบัติทางสังคมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงอยู่ในปัจจุบัน ลึกไปกว่าเส้นไหมที่ถักทอขึ้นเป็นชุดไทย ยังมีเกษตรกรผู้เลี้ยงหม่อนไหม ช่างย้อมสี ช่างทอผ้า เทคนิคการเย็บ ปัก ถัก ร้อย จนถึงพิธีกรรม เทศกาล และผู้คน ที่กอปรกันเป็น ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้’

มรดกไทยไปยูเนสโก 

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ไทยยื่นให้ยูเนสโกพิจารณาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ – ไม่ได้มีเพียงชุดไทย แต่ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น 

ผ้าขาวม้า ประเทศไทยเสนอเอกสาร Phakhaoma, a multifunctional cloth in Thai lifeต่อยูเนสโกเมื่อเดือนมีนาคม 2023 โดยชูจุดเด่นของผ้าขาวม้าในฐานะผ้าอเนกประสงค์ที่ผูกพันกับคนไทยตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน ทั้งสวมใส่เป็นผ้าคาดเอว ผ้าโพกหัว เปลอุ้มเด็ก ผ้าเช็ดตัว ไปจนถึงใช้ในพิธีขวัญและงานประเพณีท้องถิ่น 

ชุดไทย เสนอชื่อเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2024 ในเอกสาร Chud Thai: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume เน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์กว่า 1,400 ปีของชุดไทย ตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยชูโครงเสาเอก 3 ประการ ได้แก่ องค์ความรู้เชิงช่าง งานช่างฝีมือการทอ-การตัดเย็บ และวิถีปฏิบัติทางสังคม

มวยไทย เสนอชื่อพร้อมกับชุดไทยในเอกสาร Muay Thai: Thai Traditional Boxing ชูประวัติศาสตร์ของมวยไทยที่สืบทอดมากกว่า 300 ปี โดยมีมิติทางวัฒนธรรมที่สำคัญมากไปกว่ากางเกงมวยที่ฮิตไปทั่วโลก แต่ยังมี ‘การไหว้ครูรำมวย’ พิธีกรรมซึ่งแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ แฝงค่านิยมเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน ระเบียบวินัย และการปกป้องชุมชน 

ทั้งนี้ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลจำนวน 24 ประเทศ ซึ่งจะยึดหลักเกณฑ์วิชาการ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ และความสมบูรณ์ของเอกสารที่ยื่นเสนอ มีกำหนดพิจารณา ‘ชุดไทย’ ในการประชุมครั้งที่ 21 ณ เมืองเซียะเหมิน (Xiamen) ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2026 ส่วนมวยไทยและผ้าขาวม้าอยู่ในบัญชีรายการรอการประเมินตามลำดับคิวของยูเนสโก (แปลว่ารอไปก่อน) 

เกณฑ์การประเมิน 5 ประการของยูเนสโก 

การพิจารณาสิ่งที่จะขึ้นทะเบียนใน ‘บัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity)’ ตามอนุสัญญา ค.ศ. 2003 เป็นไปตามเกณฑ์ 5 ประการ หรือ Criterion R.1 – R.5 

แล้วชุดไทย ผ้าขาวม้า และมวยไทยเข้าเกณฑ์ดังกล่าวอย่างไรบ้าง 

  • Criterion R.1 สอดคล้องกับนิยามมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้: ครอบคลุมทั้งงานช่างฝีมือประเพณี  วิถีปฏิบัติทางสังคม และพิธีกรรมประเพณี 
  • Criterion R.2 สร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการเสวนาทางวัฒนธรรม: ยกระดับการรับรู้ถึงคุณค่าของมรดกสิ่งทอและศิลปะประเพณี สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษยชาติ
  • Criterion R.3 แผนการสงวนรักษาที่ชัดเจน: มีมาตรการคุ้มครองและส่งเสริมจากภาครัฐและชุมชน เช่น การสนับสนุนกลุ่มช่างทอ การถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ และการต่อยอดสู่นโยบายซอฟต์พาวเวอร์
  • Criterion R.4 การมีส่วนร่วมและยินยอมของชุมชน: ได้รับความยินยอมอย่างเสรี ล่วงหน้า และได้รับแจ้งข้อมูลจากชุมชนช่างฝีมือ ช่างทอผ้า ครูมวย และผู้ถือครองวัฒนธรรมทั่วประเทศ
  • Criterion R.5 การบรรจุในบัญชีมรดกระดับชาติ: รายการทั้งหมดได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยแล้ว

จุดเด่นที่ไม่อาจมองข้าม: เทคนิคการทอและชุมชนช่าง

สิ่งที่ส่งเสริมให้มรดกของไทยแสงจับในเวทีโลก คือ เทคนิคการทอผ้าโบราณและชุมชนช่างฝีมือท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้ถือครองวัฒนธรรม เทคนิคการทอผ้าไทยที่มีเอกลักษณ์ เช่น เทคนิคผ้ามัดหมี่โดยใช้วิธีมัดย้อมเส้นด้ายพุ่งหรือเส้นยืนก่อนไปทอ จนเกิดลวดลายสวยงามอ่อนช้อย เทคนิคผ้ายกทอง/ผ้ายก การทอแทรกดิ้นทองหรือดิ้นเงินลงในผืนผ้าด้วยการยกตะกอพิเศษ เกิดเป็นลวดลายลอยนูน เทคนิคผ้าขิดและผ้าจกการเก็บตะกอพิเศษหรือใช้ขนนกหรือไม้สะกิดด้ายพุ่งสีต่างๆ เพื่อสร้างลวดลายเรขาคณิตและลวดลายธรรมชาติ

ส่วนชุมชนช่างฝีมือทอผ้าท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องผ้าพื้นบ้าน เช่น กลุ่มช่างทอผ้าไหมภาคอีสานรวมตัวกันตามจังหวัดสุรินทร์ ขอนแก่น บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด ซึ่งยังคงสืบสานภูมิปัญญาการมัดหมี่และการย้อมสีธรรมชาติมาหลายชั่วอายุคน ชุมชนช่างทอผ้ายกและผ้าจกภาคเหนือและภาคใต้เช่น กลุ่มทอผ้าจกแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, กลุ่มทอผ้าจกหาดเสี้ยว จังหวัดสุโขทัย และกลุ่มทอผ้ายกเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมชนหัตถกรรมผ้าขาวม้ากลุ่มแม่บ้านและชาวบ้านท้องถิ่นต่างๆ ทุกทิศทั่วไทยยังคงทอผ้าขาวม้าลายตารางอเนกประสงค์ด้วยกี่มือโบราณ

ภูมิปัญญาเหล่านี้ได้รับการฟื้นฟูและสืบสานจากพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงศึกษารวบรวมและกำเนิดชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบตั้งแต่ปี 1960 ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสานต่อและผลักดันผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นระดับสากล 

มรดกของเพื่อนบ้าน

ประเทศอื่นๆ ที่ผ่านเกณฑ์มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ มักเน้น ‘เทคนิคภูมิปัญญาและวิถีปฏิบัติ’ อันเป็นเส้นทางเดียวกับมรดกของไทย เช่น 

  • อินเดียขึ้นทะเบียน Jamdani: แทนที่จะเสนอชื่อ ‘ส่าหรี’ ชุดประจำชาติซึ่งมีหลากหลายรูปแบบละลานตา  อินเดียเลือกเสนอขึ้นทะเบียน ‘Jamdani’ เทคนิคการทอผ้ามัสลินชั้นสูงแบบโบราณที่นำมาใช้ทำผ้าส่าหรีชั้นสูง 
  • ญี่ปุ่นขึ้นทะเบียน Ojiya-chijimi และ Shingo-banba: ‘กิโมโน’ คือสิ่งแรกๆ ที่คนทั้งโลกนึกถึงญี่ปุ่น หากก็ด้วยเหตุผลเดียวกับส่าหรีของอินเดีย ด้วยกิโมโนมีหลากหลายรูปแบบมาก ญี่ปุ่นจึงยื่นขึ้นทะเบียนภูมิปัญญาการทอผ้าจากเส้นใยราเมะที่ใช้ทำชุดพื้นเมืองแทน 
  • ชุดเคบายา (Kebaya) เสนอชื่อแบบพหุชาติ: เป็นการผนึกกำลังเสนอชื่อร่วมกันของ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทยอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เพื่อรับรองวัฒนธรรมการแต่งกายร่วมกันในภูมิภาค ซึ่งเคบายาคือเครื่องแต่งกายของชาวบาบ๋า-เพอรานากันในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตของไทย

ประเทศไทยประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกแล้ว 6 รายการ ได้แก่ โขน (2018), นวดไทย (2019), โนรา (2021), สงกรานต์ (2023), ต้มยำกุ้ง (2024) และเคบายา (2024-ร่วม 5 ประเทศ) จุดนี้ต้องรอลุ้นกันว่า ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า (และประเพณีลอยกระทงด้วยนะ!) จะได้เข้าทำเนียบ ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้’ ของยูเนสโกหรือไม่ อันจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการต่อลมหายใจและส่งต่อมรดกที่มีชีวิตเหล่านี้ไปสู่คนรุ่นต่อๆ ไป

Text: Suphakdipa Poolsap

Latest Posts

Don't Miss