ความสดชื่นอาจเป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์ที่เข้าถึงง่ายที่สุดของน้ำหอมผู้ชาย แต่เมื่อกลิ่นนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสดชื่น เสน่ห์ของน้ำหอมก็สามารถเปลี่ยนไปได้อีกแบบ จากความโปร่งในช่วงแรก ก่อนจะค่อย ๆ เผยความเข้มและอบอุ่นมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
นี่คือเสน่ห์ของ Le Sel d’Issey Parfum จาก Issey Miyake ที่นำเอกลักษณ์ของ Le Sel d’Issey มาตีความในมุมที่เข้มขึ้น ผ่านความแตกต่างระหว่างความสดชื่นของทะเลและความร้อนของผืนดิน ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นกลิ่นที่มีทั้งความเท่ ขรึม และลุ่มลึกในแบบของ Parfum

WHERE THE COLD SEA CRASHES ON THE BURNING LAND
แนวคิดของ Le Sel d’Issey Parfum ถ่ายทอดผ่าน “Where the Cold Sea Crashes on the Burning Land” ซึ่งนำความแตกต่างระหว่างทะเลและผืนดินมาเป็นหัวใจของกลิ่น ฝั่ง From the Sea ถ่ายทอดผ่าน Salt Accord, Marine Seaweed และ Oakmoss ที่สร้างบรรยากาศเย็นสดชื่นแบบ Marine ขณะที่ To the Land นำเสนอผ่าน Saffron Accord, Dark Woody Notes และ Amber Accord เติมความเผ็ดอุ่น ความเข้ม และความอบอุ่นเข้ามาอีกด้านหนึ่ง
FROM SEA TO SCENT
หากถ่ายทอดภาพของกลิ่นนี้ออกมาเป็นหนึ่งฉาก Le Sel d’Issey Parfum คือภาพของน้ำทะเลที่ซัดลงบนกองไฟและไม้ที่กำลังไหม้ริมหาด ความเย็นของทะเลปะทะกับความร้อนของผืนดิน กลายเป็นภาพของน้ำหอมที่ทั้งเท่ ขรึม และมีความหรูหราอยู่ในตัว
กลิ่นเปิดด้วย Salt Accord และ Saffron Accord ที่วางความสดชื่นและความเผ็ดอุ่นไว้เคียงกัน ก่อนเข้าสู่ Marine Seaweed และ Dark Woody Notes ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้กับกลิ่น ทำให้ความสดชื่นในช่วงแรกไม่ได้จบลงเพียงความโปร่ง แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนอารมณ์ไปสู่โทนที่เข้มขึ้น
เมื่อกลิ่นดำเนินต่อ Amber Accord และ Oakmoss เข้ามาเติมความอบอุ่นและความลุ่มลึกในช่วงท้าย ทำให้ภาพรวมของ Parfum มีน้ำหนักมากขึ้น พร้อมสร้างคาแรกเตอร์ของผู้ชายที่ดูแกร่ง สุขุม และน่าค้นหา โดยยังคงความประณีตไว้ตลอดการพัฒนาของกลิ่น
เรื่องราวเดียวกันยังต่อเนื่องมาถึงงานดีไซน์ โดย Tokujin Yoshioka นำขวดไอคอนิกของ Le Sel d’Issey มาตีความใหม่ผ่านเฉดสีน้ำตาลเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากเกลือสีเข้ม ตัดด้วยฝาสีดำเงาและเส้นสายที่สะท้อนทั้งความพลิ้วไหวและความแข็งแกร่ง ขณะที่บรรจุภัณฑ์เลือกใช้ Matte Finish พร้อมตัวอักษรและรายละเอียดแบบเมทัลลิก ช่วยเสริมให้ภาพรวมของ Parfum ดูเข้มขึ้น พร้อมคงเสน่ห์ของงานออกแบบที่เชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและความร่วมสมัยไว้ได้อย่างลงตัว


THE SAME SEA, DIFFERENT DEPTHS
เสน่ห์ของ Le Sel d’Issey ไม่ได้อยู่ที่การมีน้ำหอมเพียงหนึ่งกลิ่น แต่คือการนำโครงสร้างเดียวกันมาตีความในคนละทิศทาง โดย Salt Accord, Marine Seaweed และ Oakmoss ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมของทั้ง EDT, EDP และ Parfum ก่อนที่แต่ละเวอร์ชันจะพาอารมณ์ของกลิ่นไปคนละทาง
Le Sel d’Issey EDT อยู่ในกลุ่ม Woody Marine โดยนำ Salt Accord, Marine Seaweed และ Oakmoss มาผสานกับ Cedarwood, Ginger และ Sand Vetiver ให้ภาพของความสดชื่นแบบ Marine เป็นแกนหลัก ก่อนมีโทน Woody เข้ามาเติมคาแรกเตอร์
Le Sel d’Issey EDP ขยับไปในกลุ่ม Woody Marine Dry Amber ด้วย Salt Accord, Marine Seaweed และ Oakmoss ที่เสริมด้วย Cedarwood, Incense และ Amber Accord ทำให้โทนของกลิ่นมีความแห้งและอบอุ่นขึ้น
ส่วน Le Sel d’Issey Parfum พาโครงสร้างไปอีกทางในกลุ่ม Woody Marine Leathery โดยเติม Saffron Accord, Dark Woody Notes และ Amber Accord เข้ามา พร้อม Oakmoss ที่ช่วยเสริมความลุ่มลึกในช่วงท้าย ทำให้ภาพรวมของกลิ่นมีน้ำหนักและความเข้มชัดเจนขึ้น
ความแตกต่างของทั้งสามเวอร์ชันจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ระดับความเข้มของกลิ่น แต่เป็นการตีความโลกของ Le Sel d’Issey ผ่านคนละอารมณ์ ตั้งแต่ความสดชื่นของ EDT ความแห้งและอบอุ่นของ EDP ไปจนถึง Parfum ที่พาความสดชื่นจากทะเลเดินทางต่อสู่โทนเข้มและอบอุ่นของผืนดิน


ELLE SAYS
“เสน่ห์ของ Le Sel d’Issey Parfum อยู่ที่การหยิบความสดชื่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเล็กชันมาตีความในมุมที่เข้มและมีคาแรกเตอร์ขึ้น กลิ่นไม่ได้พยายามสร้างความโดดเด่นแบบฉูดฉาด แต่ค่อย ๆ เผยความเท่ ขรึม และลุ่มลึกออกมาตามเวลา สำหรับผู้ชายที่ชอบน้ำหอมที่มีความสดชื่นเป็นจุดเริ่มต้น แต่ต้องการให้กลิ่นมีมิติและน่าค้นหามากขึ้น Parfum เวอร์ชันนี้จึงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าลอง”
— Chayanon Chongprasert – Beauty Editor

