เปิดบทสัมภาษณ์ Pasquale Bruni เฉลิม 65 ปี แห่งงานฝีมือ และวิสัยทัศน์ร่วมกับ Scintilla Gioielli

ตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา Pasquale Bruni ไม่ได้เติบโตขึ้นด้วยเพียงชื่อเสียงของงานจิวเวลรีจากอิตาลี หากแต่ค่อยๆ สร้างภาษาของตัวเองขึ้นมาผ่านการผสานระหว่างงานฝีมืออันประณีต ธรรมชาติ ความเป็นผู้หญิง และอารมณ์ความรู้สึก จนกลายเป็นหนึ่งในอิตาเลียนจิวเวลรีเฮาส์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน เรื่องราวของ Maison เริ่มต้นขึ้นในปี 1961 ณ เมือง Valenza ศูนย์กลางสำคัญของงานช่างทองระดับสูงของอิตาลี ก่อนจะส่งต่อจากผู้ก่อตั้ง Pasquale Bruni ไปยัง Eugenia Bruni ผู้รับช่วงดูแลด้านการสร้างสรรค์และนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ที่ให้ความสำคัญกับร่างกาย การเคลื่อนไหว อิสระ และอารมณ์ของผู้หญิง

ในวาระครบรอบ 65 ปี Pasquale Bruni ยังถ่ายทอดเรื่องราวของ Maison ผ่านนิทรรศการ ‘Pasquale Bruni’s Secret Garden: Where Matter Becomes Light’ ที่ Fuorisalone 2026 ณ Università degli Studi di Milano ก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วโลก โดยนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ อัญมณี โลหะ แสง และงานฝีมือ ผ่านโลกของ Secret Garden ในโอกาสที่เรื่องราวดังกล่าวเดินทางมาถึงประเทศไทยแอลได้พูดคุยกับ Chiara Narratore, Regional Sales Director ของ Pasquale Bruni และ แพม สรีนา ธีระวิทยภิญโญ, Executive Director ของ Scintilla Gioielli ถึงตัวตนของเมซงที่ยังคงเติบโตโดยไม่ทิ้งรากเหง้าของตัวเอง รวมถึงเหตุผลที่จิวเวลรีของ Pasquale Bruni สามารถเชื่อมโยงกับผู้หญิงยุคใหม่และตลาดไทยได้อย่างน่าสนใจ สามารถเยี่ยมความงดงานของ Pasquale Bruni ได้ที่ Scintilla Gioielli Boutique ชั้น M ศูนย์การค้า Siam Paragon

65 ปีของ Pasquale Bruni กับการส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น

ELLE: Pasquale Bruni ถือกำเนิดขึ้นที่ Valenza เมืองสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องประดับอิตาลี งานฝีมือจากเมืองแห่งนี้มีความสำคัญต่อเมซงอย่างไร?

Chiara Narratore: Valenza ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ Pasquale Bruni ถือกำเนิดขึ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของแบรนด์มาตั้งแต่แรก ที่นี่มีความเชี่ยวชาญด้านงานจิวเวลรีระดับสูงอย่างมาก และมีประวัติศาสตร์ด้านงานช่างทองที่สั่งสมมายาวนาน Pasquale Bruni อยู่ที่ Valenza มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น และทุกวันนี้เครื่องประดับแต่ละชิ้นยังคงถูกสร้างขึ้นด้วยมือใน atelier สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการถ่ายทอดความรู้จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง เรามีช่างฝีมือที่อยู่กับบริษัทมานาน และคนรุ่นใหม่ก็จะค่อยๆ เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า เริ่มจากทักษะหนึ่ง ก่อนพัฒนาไปสู่ขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้น สำหรับเราการเป็นบริษัทครอบครัวไม่ได้หมายถึงเพียงการทำงานร่วมกัน แต่หมายถึงการแบ่งปันความรู้ ความสามารถ และเทคนิคให้กับคนรุ่นต่อไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมงานฝีมือจึงมีความสำคัญอย่างมากกับ Pasquale Bruni เพราะ เทคนิคของ Pasquale และภาษาการออกแบบของ Eugenia เมื่อมารวมกัน จึงเกิดเป็นจิวเวลรีที่มีความเฉพาะตัว

ELLE: ดอกไม้ 5 กลีบเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของ Pasquale Bruni เรื่องราวของดอกไม้นี้มีความหมายอย่างไร?

Chiara Narratore: ดอกไม้ 5 กลีบเป็นเหมือนจิตวิญญาณของ Pasquale Bruni จุดเริ่มต้นมาจากภาพวาดในวัยเด็ก และเมื่อเวลาผ่านไป ดอกไม้รูปแบบเดียวกันนี้ถูกนำมาตีความในหลากหลายขนาด สี อัญมณี และเทคนิค สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือรูปลักษณ์ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความรู้สึกที่อยู่ภายใน นั่นคือความสุข งานฝีมือ และความรักที่มีต่อธรรมชาติ หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือ Bon Ton ซึ่ง Eugenia พัฒนาขึ้นในปี 2008 ด้วยรูปทรงดอกไม้ 5 กลีบที่ได้รับการเจียระไนอย่างละเอียดและมีหัวใจตรงกลาง จนกลายเป็นหนึ่งในเทคนิคที่โดดเด่นของเมซงหลังจากนั้น รูปทรงดอกไม้ยังคงถูกนำไปพัฒนาต่อในหลากหลายคอลเลกชัน ไม่ว่าจะเป็น Petit Joli หรือ Figlia dei Fiori แต่ละชิ้นอาจมีสัดส่วน สี หรืออัญมณีที่แตกต่างกัน ทว่าแก่นของมันยังคงเป็นดอกไม้ดอกเดิมที่เริ่มต้นจากภาพวาดของเด็ก สำหรับเราดอกไม้นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่เป็นตัวแทนของ ความต่อเนื่อง ความเป็นผู้หญิง และความสุขในการสวมใส่จิวเวลรีในชีวิตประจำวัน

เมื่อ Eugenia Bruni เปลี่ยนมรดกให้กลายเป็นภาษาของผู้หญิงยุคใหม่

ELLE: Eugenia Bruni เข้ามาดูแลด้านการสร้างสรรค์ตั้งแต่ปี 2001 วิสัยทัศน์ของเธอเปลี่ยนแปลงตัวตนของเมซงอย่างไร?

Chiara Narratore: Eugenia เติบโตขึ้นใน atelier ของพ่อ เธอจึงมีความเข้าใจในเทคนิคและงานฝีมืออย่างลึกซึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็มีมุมมองของตัวเองเกี่ยวกับผู้หญิง เธอต้องการสร้างเครื่องประดับที่สัมพันธ์กับร่างกาย การเคลื่อนไหว และอารมณ์ ไม่ใช่เพียงเครื่องประดับที่วางอยู่บนร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่สามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้หญิงได้ นี่จึงเป็นแนวคิดของ freedom, movement and emotion ซึ่งกลายเป็นภาษาการออกแบบที่ชัดเจนมากขึ้นของ Pasquale Bruni Eugenia เป็นผู้หญิงที่ออกแบบเพื่อผู้หญิง และเข้าใจว่าผู้หญิงแต่ละคนมีวิธีแสดงออกถึงตัวตนที่แตกต่างกัน จิวเวลรีจึงควรให้อิสระกับผู้สวมใส่ในการเลือกว่าจะสวมใส่อย่างไรและตีความมันอย่างไร

ELLE: ในวาระครบรอบ 65 ปี Pasquale Bruni นำเสนอ ‘Secret Garden: Where Matter Becomes Light’ อะไรคือสิ่งที่ Maison ต้องการถ่ายทอดผ่านนิทรรศการนี้?

Chiara Narratore: Secret Garden เป็นเหมือนการพาผู้ชมเดินทางเข้าไปในโลกของ Pasquale Bruni และย้อนกลับไปดูเรื่องราวทั้งหมดของ Maison ตั้งแต่ต้นกำเนิด งานฝีมือ ไปจนถึงวิวัฒนาการของการออกแบบ เราต้องการให้คนมองจิวเวลรีมากกว่าวัตถุที่สวยงามชิ้นหนึ่ง แต่ให้เห็นถึงการเดินทางตั้งแต่ธรรมชาติไปสู่อัญมณี จากอัญมณีไปสู่มือของช่างฝีมือ และจากมือของช่างฝีมือไปสู่แสง เพราะฉะนั้นจิวเวลรีจึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่ใช้ประดับร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่มีพลังทางอารมณ์ มีความหมาย และสามารถสร้างความรู้สึกบางอย่างให้กับคนที่สวมใส่ Secret Garden จึงเป็นเรื่องราวของครอบครัว ความงาม ความเชี่ยวชาญ และความหลงใหลในงานจิวเวลรีที่ถูกส่งต่อมาตลอด 65 ปี นิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นครั้งแรกที่ Università degli Studi di Milano ในช่วง Fuorisalone 2026 โดยเปลี่ยนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นสวนลับที่ผสานสี กลิ่น เสียงของธรรมชาติ อัญมณี โลหะ และแสงเข้าด้วยกัน

มุมมองจากประเทศไทย กับความสัมพันธ์ระหว่าง Pasquale Bruni และผู้หญิงไทย

หลังจากพูดคุยถึงรากฐานและวิสัยทัศน์ของเมซงแล้วแอลยังได้พูดคุยกับ แพม สรีนา ธีระวิทยภิญโญ, Executive Director ของ Scintilla Gioielli ถึงเหตุผลที่เธอเลือกนำ Pasquale Bruni เข้ามาสู่ตลาดไทย รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคจิวเวลรีในปัจจุบัน เพราะจิวเวลรีที่ดีต้องมีมากกว่าความสวย

ELLE: อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Scintilla Gioielli เลือก Pasquale Bruni มาเป็นส่วนหนึ่งของ Scintilla Gioielli และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแบรนด์เติบโตและเดินทางมาด้วยกันจนถึงวันนี้?

แพม สรีนา: สำหรับแพม การเลือกแบรนด์เข้ามาอยู่ใน Scintilla Gioielli ไม่ได้ต่างจากการเลือกผลงานศิลปะเข้ามาอยู่ในคอลเลกชัน สิ่งที่เรามองหาไม่ได้มีเพียงความสวยงามหรือชื่อเสียง แต่ต้องมีทั้ง เรื่องราว ปรัชญา และจิตวิญญาณ อยู่เบื้องหลัง Pasquale Bruni เป็นหนึ่งใน Maison ที่มีทั้งสามสิ่งอย่างชัดเจน และตลอด 65 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ไม่ได้ทำจิวเวลรีเพื่อเป็นเพียงวัตถุประดับตกแต่ง แต่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ อารมณ์ และผู้หญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Scintilla Gioielli เช่นกัน
สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Scintilla และ Pasquale Bruni มีความพิเศษ คือ เราไม่ได้มองกันเพียงในฐานะ Business Partner แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เราเรียนรู้ เติบโต และสร้างสิ่งต่างๆ ไปด้วยกัน เราเชื่อในคุณค่าของแบรนด์และต้องการถ่ายทอดตัวตนของ Pasquale Bruni ให้ผู้หญิงไทยได้รู้จักและเข้าใจมากกว่าแค่ความสวยงามของเครื่องประดับ แต่ได้สัมผัสถึงเรื่องราวและความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลังด้วย

ELLE: จากประสบการณ์ของคุณ อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Pasquale Bruni สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าชาวไทยได้เป็นพิเศษ?

แพม สรีนา: แพมคิดว่าเป็นเรื่องของอารมณ์และความละเอียดอ่อนของดีไซน์ค่ะ Pasquale Bruni มีความเป็นผู้หญิง มีความนุ่มนวล และมีความโรแมนติก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หวานจนเกินไป โดยเฉพาะการนำธรรมชาติและดอกไม้มาตีความในแบบที่ร่วมสมัย ทำให้ผู้หญิงที่อาจไม่เคยชอบเครื่องประดับรูปดอกไม้มาก่อนสามารถรู้สึกว่าดีไซน์ของแบรนด์มีความเก๋ มีความเปรี้ยว และสามารถนำไปใส่ในชีวิตประจำวันได้ อีกสิ่งที่สำคัญมากคือ craftsmanship เพราะลูกค้าชาวไทยมีความเข้าใจในงานฝีมือและเครื่องประดับชั้นสูงค่อนข้างดี หลายคนไม่ได้มองแค่ภาพรวมของชิ้นงาน แต่สนใจว่าทำอย่างไร ใช้วัสดุอะไร และมีเทคนิคอะไรอยู่เบื้องหลัง

ELLE: หนึ่งในจุดเด่นของ Pasquale Bruni คือรายละเอียดที่อยู่ด้านในและด้านหลังของเครื่องประดับ เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร?

แพม สรีนา: สำหรับแพม นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ Pasquale Bruni แตกต่าง เพราะแบรนด์ให้ความสำคัญกับเครื่องประดับแบบ 360 องศา เวลามองจิวเวลรีทั่วไป เราอาจมองเพียงด้านหน้า แต่ Pasquale Bruni ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในส่วนที่คนอื่นอาจไม่ได้เห็น ทั้งด้านหลัง ด้านใน หรือรายละเอียดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักหรือการวางอัญมณี มันเหมือนเป็นความลับเล็กๆ ระหว่างชิ้นงานกับผู้หญิงที่สวมใส่ และแพมคิดว่านี่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เครื่องประดับมีความเป็นงานศิลปะมากขึ้น ในบางครั้งสิ่งที่สวยที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนมองเห็น แต่เป็นรายละเอียดที่คนใส่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นแนวคิดเรื่องรายละเอียดด้านในและด้านหลังยังเป็นหนึ่งในภาษาสำคัญของ Pasquale Bruni ที่ให้ความสำคัญกับทุกพื้นผิวของเครื่องประดับและความสัมพันธ์กับผิวของผู้สวมใส่

ELLE: อีกหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์คือการสามารถปรับเปลี่ยนหรือเชื่อมต่อชิ้นงานเข้าด้วยกัน คุณมองเรื่องนี้อย่างไร?

แพม สรีนา: แพมคิดว่ามันตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่มาก เพราะทุกวันนี้ผู้หญิงไม่ได้ต้องการเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวที่มีวิธีใส่แบบเดียว แต่ต้องการให้จิวเวลรีสามารถสะท้อนตัวตนของตัวเองได้บางชิ้นสามารถนำมาต่อกัน เปลี่ยนวิธีสวมใส่ หรือจับคู่กับชิ้นอื่นได้ รวมถึงการผสมวัสดุและอัญมณีที่แตกต่างกัน เช่น การนำ black diamonds มาอยู่ร่วมกับ white diamonds หรือการผสมโลหะต่างชนิด สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงสามารถสร้างสไตล์ของตัวเองขึ้นมาได้ และทำให้จิวเวลรีหนึ่งชิ้นสามารถมีหลายบุคลิกตามโอกาสและคนที่สวมใส่ แนวคิดเรื่องเครื่องประดับที่สามารถปรับเปลี่ยนและนำไปใช้ได้หลายรูปแบบก็สอดคล้องกับผลงานของเมซงที่ออกแบบให้บางชิ้นสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้

ELLE: ในมุมมองของคุณ ผู้บริโภคเครื่องประดับไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?

แพม สรีนา: ผู้หญิงไทยมีความเข้าใจเรื่องเครื่องประดับและงานฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาเครื่องประดับอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของความหรูหรา สถานะ หรือโอกาสพิเศษ แต่ทุกวันนี้จิวเวลรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของ personal style และ self-expression มากขึ้น ผู้หญิงไทยจำนวนมากมีความมั่นใจและรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ลูกค้าของเรามีทั้งนักสะสมที่มีความรู้เกี่ยวกับงานจิวเวลรีอิตาลีอยู่แล้ว ไปจนถึงลูกค้ารุ่นใหม่ที่รู้จักแบรนด์จากการเห็นศิลปินหรือคนดังสวมใส่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเขาสนใจแล้ว เขาจะถามต่อว่าเครื่องประดับชิ้นนี้ผลิตอย่างไร ใช้เทคนิคอะไร หรือทำไมรายละเอียดถึงเป็นแบบนี้ นั่นสะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียง ‘ของสวย’ แต่ต้องการเข้าใจ คุณค่าและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังชิ้นงาน ด้วย

ELLE: คุณรู้จัก Pasquale Bruni ครั้งแรกได้อย่างไร และอะไรทำให้ตัดสินใจนำแบรนด์มาสู่ประเทศไทย?

แพม สรีนา: แพมรู้จัก Pasquale Bruni ครั้งแรกที่มิลาน และด้วยพื้นฐานของครอบครัวที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องประดับอิตาลี ทำให้เราเข้าใจทั้งตลาดและความสำคัญของงานฝีมือจากอิตาลีเมื่อได้รู้จัก Pasquale Bruni มากขึ้น ก็รู้สึกว่าแบรนด์มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งเรื่องของดีไซน์ งานฝีมือ คุณภาพ และจิตวิญญาณ เราจึงตัดสินใจทำงานร่วมกัน และเปิดตัว Pasquale Bruni ในประเทศไทยอย่างจริงจังในปี 2022 จากนั้นในช่วงหลังโควิด เราเริ่มทำการตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยรู้จักแบรนด์มากขึ้น เพราะแพมเชื่อว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่น่าจะชอบ Pasquale Bruni แต่ก่อนหน้านี้อาจยังไม่มีโอกาสได้เข้าถึงแบรนด์หรือเห็นรายละเอียดของงานอย่างใกล้ชิด

ELLE: แล้วคุณมองเห็นโอกาสของ Pasquale Bruni ในประเทศไทยอย่างไร?

แพม สรีนา: แพมมองว่าประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะตลาดไทยมีผู้หญิงที่มีความสามารถ มีความมั่นใจ และมีรสนิยมที่ชัดเจนอยู่มาก ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหาเครื่องประดับที่เหมือนคนอื่น แต่ต้องการชิ้นงานที่มี character มีดีไซน์ที่แตกต่าง และสามารถบอกเล่าตัวตนของตัวเองได้ในขณะเดียวกัน เราก็มีลูกค้าที่เป็นนักสะสมและเข้าใจ Italian craftsmanship อยู่แล้ว รวมถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เพิ่งรู้จักแบรนด์ผ่านคนดังหรือคอนเทนต์ต่างๆ สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือทำให้คนรู้จักตัวตนของ Pasquale Bruni มากขึ้น ไม่ใช่เพียงรู้ว่าเป็นแบรนด์จิวเวลรีจากอิตาลี แต่ต้องเข้าใจว่า อะไรทำให้แต่ละชิ้นมีความพิเศษ

ELLE: การที่ Scintilla Gioielli ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี มีความหมายอย่างไร?

แพม สรีนา: เป็นเกียรติมากค่ะที่ Scintilla Gioielli ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาสำคัญนี้ เราเปิดตัว Pasquale Bruni ในประเทศไทยในปี 2022 และตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราภูมิใจที่ได้เห็นแบรนด์เติบโตและสร้าง presence ในตลาดไทยมากขึ้น เรามองความสัมพันธ์นี้มากกว่าการเป็นเพียง partnership ทางธุรกิจ แต่เป็นการเติบโตไปพร้อมกัน เพราะเรามีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการให้แบรนด์เป็นในประเทศไทย เราต้องการให้คนไทยได้รู้จักตัวตนของ Pasquale Bruni มากขึ้น ได้เข้าใจ signature flower ได้สัมผัสงานฝีมือ และเห็นรายละเอียดที่อาจมองไม่เห็นจากภาพถ่าย สำหรับแพม การนำ Secret Garden มาสู่ประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง 65 ปี แต่เป็นเหมือนการเปิดประตูให้คนไทยได้เข้าไปสัมผัสโลกของ Pasquale Bruni ด้วยตัวเอง

ELLE: เมื่อ Pasquale Bruni ก้าวเข้าสู่บทใหม่หลัง 65 ปี คุณมองอนาคตของ Maison ทั้งในระดับโลกและประเทศไทยอย่างไร?

Chiara Narratore: สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการยังคงเป็นตัวเราเอง และเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางที่เราเริ่มต้นไว้ในระดับนานาชาติ เรากำลังขยายการเข้าถึงลูกค้าในหลายตลาด ทั้ง New York, Mexico, Paris และ London รวมถึงการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในแต่ละประเทศผ่าน boutique และ franchise แต่เราไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันกับทุกตลาดได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องรักษาตัวตนของแบรนด์เอาไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมและความต้องการของผู้หญิงในแต่ละประเทศ เราต้องการให้มีทั้ง daily collection ที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวัน และชิ้นงาน one-of-a-kind สำหรับผู้หญิงที่มองหาความพิเศษในอีกระดับประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่เราอยากเติบโตไปพร้อมกับพาร์ตเนอร์ เราเชื่อในผลิตภัณฑ์ของเรา ทั้งในด้านดีไซน์ งานฝีมือ คุณภาพ และจิตวิญญาณ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘ผู้คน’ สำหรับเรา ผู้คนไม่ได้หมายถึงเพียงทีมงานภายในบริษัท แต่รวมถึงพาร์ตเนอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เราต้องการเติบโตไปพร้อมกันในฐานะทีมและครอบครัว

แพม สรีนา: สำหรับประเทศไทย แพมคิดว่าบทต่อไปคือการทำให้ Pasquale Bruni เข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้หญิงไทยมากขึ้น เราอยากให้คนรู้จักแบรนด์ในวงกว้างขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็อยากรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าที่รักแบรนด์อยู่แล้วให้ลึกซึ้งกว่าเดิม เราเชื่อว่า Pasquale Bruni มีความเป็นตัวเองที่ชัดเจนมาก ทั้ง Italian craftsmanship, creativity, signature design และ emotional storytelling ซึ่งทั้งหมดนี้เข้ากับผู้หญิงไทยยุคใหม่ที่ต้องการความหรูหราที่มีความหมาย สิ่งที่เราต้องการจึงไม่ใช่เพียงการเติบโตในเชิงตัวเลข แต่คือการสร้างความเข้าใจและการจดจำในระยะยาว ให้ Pasquale Bruni กลายเป็นชื่อที่ผู้หญิงไทยนึกถึงเมื่อพูดถึง contemporary Italian fine jewellery ที่มีทั้งงานฝีมือ ดีไซน์ และอารมณ์อยู่ในชิ้นเดียวกันสำหรับแพม นี่คือบทใหม่ที่เราจะเติบโตไปพร้อมกับเมซงโดยยังคงเคารพรากเหง้าและมรดกของ Pasquale Bruni แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำความรู้จักกับโลกของแบรนด์มากขึ้น

นอกจากนี้ Pasquale Bruni ยังเป็นเครื่องประดับที่เหล่าคนดังระดับโลกเลือกสวมใส่ในโอกาสสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Jennifer Lopez กับเครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น GIARDINI SEGRETI และ FIGLIA DEI FIORI, Doja Cat กับคอลเล็กชั่น ROSINA, Selena Gomez ในเครื่องประดับจาก GIARDINI SEGRETI และ Rihanna กับผลงานจาก GHIRLANDA ATELIER สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ผสานงานฝีมืออันประณีตเข้ากับดีไซน์อันโดดเด่นได้อย่างลงตัว และนอกจากนี้ยังมีคนอื่นๆ อีกมากมาย Pasquale Bruni เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่สามรถสะท้อนถึงตัวตนของผู้หญิงได้หลากหลายรูปและเป็นตังของตัวเอง

Latest Posts

Don't Miss