SIGNATURE

พระองค์หญิงฯ บนเส้นทางแฟชั่นดีไซเนอร์ แม่ของสุนัขทรงเลี้ยง และเจ้าหญิงของประชาชน

บทพระราชทานสัมภาษณ์พิเศษสำหรับนิตยสารแอล ประเทศไทย

03 MAY 2019

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทรงตัดสินพระทัยชัดเจนว่างานหลักของพระองค์คือการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์และนักกีฬา ซึ่ง ‘งาน’ ในที่นี้ทรงหมายความถึง ‘อาชีพ’ เยี่ยงปุถุชนทั่วไป “คอลเล็กชั่นก็ต้องเสร็จ ออกกำลังกายก็ต้องออก หรือมีงานอื่นๆที่ต้องทำ แล้วปีนี้เราจะเปิดร้านอย่างถาวร จากที่เคยเปิดเป็นป๊อปอัพสโตร์ มีคอลเล็กชั่นเครื่องสำอาง มีนิทรรศการที่ภูเก็ตอีกเวลางานหลายอย่างรุมเร้ามากๆเราจะท้อมากถึงมากที่สุด ก็จะบ่นบ้าง เราไม่ใช่พระอิฐพระปูนขนาดนั้น ถ้าเหนื่อยก็จะนอน ถ้าไม่นอนก็อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยู่นิ่งๆก็ไปอยู่ในห้องพระ หรือไม่ก็ปลีกวิเวกไปเลย อยู่ดีๆก็ไปทะเล ไปวิ่งเล่นกับหมาแล้วก็กลับ หรือส่งข้อความเข้ากรุ๊ปไลน์แก๊งสาวๆว่าฉันไม่ไหวแล้ว ฉันต้องออกไปข้างนอก บางทีเราก็ไปกินข้าวนั่งคุยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นความเครียดและความกดดันในตัวเอง ซึ่งไม่มีทางแก้ค่ะ ต้องทำใจและทำให้จบ” สิ้นประโยคทุกคนได้ยินเสียงถอนพระทัย

“รู้ตัวค่ะว่าเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์มากจนเกินเหตุ เป็นคนคิดเยอะจนต้องบอกตัวเองว่าพอได้แล้ว และเป็นคนเซนซิทีฟมากๆในหลายๆเรื่อง แต่ก็เป็นคนอดทนพอสมควรและมีเหตุผล คิดว่าตัวเองเป็นคนแบบ ‘แมนๆครัช’ น่ะค่ะ เป็นนิสัยที่พัฒนามาเรื่อยๆตั้งแต่เด็ก ท่านหญิงจะไม่ใช้คำว่าทนรับสภาพ แต่ต้องเป็นคำว่าเข้าใจเรามีสถานะแบบนี้เราต้องเข้าใจมัน หาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้มันสมดุลกับชีวิตและเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด โดยที่เราไม่รู้สึกฝืนไม่เคอะเขิน ไม่อาย แต่ตอนเด็กๆจนถึงวัยรุ่นเป็นคนเซนซิทีฟมากนะคะ มีทั้งความอายและมีคำถามมากมายกับหลายๆอย่าง แต่เมื่อชีวิตได้เห็นอะไรมากขึ้น ได้เห็นโลกมากขึ้น ความเข้าใจในหลายๆอย่างมันก็ตามมาเอง ก็เลย let it be ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้าค่ะ”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาจึงทรงเป็นเจ้าหญิงที่เผยชีวิตส่วนพระองค์ให้ประชาชนได้รับรู้ “ในอินสตาแกรมจะอัพเดตเรื่องราวต่างๆ ช่วงนี้ชอบดำน้ำมากจนจะเป็นแอเรียล บางทีก็ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่เฉพาะงานเพื่อนสนิทขั้นเทพถึงจะไป ไม่ค่อยไปงานแต่งงานใคร มักจะส่งดอกไม้ ส่งซอง หรือให้เพื่อนไปแทน แต่ถ้าเพื่อนรักที่สนิทมากๆก็จะไปอย่างยิ่งยวด” ท้ายประโยคทรงเน้นชัดทุกถ้อยคำ

แฟชั่นดีไซเนอร์ นักแต่งเพลง นักขี่ม้า เจ้าหญิง และแม่ของสุนัขทรงเลี้ยง ทรงแบ่งเวลาให้กับบทบาทเหล่านี้ได้อย่างไร ด้วยเพราะทรงมีพระกรณียกิจมากมาย “เป็นห่วงหรือ” รับสั่งเย้าเมื่อทรงทราบว่าเป็นคำถามจากพระสหายสนิทคนหนึ่ง “ทุกบทบาทมีความสำคัญหมดนะคะ แต่ความสำคัญอย่างแรกคือท่านหญิงในฐานะลูก ครอบครัวเรามีกันอยู่แค่นี้ ตั้งแต่ปู่ย่าที่สอนเรามาตั้งแต่เด็ก เราทำตามและเทิดทูน สำนึกไว้ตลอดมาว่าท่านเลี้ยงเรามาและสอนเราในเรื่องอะไรบ้าง เราฟังและใส่ใจเสมอ เราให้กำลังใจกันและกัน เช่น เมื่อพระองค์ภามีช่วงเวลาที่ยากลำบาก พี่น้องจะคุยกันตลอด สิ่งสำคัญที่สุดคือเรามีความเข้าใจให้กันในครอบครัว คนอื่นจะมองอย่างไรก็แล้วแต่…

“อันดับ 2 ที่ท่านหญิงคิดว่าสำคัญมากๆเลยก็คือ…”

ทอดพระเนตรออกไปไกลๆเหมือนมีพระดำริตริตรองอย่างหนัก “คือบทบาทแม่ของลูกหมาสิคะ (แย้มพระสรวล) เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ตอนนี้มี 9 ตัวแล้ว! ลูกคนเล็กเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ จะเป็นสาว เริ่มเป็นตัวของตัวเอง เป็นเด็กบอยๆ มีพลังเยอะ เด็กๆมีคาแร็กเตอร์ไม่เหมือนกัน และทุกตัวนี้ดมามี้กันหมด” ทรงทำสุรเสียงกลัดกลุ้มสะท้อนพระอารมณ์ขันซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทำให้บางขณะก็แทบจะหลงลืมไปเหมือนกันว่าสุภาพสตรีตรงหน้ามิใช่เจ้าหญิงหากแต่เป็นคนทำงานที่จริงจังและเป็นเพื่อนคุยที่ใส่ใจคู่สนทนาอย่างยิ่งยวด เห็นจากมุกหรือคำแซวที่ทรงหยอดมาปรุงรสชาติให้ครื้นเครงอย่างสม่ำเสมอ

“เรื่องความเป็นเจ้าหญิงท่านหญิงไม่ค่อยคิดอะไรมากมายหรอกค่ะ มันคือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อยากเป็นเจ้าหญิงที่ทันสมัยและสมัยใหม่ตลอดเวลา ไม่ใช่เจ้าหญิงในเทพนิยาย” ตรัสด้วยสุรเสียงเด็ดเดี่ยว “ถ้าจะมีเรื่องกังวลอย่างแรกคงเป็นเรื่องอนาคตว่าเราจะเป็นยังไง คิดเรื่องครอบครัวของตัวเองในวันหนึ่งถ้าจะมี คิดเรื่องความมั่นคงในชีวิต คิดเรื่องสุขภาพ แต่พยายามทำให้ดีที่สุด ฉันต้องสวยคงกระพันพันปี ก็คิดเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งแหละค่ะ” ทุกคำตอบที่ประทานให้ ชัดเจน ตรงไปตรงมา และเปิดเผยดังที่มีรับสั่งไว้ว่าจะทรงเป็นเจ้าหญิงสมัยใหม่

เมื่อ 2 ปีก่อนทรงเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Perspective จนเป็นที่มาของวรรคทองที่ว่า ‘เป็นเจ้าก็ต้องมีอาชีพ’ ทรงมีวิสัยทัศน์ถึงอาชีพหลักที่โปรดมากอย่างการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ไว้ว่า “เป็นแบรนด์ที่ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆนะคะ เป็นการเติบโตจากเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้านแฟชั่น แล้วโตขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้เป็นแบรนด์ที่แปลงกายได้หลายรูปแบบ เป็นผู้หญิงที่เป็นได้ทุกอย่างและมีทุกอารมณ์ ร่าเริง กรุบกริบ แซ่บ หวาน ซึ้ง เป็นอิสระและเป็นอาร์ทิสต์

“ส่วนในอนาคตเธอจะเป็นผู้หญิงที่บีบมะนาวนิดๆ ใส่น้ำตาลหน่อยๆ ใส่พริกป่นมากหน่อย เป็นแจ่วนั่นเอง (แย้มพระสรวล)” ทรงหมายถึงตัวตนของผู้หญิง SIRIVANNAVARI “ยังไงก็ต้องไปข้างหน้าให้ได้ค่ะ แบรนด์ไทยต้องดังได้ในระดับโลก ไม่ใช่สื่อเขียนยกย่อง แต่เป็นระดับเวิลด์คลาสที่ทุกคนยอมรับจริงๆ

“ท่านหญิงเคยตั้งเป้าหมายให้ตัวเองไว้ตอนอายุ 23 ประมาณปี 2006-2007 ตอนที่กำลังจะไปปารีสว่า เมื่อฉันอายุ 30 ฉันต้องประสบความสำเร็จ ทุกคนในวงการให้การยอมรับ ซึ่ง I never give up สงครามยังไม่จบ คุณมีสิทธิ์ชนะได้เสมอ”

สัมภาษณ์: วันศุกร์ คงราษี
เรียบเรียง: เมตต์ สุภศิระ

ติดตามบทประทานสัมภาษณ์แบบเต็มได้ในนิตยสารแอลประเทศไทย ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH