SIGNATURE

The Liberal State of Janie กับวันนี้ที่เธอกลับมามีความสุขจากใจได้อีกครั้ง

การเติบโตที่มั่นคงทั้งกายและใจของเจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร

05 AUG 2019

รู้สึกได้ว่าต่อแต่นี้คงจะนานๆครั้งจะได้เห็นหน้าค่าตาเธอ แต่ก็ต้องยกให้เมื่อเจนี่เอาชีวิตตัวเองไปตั้งวางไว้กลางสปอตไลต์ให้คนเห็นกันทั้งประเทศมา 20 กว่าปี เธอคงร้อนเกินจะทนและแสงไฟคงจ้าจนล้า “ถึงเวลาที่เราต้องแคร์หัวใจตัวเอง” ซึ่งเวลานี้มีหัวใจอีกดวงเต้นอยู่ในตัวเธอ

“เจนจะไม่เอาพลังเนกาทีฟเข้ามาในชีวิต หรือต่อให้มีบางอย่างมากระทบเราบ้าง แต่เราไม่ให้มันมากระเทือนหัวใจเราได้หรอก ที่ผ่านมาเราเหนื่อยกับตัวเองมากพอแล้ว ยังจะเอาสิ่งอื่นหรือคนอื่นที่ไม่ได้เป็นครอบครัวหรือคนที่หวังดีกับเรามากระเทือนหัวใจเราอีกหรือ ไม่สงสารหัวใจตัวเองหรือไง ทุกวันนี้เจนขอบคุณหัวใจตัวเองทุกวัน ขอบคุณที่เราได้อยู่ในร่างกายนี้ แล้ววันหนึ่งเราก็ต้องไป” เธอปลงด้วยน้ำเสียงออกจะสดใส

“เจนว่าข้างในเจนเปลี่ยนไปเยอะนะ นิ่งขึ้นเยอะมาก แต่ก่อนออกกำลังกายฮาร์ดคอร์ที่สุด ฉันอยากแข็งแรงเหมือนนักกีฬา ฉันทำได้ทุกอย่าง ปีนผ้าซึ่งเป็นสิ่งที่แอดวานซ์มากก็ทำได้ เราอยากรู้ว่าร่างกายนี้จะไปได้ถึงแค่ไหน เราก็ไปจนสุดขอบของเราจนมันเด้งกลับมาเจอสมดุลในตัวเอง อายุขนาดนี้แล้วเราก็ไม่ต้องฮาร์ดคอร์แล้วก็ได้” 

ทำไมชอบพูดคำว่า ‘อายุขนาดนี้’
“ก็...มันมีคนที่อายุมากแล้วชอบทำตัวเด็ก แต่เราอยากทำตัวสมวัย เราก็ทำตัวเด็กนะ ตลอดเวลาด้วย แต่ต้องไม่แอ๊บเด็กจนไม่รู้อายุตัวเอง” 

เจนี่อายุ 37 นี่เด็กหรือแก่
“ไม่รู้ มันก็แค่ตัวเลข เรารู้สึกลึกๆข้างในว่าแต่ก่อนเราฮาร์ดคอร์กว่านี้ วันนี้ทำไมเราวิ่งได้น้อยกว่าเดิม ออกกำลังกายได้ไม่หนักเท่าเดิม แค่นี้ที่รู้สึก จิตใจเรายังรู้สึกว่าทำได้อยู่แต่ร่างกายอาจจะไม่ได้แล้ว” 

อะไรทำให้เจนี่ยังเป็นนางเอกได้ในวัยเกือบ 40
คราวนี้เธอหัวเราะแล้วนิ่งไปนาน เป็นคำถามหยาบคายมากนักหรือ “ไม่เลยๆเจนรู้สึกตัวเองสดใสกว่าตอนอายุ 20 อีก ตอนเรายังเด็กเรายังหาตัวตนไม่เจอ บางทีเราก็แกว่ง ไหลไปตามน้ำบ้าง แต่วันนี้เราภูมิใจกับอายุนี้มาก เป็นวัยที่รู้ว่าจุดมุ่งหมายในชีวิตคืออะไรและแฮปปี้ที่ยังทำงานได้ เราไม่เคยอยากเป็นนางเอกตลอดเวลาเลยนะแล้วยุคนี้ไม่ใช่ยุคพระเอกนางเอกอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นยุคที่มี ‘ตัวเอก’ ดูอย่างพี่ใหม่เจริญปุระที่เล่นเรื่องกรงกรรมสิบทดีคนก็จำมันแค่นั้นเลย"

“วันนี้ตัวเราคือแบรนด์ เป็นเจนี่ที่มีคนรู้จัก จะหยิบจับอะไรก็เป็นประเด็นได้หมด การจะทำอะไรในชีวิตหรือรับงานอะไรไม่ใช่เพราะปัจจัยเรื่องเงินอีกแล้ว บางทียังไม่มีอะไรเหมาะสมกับเราจริงๆ รู้สึกว่าเรายังรอได้ไม่เดือดร้อนอะไรก็จะรอ เราโตแล้วต้องไม่สะเปะสะปะ”

“เจนชอบสวดมนต์ เจนเป็นพุทธนะคะ ร่างกายเมื่อเรากินข้าวเข้าไปเราอิ่ม แต่จิตวิญญาณเรากินไม่ได้ ต้องให้ด้วยสมาธิถึงจะอิ่ม นี่เจนคิดเอาเองนะคะ พอได้สวดมนต์ทุกวันเหมือนเราบาลานซ์ทุกอย่างไปเอง มันเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก เป็นความรู้สึกที่ใสมาก แต่ก่อนคิดว่านอนพักก็หายเหนื่อย เอาเข้าจริงๆแล้วเราไม่ได้หายเหนื่อยขนาดนั้นหรอก ด้วยความที่เจนเล่นละคร เราใช้จิตข้างในเยอะ แล้วเราอินจัดมากๆจนเรากลายเป็นตัวละครไม่รู้ตัว การทำสมาธิช่วยให้เรากลับมาเป็นตัวเองได้เยอะมาก เชื่อไหมแต่ก่อนพระให้สวดมนต์ไม่เคยทำ สวดทำไม แค่ทำความดี ทำบุญตักบาตรก็น่าจะเพียงพอแล้ว ยิ่งเราโตเมืองนอกมา ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่เราห่างจากเรื่องจิตวิญญาณไปไกล แล้ววันหนึ่งคงถึงเวลาที่เราต้องเข้าหาสิ่งนี้มั้งคะ เราทำเองเลย ไม่ต้องมีเรื่องหรือใครมาบอกให้ทำ และมันกลายเป็นคำตอบหลายๆอย่างให้ชีวิตแบบที่เราไม่ได้ได้คำตอบ แค่เรานิ่งขึ้นทุกอย่างก็คลายไปเอง”

“ความสุขที่แท้จริงไม่ใช่ความสุขที่เราต้องรู้สึกพีกสุดขีด มันพอดี มันไม่ล้น มันไม่น้อยไป มันไม่ฉูดฉาด ตอนเป็นวัยรุ่นเราจะรู้สึกแฮปปี้จังเลยเวลามีแฟน มันสุดน่ะ แต่ตอนนี้ (ส่ายหน้า) ไม่ใช่เลย แค่เห็นคนที่เรารักมีความสุขเราก็สุขแล้ว เวลาเจนสวดมนต์ก็ให้มิกกี้ (นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร--สามี) สวดด้วยนั่งข้างกันสวดให้ลูกนี่ก็ความสุขนะคะไม่ต้องทำอะไรเยอะไม่ได้ต้องหวานฉ่ำตลอดเวลาหรือแค่ดูเน็ตฟลิกซ์แล้วเอาขามาก่ายๆกันก็มีความสุขแล้ว

“เราเคยร้องไห้ เจ็บ หกล้ม ผ่านทุกอย่างมาหมด วันนี้เราขอบคุณหัวใจตัวเองที่ยังกลับมามีความสุขอีกครั้งได้”

View this post on Instagram

My other half #jmlovechapterone

A post shared by CEO 911byJT (@janienineeleven) on

Story: เมตต์ สุภศิระ

Photographer: Sarah Ford
Fashion Director: Atinan Nitisunthornkul
Make-up: Manop Uthairak
Hair: Mayu Morimoto
Photographer Assistant: Agathe Bouteiller
เครื่องประดับ: Clash de Cartier จาก Cartier

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในนิตยสารแอล ประเทศไทย ฉบับเดือนสิงหาคม 2562

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH