BEAUTY

ยกกระชับกรอบหน้า เพิ่มความโกลว์ให้ผิวที่ The Clover Clinic

รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อน-หลังเข้ารับบริการกับผู้เชี่ยวชาญ

13 JUL 2020
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

NATURAL GLOW & FIRMING SKIN.

ปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่ามีนวัตกรรมความงามด้านผิวพรรณใหม่ๆ มากมายที่จะช่วยเสริมเติมแต่งให้เราต่างมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมที่ช่วยให้เราดูดีขึ้นอย่างทันใจ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรที่เหมาะกับสภาพผิวเรา รวมไปถึงความปลอดภัยนั้นมากน้อยแค่ไหน เราไปหาคำตอบกับ พญ. เจี๊ยบ-ศรินทิพย์ สุนทรัช กัน

พญ. เจี๊ยบ-ศรินทิพย์ สุนทรัช แพทย์ประจำและผู้บริหารที่ The Clover Clinic

ELLE: เทรนด์ความงามเรื่องรูปหน้าหรือผิวพรรณในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับคุณหมอเจี๊ยบเอง มองว่าเทรนด์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร? 
Dr. Jeab:
"หมอมองว่าปัจจุบันคนเราหันมาใส่ใจ เสริมบุคลิกภาพให้ตัวเองดูดีขึ้นมากกว่าการปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ทั้งหมด แนวโน้มของคนไข้ส่วนใหญ่ก็อยากเสริมเติมแต่งให้หน้าเดิมดีขึ้นแต่ไม่อยากให้หน้าเปลี่ยนจนคนจำไม่ได้ และก็ต้องการความรวดเร็วด้วย คือทำแล้วเห็นผลเลย" 
ELLE: ในส่วนของนวัตกรรมความงามด้านผิวหน้าในตอนนี้ มีนวัตกรรมตัวไหนที่มาแรงบ้าง?
Dr. Jeab:
"ในยุคนี้ที่คนไม่ค่อยแต่งหน้า แต่ว่าอยากมีสภาพผิวที่ดูดีจากข้างใน ดูยกกระชับ การใช้ ABO Active 3D หรือ Restylane Original Skinboosters ก็สามารถช่วยให้ผิวดูดีขึ้น แม้ไม่ได้แต่งหน้าปกปิดผิวเยอะก็ดูดีได้ คนไข้ก็จะค่อนข้างถาม ว่ามีอะไรที่ทำให้ผิวดูดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วและอยู่ได้นานๆ ซึ่งก็จะเป็นสองตัวนี้ค่ะ" 

WHAT IS ABO ACTIVE 3D?

ABO ACTIVE 3D สารลดเลือนริ้วรอยจากประเทศอังกฤษ นำเข้าโดย Aesthetics By Galderma Thailand

ELLE: ABO Active 3D เหมือนโบท็อกซ์ทั่วไปไหม?
Dr.Jeab: "จริงๆ ABO Active 3D ก็เป็นการใช้สาร โบทูลินั่ม ท็อกซินหรือโบท็อกซ์ที่ชื่อว่า ดิสพอร์ต โบท็อกซ์จริงๆ ก็ต้องบอกว่ามันมีหลายยี่ห้อ ตัวนี้มันจะเป็นแบรนด์ของประเทศอังกฤษ โดยจุดเด่นจะเป็นเรื่องของการทำเดอร์โมลิฟต์ ซึ่งก็คือการยกกระชับผิวโดยใช้เทคนิคที่ต่างกัน ฉีดคนละชั้นผิวกัน หลักการคือการกระตุ้นให้มันเกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวของเราหดและกระชับขึ้น และจุดที่ต่างกับโบท็อกซ์แบบเดิมๆ ก็คือ ABO จะช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ ที่ถูกฉีดดูไม่แข็งจนเกินไป ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น"
ELLE: นวัตกรรมนี้จะให้ผลลัพธ์ต่างกับเครื่องมืออย่างอัลเทอร่าและเทอร์มาจไหม?
Dr.Jeab: "ตัวนี้มันต่างตรงที่เราใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ในการยกกระชับ และข้อดีก็คือค่อนข้างเห็นผลรวดเร็ว เห็นผลทันที พอผ่านไปสัก 1-2 สัปดาห์ก็จะเห็นผลชัดเจนขึ้น เหมาะกับคนที่จะมีงาน ต้องออกงาน โดยเฉลี่ยแล้วผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน"

WHAT IS RESTYLANE ORIGINAL SKINBOOSTERS?

Restylane Original SKINBOOSTERS สารเติมเต็มเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว จากประเทศสวีเดน นำเข้าโดย Aesthetics By Galderma Thailand

ELLE: แล้วในส่วนของ Restylane Original Skinboosters ล่ะ
Dr.Jeab:
"ตัวนี้จะเป็นทรีตเมนต์ที่เน้นเรื่อง skin quality ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูขุมขนที่อยากให้ดูกระชับขึ้น ผิวที่ดูเรียบเนียนขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น แม้ไม่ต้องแต่งหน้าเยอะผิวก็ดูดี แต่งหน้าแล้วเมคอัพติดทนขึ้น ตัว Skinboosters เองก็จะตอบโจทย์พวกนี้" 
ELLE: มีจำกัดไหม ว่าคนที่จะใช้ทรีตเมนต์ตัวนี้ได้ควรจะอายุประมาณเท่าไหร่
Dr.Jeab:
"โดยทั่วไปแล้ว คนที่เข้ามารับบริการทรีตเมนต์ตัวนี้ก็จะเป็นคนวัยทำงาน แต่จริงๆ แล้วไม่มีข้อด้านจำกัดอายุค่ะ หลักๆ แล้วก็จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องผิว ต้องการให้สภาพผิวดีขึ้น ในส่วนของผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นาน 6-8 เดือน"

EDITOR'S SKIN PROBLEMS

จากการวิเคราะห์ปัญหาผิวโดยคุณหมอเจี๊ยบ สรุปได้ว่า ปัญหาหลักของผิวหน้าเอดิเตอร์จะมีในเรื่องของรูขุมขนที่กว้าง และผิวที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย คุณหมอจึงเลือกที่จะใช้สองนวัตกรรมข้างต้นร่วมกัน เพื่อให้ผิวแลดูยกกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น และทำให้ผิวดูฟูเพื่อที่จะทำให้รูขุมขนแลดูกระชับขึ้น

ผลลัพธ์หลังฉีดทันที

Editor's thoughts:
"ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจกับผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและรวดเร็ว เริ่มจากเรื่องยกกระชับก่อน ปกติแล้วเราจะค่อนข้างมีแฟตรอบๆ คาง หลังฉีดทันทีก็เห็นได้เลยว่ากรอบหน้ามันยกและชัดขึ้น พอผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็เห็นได้ชัดเจนจริงๆ ว่าหน้าดูเรียวกระชับขึ้น"

ก่อน - หลังฉีด 1 สัปดาห์

"ในส่วนของงานผิว เดิมทีโครงหน้าบริเวณแก้มเราจะมีรอยบุ๋มเหมือนแอ่ง แต่ตอนนี้เห็นเลยว่าผิวบริเวณนี้มันฟูขึ้น ตรงแอ่งคือดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยรูขุมขนดูจางลง แต่ไม่ถึงกับหายไปเลย 100% ในเรื่องความชุ่มชื้นก็สังเกตเห็นได้ว่าผิวดูฉ่ำขึ้นจริง"

ก่อนฉีด - หลังฉีด 1 สัปดาห์

"ถ้าถามถึงระดับความเจ็บ เต็ม 10 เราคงให้ 7-7.5 ระหว่างเดินยาจะรู้สึกแสบๆ ตึบๆ หน่อย แนะนำว่าคนที่กลัวเข็ม อาจจะต้องขอน้ำหวานสักแก้วไว้ใกล้ๆ ตัว เพื่อลดอาการหน้ามืด"

POST-TREATMENT INSTRUCTIONS

ELLE: หลังฉีดแต่ละตัวไป คุณหมอมีคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?
Dr.Jeab: "สำหรับฟิลเลอร์ หลังฉีดก็อย่าเพิ่งโดนความร้อนเยอะๆ อย่างโยคะร้อน สตรีม ซาว์น่า นวดหน้า ขัดหน้า ถูหน้า 1-2 สัปดาห์แรก ถ้าผลัดเซลล์ผิวเบาๆ ยังโอเค แต่อะไรที่ต้องอาศัยการจับหน้าเยอะๆ แนะนำให้เลี่ยงดีกว่า ส่วนโบท็อกซ์ก็อย่าเพิ่งนอนราบใน 4 ชั่วโมงแรก แนะนำให้หนุนหมอนสูง" 
ELLE: มีทิปส์อะไรไหม? ถ้าอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
Dr.Jeab: "จริงๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เราจะทำ เช่น การจะรักษาฟิลเลอร์ให้อยู่กับเรานานๆ ก็ต้องอาศัยกันดื่มน้ำเยอะๆ ส่วนการจะทำผิวที่ยกกระชับอยู่ได้นาน รวมไปถึงไม่ให้รูขุมขนดูใหญ่ขึ้นก็ต้องหมั่นทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวดูแก่ก่อนวัย"
ELLE: มีคำแนะนำอะไรอยากฝากถึงคนที่กำลังหาข้อมูลหรือคนที่อยากรับบริการไหม?
Dr.Jeab: "อย่างแรกเลยคือเรื่องยา เรื่องยาสำคัญมาก เราไม่รู้เลยว่ายาจริงหรือปลอม เพราะฉะนั้นควรจะทำการเช็คเว็บไซต์หลายๆ บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่าย เช็คดูว่าคลินิกนั้นๆ ได้ซื้อยากับทางบริษัทไหม และก่อนฉีดคุณหมอเองควรจะหยิบขวดยาให้ดู ฉีดหมดเราก็สามารถที่จะขอขวดกลับบ้านได้เลย และสุดท้ายคือควรเช็คประวัติของแพทย์ด้วยค่ะ ว่ามีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน" 

สำหรับผู้ที่สนใจรับบริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Clover Clinic
Website: http://thecloverskinclinic.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheCloverClinic/

หมายเหตุ: อัตราค่าบริการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH