SIGNATURE

จับเข่าคุย 'พราว-อรณิชา' นักเที่ยวสายแฟ ฉายาเปลี่ยนชุดทุกโล

กระเป๋าเดินทางหนักไม่ว่า แต่ชุดต้องครบ

07 APR 2020

DRESS UP, SHOW UP, NEVER GIVE UP.

เพราะจุดหมายปลายทางสำคัญเท่าๆกับชุดที่จะใส่เมื่อไปถึง พราวจึงได้ชื่อว่าเป็นหญิงสาวผู้ไม่ย่อท้อต่อการลากกระเป๋าเดินทางและมีสโลแกนประจำตัวที่ลูกเพจสายแฟรู้กันดีว่า ‘เปลี่ยนชุดทุกโลแน่นอน’

ชื่อ-สกุล: อรณิชา กรินชัย/ ชื่อในวงการท่องเที่ยว: Part-Time Wanderer/ เบลเซอร์จาก ARADA, เบลาส์ และกระเป๋าจาก CHANEL

เริ่มเป็นนักเดินโต๋เต๋จากตรงไหน: ไปเรียนที่อังกฤษแล้วชอบเดินดูเมือง แล้วเริ่มโพสต์รูปร้านรวงสวยๆและแกลเลอรีเก๋ๆ เดินไปเจออะไรก็โพสต์ ปรากฏว่าฟีดแบ็กดี คนชอบกัน จนตอนนี้การทำเพจคืองานหลักของเรา
จุดหมายปลายทางของคนสายแฟที่ควรต้องไปคือที่ไหน: Dover Street Market London เป็นร้านขายของนี่แหละแต่บวกอาร์ตเข้าไปอย่างแรง ร้านสวย แบรนด์ที่เลือกมาก็มีตัวตนชัดเจน เป็นอาหารตาที่ดีเลิศ
ทริปแฟชั่นที่ประทับใจที่สุดได้แก่: ไปเที่ยวทุ่งที่ปลูกดอกไม้ผลิตน้ำหอม Gabrielle Chanel และได้ตะลอนปารีสถ่าย It Bag ใบใหม่ Chanel 19 แฮปปี้มากที่ได้ไปสัมผัสเบื้องหลังของแบรนด์ในดวงใจ
ทริปไหนที่คุณจะไม่มีวันลืม ในแง่ดี: ไปเที่ยวกรีซ 10 กว่าวัน เราไม่รู้ว่าจะได้ไปอีกครั้งเมื่อไรเลยทุ่มทุนสร้างมาก ไปหลายเกาะทั้งซานโตรินี มิโคนอส เอเธนส์ ชาเนีย เราไปหลายวันเลยได้ไปใช้ชีวิตจริงๆ วิวก็เหมือนในฝัน ท้องฟ้าสีฟ้าไม่มีเมฆเลย น้ำทะเลเป็นสีเดียวกับท้องฟ้า ตัดกับบ้านปูนสีขาว การแสดงมาก

ทริปไหนที่คุณจะไม่มีวันลืม ในแง่ร้าย: เคยไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมคนเดียว 3 วัน 2 คืน ตอนนั้นเดินทางจากอังกฤษ แค่เริ่มต้นก็ไปผิดสนามบิน ต้องซื้อตั๋วใหม่ พอตัวเราไปถึงอัมสเตอร์ดัมแต่กระเป๋าไม่มา ร้องไห้เลยเพราะเตรียมชุดมาใส่ถ่ายกับทุ่งทิวลิป สุดท้ายกระเป๋าตามมา 5 ทุ่ม สบายใจละมีชุดใส่ วันสุดท้ายใส่ชุดกระโปรงสีขาวสวย เช่าจักรยานไปปั่นหาทุ่งทิวลิป พอได้โลเกชั่นก็จอดจักรยานทิ้งไว้ไปถ่ายรูปสวยงาม พอกลับมาจักรยานหาย รีบวิ่งกระเซอะกระเซิงกลับไปร้านเช่าจักรยาน อากาศก็หนาว ใกล้จะถึงเวลาไปขึ้นเครื่องอีก โดนค่าปรับจักรยานหาย 200 ยูโร เราไม่มีเงินสดก็ต้องไปกดเอทีเอ็ม แต่ไม่มีตู้ ต้องนั่งซ้อนจักรยานคนที่ร้านไปหาตู้เอทีเอ็มซึ่งหล่อมากแต่ใกล้จะถึงเวลาไปขึ้นเครื่องแล้ว เราเลยไม่มีอารมณ์จะกรี๊ดผู้ชาย เป็นทริปน้ำตา
Wanderer ทำอะไรบ้างเวลาไปเที่ยว: เดินดูเมืองไปเรื่อยๆ ถ้าในเมืองที่อากาศดี ถนนดี เราจะไม่นั่งรถไฟใต้ดิน
คุณไม่ชอบเดินไปเจออะไร: ธรรมชาติ…แต่ก่อนเราคิดว่าเป็นสาวสายลมแสงแดด แต่พอไปไอซ์แลนด์ทุกวันตื่นมาดูพระอาทิตย์ ถนนเป็นทางเรียบ มีม้า ภูเขาเล็กๆ น้ำตก เห็นทุกวันจนไม่ไหว พอเข้าเมืองได้ก็เตลิดเลย อยากช็อปปิ้ง อยากใช้เงิน แค่ได้เลือกเส้นสปาเกตตี้ ได้หาเนื้อแปลกๆมาทำอาหารก็แฮปปี้แล้ว หลังจากนั้นไม่มี ทริปไหนธรรมชาติขนาดนั้นอีกเลย
วางแผนเดินทางอย่างไรใน 1 ปี: พยายามไปในที่ที่ไม่เคยไป 1 ที่ในปีนั้น
ที่ไหนที่รักสุดประหนึ่งบ้านหลังที่ 2: เกาหลีแทบจะไปทุกปี เดินทางสะดวก ช็อปปิ้งสนุก เที่ยวคาเฟ่ ดูงานดีไซน์ เที่ยวกลางคืนซึ่งไม่ใช่การไปผับ แต่ไปนั่งดื่มโซจูยี่ห้อต่างๆ
ที่ที่หวงมากไม่อยากให้คนรู้คือที่ไหน: Love Bar by Soda ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นร้านซอกหลืบ ไม่ค่อยมีคน เงียบสงบเหมาะแก่การทำงาน ร้านสวยมีความแฟชั่น แต่บอกตรงๆว่าคาเฟ่ใหม่ๆเราตามไม่ทัน มีคนที่อัพเดตได้เร็วกว่าเราเยอะ
คิดว่าอะไรคือสิ่งที่โดดออกมาจากนักเดินทางคนอื่น: เสื้อผ้าสิคะ ชุดเราไม่เคยธรรมดา เปลี่ยนชุดทุกโลเกชั่นซึ่งไม่เคยบังเอิญว่าเข้ากับสถานที่นั้นๆ เราคิดมาหมดแล้ว

คุณจัดกระเป๋าเดินทางอย่างไรเมื่อไปเที่ยวหลายวัน: ต้องฟิตติ้งชุดก่อนและจัดชุดเป็นวันๆไป ชุด Day 1, 2, 3,… เราจะโพสต์รูป dress of the day แบบเรียลไทม์ด้วย กระเป๋าเดินทางช่วงหน้าร้อนจะหนักกว่าเที่ยวหน้าหนาวมาก ถ้าไป 7 วันก็ต้องหาชุด 7 วันไม่ให้ซ้ำ เหนื่อยนะแต่สนุก แฟชั่นคือสิ่งที่เราได้เป็นตัวเองที่สุด
ของสำคัญที่สุดในการเป็นนักเดินทางคืออะไร: รองเท้า และไม่มีอะไรดีไปกว่ารองเท้าผ้าใบ เพราะเราเดินเยอะมาก บู๊ตก็ไม่ไหว งงมากกับคนใส่บู๊ตหัวแหลม เขาทำได้ยังไง หรือเขานั่งรถ หรือเขามีรองเท้าอื่นไปเปลี่ยน?!?
อะไรที่ทำให้คุณเสพติดการเดินทาง: เราได้ออกจากความเครียด คนรุ่นเดียวกับเราเหมือนจะใช้ชีวิตง่าย แต่มันไม่ง่ายเลย การแข่งขันสูงมาก อยากได้นั่นนี่เพราะคนเขาใช้กัน แต่ของก็แพง ทุกคนโชว์ความสำเร็จกันในโซเชียล ใครๆก็ดังได้ในชั่วข้ามคืนจากอะไรก็ไม่รู้ บางคนสู้แทบตายแต่ไม่สำเร็จสักที แต่ไม่ว่าจะด้วยทางไหนก็แทบไม่มีอะไรยั่งยืนเลย ทุกอย่างพร้อมจะหายไปได้ตลอดเวลา ใครที่บาลานซ์ตัวเองได้จะอยู่รอด  
ถ้าไม่ได้เดินทาง คุณจะพลาดอะไรบ้าง: เสียโอกาสที่จะได้เห็นโลก ช่วงเวลานี้เราควรเก็บเกี่ยว เรายังมีแรงกายและมีแรงเงินที่จะใช้จ่ายเพื่อหาประสบการณ์ซึ่งเราเอามาต่อยอดความคิดได้ เราดูคนอื่นเที่ยวในโซเชียลก็ได้ แต่ถ้าเราไปเที่ยวเองก็ได้เห็นโลกในมุมมองของเราและการเดินทางได้เติมพลังชีวิตด้วย
ดูรูปเที่ยวในโซเชียลก็ได้ แล้วเพราะอะไรคุณต้องไปดูด้วยตาตัวเอง: ถ้าดูรูปก็ได้แค่เห็น แต่ถ้าไปดูด้วยตาตัวเอง เราสัมผัสได้ทั้งลมเย็นปะทะหน้าแต่แดดร้อน มีเสียงผู้คน มีกลิ่นทะเล มันคุ้มมากที่เราจะเอาตัวเองไปอยู่ ณ โมเมนต์นั้น
ซัมเมอร์ 2020 คุณอยากไปเดินเรื่อยๆที่ไหน: ตอนแรกตั้งใจจะไปโคเปนเฮเกนกับปารีส เราเคยไปมาแล้วทั้ง 2 เมือง แต่อยากไปซ้ำ เพราะที่ผ่านมาไปแค่ไปดมๆเมืองวันเดียว เราอยากไปใช้ชีวิตจริงๆ และอยากไปซีนแปลกๆบ้าง เช่น ไปดูสัตว์ ดูทุ่งหญ้าสีขาวที่เคนยา
คุณเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวอย่างไรในสถานการณ์โลกตอนนี้: เปลี่ยนมาเที่ยวไทยสิคะ ล่าสุดไปสมุยมาอีกครั้งหลังจากเคยไปตอนเด็กมากๆ ทะเลสมุยยังสวยเหมือนเดิม

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
MAKE-UP: ถิรวัฒน์ ใจธรรม
HAIR: คันธรส แสนวงษ์
PHOTOGRAPHER: KITTIDECH CHAROENPORN
STYLIST: SLALEE

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH