FASHION

สรุปทุกโชว์ไฮไลต์จากปารีสแฟชั่นวีก Spring/Summer 2020 แบบม้วนเดียวจบ

แต่ละแบรนด์งัดทีเด็ดออกมาแบบไม่มีใครยอมใครจริงๆ

04 OCT 2019
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

Digital Fashion Editor

RACHATA RATANAVIROTKUL

และแล้วก็เดินทางมาถึง Paris Fashion Week หัวเมืองสุดท้ายสำหรับสัปดาห์แฟชั่นในฤดูกาล Spring/Summer 2020 เและหลายแบรนด์ที่ทุกคนรอคอยที่จะชมโชว์กันอยู่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Chanel, Dior, Saint Laurent, Off-White, Celine, Hermes, Valentino, Givenchy และอีกมากมายซึ่งเราก็จะมารีพอร์ตลุคเด่นลุคปังหรือโชว์ไหนมีเซอร์ไพรส์มาให้เราตื่นตาตื่นใจกันบ้างว่าแล้วมาเริ่มกันเลยดีกว่า

Louis Vuitton

ปิดท้ายปารีสแฟชั่นวีกกับโชว์จาก Louis Vuitton อีกเช่นเคย รันเวย์ในครั้งนี้ถูกเซตขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่มีจอภาพขนาดยักษ์อลังการที่ฉายมิวสิกวิดีโอเพลง “It’s Okay to Cry” ของศิลปิน Transgender อย่าง Sophie ตลอดทั้งโชว์ ตอกย้ำวิสัยทัศน์งานออกแบบสไตล์ Androgynous ของ Nicolas Ghesquière ที่ทำไว้มาหลายต่อหลายซีซั่น โดยคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 นี้ซิลูเอ็ตเสื้อผ้าในยุค 70s ยังคงเป็นคีย์หลักของสาว LV รวมถึงการใช้ลายพิมพ์สีสันต่างๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะ Art Nouveau ภาพรวมคอลเล็กชั่นนี้ดูจะเข้าถึงได้ง่ายและมองเห็นภาพว่าจะนำไปสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร มีชิ้น commercial ให้สาวๆ ได้หวีดกันมากขึ้น 

Miu Miu

คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 จาก Miu Miu ใช้ชื่อว่า “SPONTANEOUS IMPERFECTION” ที่ยังคงเล่นอยู่กับการหยิบสิ่งที่ดูไม่เข้ากันมาไว้ด้วยกันอย่างสวยงาม โดยชูความเฟมินีนผ่านลูกเล่น Ruffle ลวดลายพิมพ์ต่างๆ ตลอดจนงานปักสุดประณีต แต่ก็ยังนำเสนอความเท่ในรูปแบบของเสื้อสูทไหล่ตั้งหรือสูทโอเวอร์ไซส์แทรกมาในคอลเล็กชั่นนี้

ครั้งนี้ Chanel เนรมิตสถานที่จัดโชว์ Grand Palais ให้กลายเป็นรูฟท็อปสุดคลาสสิกกลางกรุงปารีสสำหรับโชว์ Spring/Summer 2020 ตั้งแต่ดีไซเนอร์สาว Virginie Viard เข้ามารับช่วงต่อจาก Karl Lagerfeld ทิศทางของสาว Chanel ก็ดูจะเรียบขึ้น วัยรุ่นขึ้น แต่ยังคงความคลาสสิกของแบรนด์เอาไว้ ผ้าทวีดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในรูปแบบชุดสูท กระโปรงหรือเดรสก็ดูสดใสขึ้น อ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น โดยคอลเล็กชั่นนี้มีครบตั้งแต่ day wear สุดชิลตลอดจน evening wear ที่สามารถหยิบไปใส่ออกงานได้ ซึ่งลายพิมพ์ที่น่าสนใจในซีซั่นนี้ก็คงไม่พ้น typography โลโก้แบรนด์มาบิดผสมผสานกับซิลลูเอ็ตของภาพตึกต่างๆ รวมถึงลายเส้นภาพวาดเมืองบนผ้าสีดำ

 

Alexander McQueen

เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่ตาแตกสุดๆ กับงานดีไซน์สุดอลังการและการใช้เทคนิคตัดเย็บชั้นครูที่โชว์ของ Alexander McQueen ซิลูเอ็ตและกลิ่นอายสไตล์วิกตอเรียนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sarah Burton เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคอนทราสหนังกับผ้าลูกไม้ งานเทเลอร์ที่ผสานความเฟมินีนเข้าไปด้วยลูกเล่นต่างๆ ตลอดจนชุดราตรีที่เปี่ยมไปด้วยรายละเอียดตาแตกสุดๆ เรียกว่าใครจะวิ่งตามเทรนด์แฟชั่นโลกก็วิ่งไป Sarah ขอนำเสนอผลงานที่เต็มไปด้วยงานฝีมือสุดประณีตและงดงามจนละสายตาไม่ได้แม้แต่ลุคเดียว

Givenchy

ต่อเนื่องกันที่แบรนด์คุ้นเคยกันดีอย่าง Givenchy ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ Clare Waight Keller เล่าว่าคอลเล็กชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุค 90s มีการนำเอาลวดลายพิมพ์ดอกไม้หยิบมาใช้เพื่อเพิ่มความชัดเจนของยุคให้มากขึ้น รวมถึงการนำเอาเสื้อคอปีนหรือดีเทลผูกคอจากยุค 90s มาปรับให้ดูทันสมัยมากขึ้นด้วยการปรับเปลี่ยนวัสดุ และ การเลือกใช้โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Givenchy ทั้งดำ น้ำตาล ยังคงอยู่เ ราจึงจะเห็นหลายๆ ลุคนั้นมีดีเทลผูกคอได้จากโชว์ รวมถึงมีการหยิบเอาผ้ายีนส์มาใช้ในคอลเล็กชั่นนี้ แต่ที่น่าสนใจก็คือการใช้ยีนส์ทอที่มีลักษณะเดียวกับการทอในยุค 90s เป็นการช่วยเพิ่มกลิ่นอายความวินเทจในแบบโลกปัจจุบันได้ออกมาดีจริงๆ

Hermes

Mugler

Hermes ในคอลเล็กชั่นนี้ยังคงความคลาสสิกและความลักชัวรี่ของแบรนด์เอาไว้เช่นเคย nadège vanhee-cybulsk แฟชั่นดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์เล่าว่า ในคอลเล็กชั่นนี้จะเป็นการสร้างคุณค่าของไอเท็มต่างๆ ที่สามารถหยิบมาใส่ได้ตลอดกาล ไม่ใช่การอิงตามกระแสเทรนด์แต่อย่างใด พร้อมยกตัวอย่างงานตัดเย็บ patchwork ของชิ้นหนังที่แทบจะแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า ว่าเป็นการนำหนังสองหรือสามชิ้นมาเย็บติดกัน เพราะมีความละเอียดสูงมาก ซึ่งในคอลเล็กชั่นนี้เราจะเห็น Hermes หยิบชิ้นหนังสีธรรมชาติและสีต่างๆ มาสร้างดีเทลด้วยตะเข็บเย็บขอบมุม รวมถึงกลิ่นอายความมินิมัลในการดีไซน์ที่เห็นได้เด่นชัดขึ้น ทั้งเดรสหนังที่จงใจวางตะเข็บไว้ตรงกลางให้เกิดลวดลายหรือจุดนำสายตา หรือแม้แต่การนำหนังมาจับทวิสต์ในลักษณะคล้ายกระโปรงพลีต ซึ่งถือเป็นการสร้างความคอนทราสต์ของวัสดุและดีไซน์ แต่ออกมาได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Elie Saab

Elie Saab คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 นี้ มาในสไตล์ซาฟารีสุดชิค ดีไซเนอร์ชาวเลบานอนเล่าว่าในคอลเล็กชั่นนี้จะนำพาเราไปสู่ทุ่งหญ้าสะวันนา ณ  แอฟริกา เป็นการเล่าเรื่องราวอันกว้างใหญ่ของธรรมชาติ โดยการใช้ซีลูเอตของผืนป่าถ่ายทอดผ่านเดรสเชิ้ตลูกไม้ฉลุ ให้ความรู้สึกของความทะมัดทะแมง หรือเดรสลูกไม้สีดำที่ประดับด้วยงานปักปราณีต นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าสไตล์อินเดียนแดงและผ้าโพกผมสไตล์โบฮีเมียน ที่มาในสีโทนทะเลทราย รวมถึงการใช้ผ้าพิมพ์ลายเข้ามาเพิ่มความสดชื่นให้กับคอลเล็กชั่นในฤดูร้อนนี้

Thom Browne

Thom Browne พาเราทุกคนมายังแวร์ซายการ์เด้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้เสียงน้ำจากน้ำพุกลางรันเวย์ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายไปแก่ผู้ชม แต่แล้วก็ต้องตกตะลึงกับชุดเดินเปิดโชว์เพราะนางแบบมาใช้ชุดสูทสีพาสเทลที่มีดีเทลเป็นงานสองมิติ เป็นการรังสรรค์ศิลปะเข้ากับเครื่องแต่งกายได้แบบมีชั้นเชิง การนำเอาวิกทรงสูงและกระโปรงสุ่มมีโครงมาใช้ในคอลเล็กชั่นนี้มาจากการได้แรงบันดาลใจจากศิลปะและประวัติศาสตร์ช่วงหลังสงครามของฝรั่งเศสที่ชนชั้นสูงนิยมใส่กระโปรงสุ่มและชุดรัดเอว รวมถึงการทำผมทรงสูงและแต่งหน้าด้วยการปัดแก้มโทนชมพู แต่ในผลงานของ Thom Browne นั้นเป็นการนำเอาประวัติศาสตร์มาลดทอนและนำเสนอในรูปแบบที่เร้าใจขึ้น ทั้งการเลือกเอาเสื้อไหมพรมตัวยาว มาแมตช์คู่กับโครงสุ่มและเดรสแขนตุ๊กตา เรียกว่าเป็นโชว์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งโชว์ในปารีสแฟชั่นวีกนี้เลยทีเดียว

แม้ว่ากระแสบนโลกโซเชียลจะเทไปที่ ลิซ่า BLACKPINK ที่ไปร่วมฟร้อนต์โรว์ในโชว์นี้ซะเยอะ แต่คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 ของ Celine โดย Hedi Slimane ก็ยังคงรักษามาตราฐานและสไตล์ฮิปปี้ปนๆ ร็อกแอนด์โรลอันเด่นชัดของสาวยุค 70s เอาไว้อย่างชัดเจน โดยซีซั่นนี้ Hedi ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของแบรนด์ในช่วงปี 1974 ซึ่งยังคงเป็นเพียงร้านขายของ ทั้งผ้าไหม กระเป๋า และรองเท้าที่ประดับด้วยเกือกม้า อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์มาตั้งแต่ต้น ผ้าเดนิมคือคีย์หลักของคอลเล็กชั่นที่เห็นได้ชัดโดยผสมผสานความหรูหราสไตล์สาวปารีเซียงผ่านเสื้อโค้ตขนสัตว์ แจ็กเก็ตหนัง รวมถึงการประดับเลื่อมและคริสตัลระยิบระยับ

Loewe

เริ่มต้นเช้าวันศุกร์ที่ปารีสแฟชั่นวีกกับโชว์จาก Loewe โดยดีไซเนอร์มากความสามารถ Jonathan Anderson ที่คราวนี้อัดฉีดความโรแมนติก ความเฟมินีนแบบเต็มสตรีมให้กับสาว Loewe ด้วยการใช้ผ้าลูกไม้มารังสรรค์เสื้อผ้าดีไซน์เก๋ตามสไตล์ของแบรนด์ เพิ่มเติมด้วยความเซ็กซี่และการเล่นวอลุ่มเสื้อผ้าที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ในขณะที่แอ็กเซสเซอรี่ส์อย่างกระเป๋าของ Loewe ก็ยังคงเพอร์เฟ็กต์และโดดเด่นไม่ลดน้อยลง แต่ตัวตนของเสื้อผ้าไม่จมหายแถมยังโดดเด่นมากยิ่งขึ้นและเป็นคอลเล็กชั่นที่สวยจนเราต้องกดแคปเจอร์หน้าจอเอาไว้เลยล่ะ

Casey Cadwallader ดีไซเนอร์แห่ง Mugler ได้เซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วยคอลเล็กชั่นสุดเซ็กซี่ที่ครบรสทุกความหลากหลายของความงาม ทุกเพศ ทุกรูปร่าง และทุกสีผิว นำโดยซูเปอร์โมเดลสาว Bella Hadid ที่เดินเปิดโชว์ในเสื้อสูทครึ่งตัวสวมทับกับชุดบอดี้สูทรัดรูปซีทรูที่เน้นสัดส่วนอันเพอร์เฟ็กต์ของเธอ โดยคอลเล็กชั่นนี้มีตั้งแต่ชุดชั้นในตลอดจนสูทเทเลอร์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Mugler และชุดราตรีสุดเรียบหรูที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนของหญิงสาวซึ่งล้วนแล้วได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของ Thierry Mulger ในช่วงยุค 80s ถึง 90s มาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง

Dries Van Noten

คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 ของ Dries Van Noten นี้สุดแสนจะพิเศษ เพราะเป็นการร่วมมือกันกับ Christian Lacroix ปรมาจารย์แห่งยุค 80s และแน่นอนว่าพอนึกถึงยุค 80s สีสันจัดจ้านก็ต้องมาแน่ ดังนั้นเราจึงจะได้เห็นสีสันร้อนแรงทั้งสีส้ม สีแดง สีชมพู ที่นำมาเป็นสีคีย์หลัก รวมถึงลวดลายคลาสสิกประจำยุคอย่างลายเสือและม้าลาย และยังมีการตกแต่งขนนกเพื่อความหรูหราเข้าไปอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือการถ่ายทอดความเป็นยุค 80s ของ Dries Van Noten ในครั้งนี้นั้น ทำออกมาได้ดูร่วมสมัยและไม่ได้เชยเลยแม้แต่น้อย เราลองมาดูกันเลยดีกว่า ว่าในโชว์จะมีลุคไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

Saint Laurent

Saint Laurent ในคอลเล็กชั่นนี้เป็นการหยิบยกสไตล์ฮิปปี้แกลมจากสตรีตสไตล์เมื่อปี 1976 โดยมีการใช้เทลเลอริ่งสไตล์มัสคิวลีนและเฟมินีนใส่ลงไป รวมถึงยังคงไว้ซึ่งความสง่างามตามแบบฉบับของ Saint Laurent  อย่างสูททรงเนี๊ยบที่มีการปักดีเทลระยิบระยับ และเพิ่มความหรูหราด้วยผ้าซิลค์ซาตินช่วงปก ซึ่งจะให้ความรู้สึกเป็นสาวปาร์ตี้เล็กๆ  และความโดดเด่นในคอลเล็กชั่นนี้คืองานปักดิ้นสีทองลงบนชุดและผ้าโพกหัวที่เป็นแอ็กเซสเซอรี่ส์หลัก ที่บ่งบอกความเป็นฮิปปี้แกลมได้เด่นชัดที่สุด ต้องบอกว่า Saint Laurent ในซีซั่นนี้พาเราสัมผัสความหรูหราและสง่างามตามแบบฉบับของแบรนด์ได้อย่างน่าประทับใจจริงๆค่ะ

Dior

ในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2020 เป็นการสื่อสารความเฟมินีนออกมาผ่านสิ่งต่างๆ จากธรรมชาติ ภายในโชว์ถูกจัดตกแต่งด้วยต้นไม้กว่า 160 ต้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Catherine Dior น้องสาวของผู้ก่อตั้งแบรนด์ Christian Dior ที่หลงใหลในความสวยงามชองธรรมชาติและใช้ชีวิตไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงทุกคนที่มีส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจากอดีตถึงปัจจุบันด้วยเช่นกัน เป็นการพูดถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติผ่านชุดที่ทำจากเส้นใยต้นปาล์มและโทนสีอบอุ่นรับแสงแดดฤดูร้อน และสิ่งที่ไม่พูดถึงเลยคงจะไม่ได้ก็คือไอเท็มมัดย้อมที่มีการสานต่อจากคอลเล็กชั่นก่อนหน้านี้ เพื่อตอกย้ำความฮิตของเทรนด์นี้ได้เป็นอย่างดี โดยในส่วนของชุดราตรีนั้นความโดดเด่นเล่นเน้นไปที่งานปักและลาดพิมพ์ดอกไม้สุดปราณีตลงบนชุด ส่วนเนื้อผ้าที่ใช้ก็จะเป็นผ้าบางเบาพริ้วไหวหรือซีทรู ให้ความรู้สึกบางเบาใส่สบาย และทั้งหมดนี้คือโชว์สุดพิเศษจาก Dior ในปารีสแฟชั่นวีกซีซั่นนี้ค่ะ

Maison Margiela

ซีซั่นนี้ John Galliano ได้ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนางพยาบาล ทหาร หรือนักบินอากาศจากยุคสมัยสงครามโลกในศตวรรษที่ 20 ออกมาผ่านคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสไตล์เทเลอริ่งที่โดดเด่นด้วยเทคนิคการ deconstruction ยูนิฟอร์มของแต่ละอาชีพ ซึ่งก็เป็นทางถนัดของ John เลย ซิลลูเอ็ตที่แปลกตารวมถึงการผสมผสานวัสดุต่างๆ สร้างเป็นเสื้อผ้าที่แปลกใหม่และเก๋ไก๋สุดๆ และไฮไลต์ปิดท้ายโชว์ที่หลายๆ คนพูดถึงนั่นคือลีลาการเดินแบบของนายแบบขาประจำของแบรนด์อย่าง Leon Dame ที่เป็นที่ถูกถึงบนโลกโซเชียลอย่างมากเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์สีสันของปารีสแฟชั่นวีกที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และสิ่งแปลกใหม่ให้กับเราได้ติดตามกันทุกๆ ซีซั่นก็ว่าได้

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH