SIGNATURE

แจกเครื่องปรุงความสุขแบบไม่หวงเครื่องตำรับ ตามแบบฉบับของ ‘ปาล์มมี่’

มาทำความรู้จักกับความสุขหลายรูปแบบของสาวปาล์มมี่ไปพร้อมๆ กัน

06 SEP 2020

หากจะหาตัวอย่างไหนมาอธิบายความหมายของวลีที่ว่า ‘เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก’ ได้ดีที่สุด ประโยคที่เอาไว้คุยกับเพื่อนอย่าง “รู้ตัวไหมว่าพวกเราฟังเพลงของปาล์มมี่มาเกือบ 20 ปีแล้ว” ดูจะทำให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด จึงสามารถพูดได้เต็มปากว่า ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ คือหนึ่งในเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่สร้างความสุขให้คนไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานไม่แพ้ศิลปินนักร้องคนไหน ตั้งแต่วันที่สาวน้อยลูกครึ่งไทย-เบลเยียมวัย 18 ปี หอบความฝันและความมุ่งมั่นในการเป็นนักร้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลจากออสเตรเลีย สู่อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จากนั้นเป็นต้นมาเธอก็ก้าวไปข้างหน้าบนถนนสายดนตรีด้วยความตั้งใจจริงที่เข้มข้นเหมือนเดิมในทุกขวบปี

หลังจากผลิตผลงานเพลงออกมาเป็นอัลบั้มเต็ม 4 อัลบั้ม ไล่มาตั้งแต่ Palmy (2544), Stay (2546), Beautiful Ride (2549) และ 5 (2554) ผ่านการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไปทีละน้อย จากออกอัลบั้มเป็นตลับเทปและซีดีสู่การรุกทำลายวงการเพลงอย่างหนักของ MP3 ตามมาด้วยยุคแห่งอิสระในการฟังดนตรีที่ไขว่คว้าได้ฟรีในอากาศผ่านเทคโนโลยีสตรีมมิ่ง และในเดือนกันยายนปีนี้ ปาล์มมี่ก็มีซิงเกิ้ลลำดับที่ 6 มาฝาก ที่เปรียบเหมือนของที่ระลึกในยุคที่โลกถูกคุกคามด้วยโรคระบาดมานานเกือบปี “เพลงนี้เกิดขึ้นมาเพื่อปลอบใจและเรียกกำลังใจให้กับทุกคน พวกเราได้เจอเรื่องอะไรต่ออะไรด้วยกันมาในปีนี้และยังคงต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้า มี่อยากช่วยเติมความชุ่มชื้นให้หัวใจของทุกคนพร้อมไปต่อได้ รวมถึงตัวมี่เองด้วย”

เพลงใหม่ล่าสุดเป็นผลลัพธ์ของการที่คนทั้งโลกได้ทำความรู้จักโควิด 19 ร่วมกัน

"ถ้ามองด้านบวก โควิดก็ทำให้มี่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้ชะลอทุกอย่างให้ช้าลงไปอีก ได้เห็นว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้แปลนทั้งหมดที่เคยมีก็ล้มได้เหมือนกัน ทำให้การฝึกอยู่กับปัจจุบันของมี่ได้ผลที่ดีขึ้นในช่วงนี้ เพราะปีที่แล้วเคยแปลนว่าปีหน้าจะเบรกพักงานบ้าง ตอนนี้กลายเป็นได้พักยาวเลย ส่วนตอนหน้ามี่ยังไม่มีแปลน”

เป้าหมายของการทำงานเป็นอย่างไร?

“เป้าหมายของมี่ทุกวันนี้ก็คือทำเพลงเพราะๆที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม ในยุคแรกที่เพิ่งเริ่มทำเพลงเป้าหมายของมี่คืออยากมีเพลงเพื่อจะร้องเพลงเป็นอาชีพ มีค่าย มีโปรดิวเซอร์มาซัพพอร์ต พอมาจนถึงวันนี้เป้าหมายของมี่คือเดินทางต่อในแบบที่เราสร้างงานเอง ทำเพลงแบบออร์แกนิกมากๆ ทำเมื่ออยาก เมื่อความรู้สึกของตัวเองเรียกร้อง ง่วงก็นอน เบื่อก็เที่ยว คิดไม่ออกก็พัก คิดออกแล้วค่อยมาทำต่อ งานจึงค่อยๆ เติมไปเรื่อยๆ ผลผลิตของมี่เลยออกมาค่อนข้างช้า”

ความรู้สึกของการร้องเพลงโชว์บนเวทีที่เติบโตขึ้นไปตามประสบการณ์?

“ในแง่ความรู้สึกมี่ยังสนุกและมีความสุขที่ได้ร้องเพลงอยู่ ส่วนในแง่ของเทคนิคัลแล้วมี่มีแบบแผนมากกว่าเมื่อก่อน เช่น รู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น บาดเจ็บน้อยกว่าเมื่อก่อน เพราะรู้จักการผ่อน การเป็นทีมเวิร์คของวง การเตรียมงานมีความเป็นขั้นตอนมากกว่าวันแรกเยอะขึ้น เมื่อก่อนมี่จะขึ้นเวทีไปแบบว่างเปล่าเลยค่ะ พกไปแค่ความตื่นเต้นและหัวใจที่จะออกไปตะเบ็งเสียงกับคนฟังเท่านั้นเลย”

ที่มาของภาพตารางโชว์สุด "เรียกแขก" ที่เราเห็นในอินสตาแกรมส่วนตัวมาจากอะไร?

“ทำเองทุกรูปค่ะ รูปก็เป็นรูปในโทรศัพท์ที่มี่ถ่ายไว้เองจากการไปที่ต่างๆ  อย่างรูปงู ก็คือไปเดินงานสัตว์เลี้ยงที่อิมแพ็คต์เลยถ่ายเก็บไว้ ส่วนตารางงานรูปแรกเป็นรูปมอเตอร์ไซค์ขี่ยกขาคู่ คือตอนนั้นมี่ขาดรูปที่เป็นหน้าตัวเอง เพราะไม่ค่อยชอบถ่ายรูปตัวเอง เวลาไปถ่ายงานก็มีไม่ค่อยเยอะ เลยเอารูปที่มีอยู่ในมือถือมาทำตารางงานแทน รูปพวกนี้ก็ถ่ายไว้ตอนนั่งรถไปทัวร์ตามที่ต่างๆ อย่างคันนี้ก็เจอเขาขี่อยู่ข้างรถตู้พอดี ชอบ เลยถ่ายเก็บไว้ค่ะ ร้านนวดถ่ายที่เชียงใหม่ ก็ถ่ายไว้ดูเอง รวมถึงทุกๆ รูปที่โพสต์ค่ะ”

นอกจากตารางงานแล้ว "เผือก" สุนัขพันธุ์ชิวาวาก็คืออีกหนึ่งสีสันในอินสตาแกรมเหมือนกัน

"ล่าสุดเผือกมีความรักครั้งแรกกับสุนัขดัชชุนด์รุ่นพี่ โตกว่าเผือก 8 ปี แต่พี่เจ้าของสุนัขซึ่งบ้านอยู่ถัดไปประมาณ 50 เมตร เขาไม่อยากให้คบกัน เขาไม่โอเคที่เผือกชอบเดินไปเกาะแกะด้วย​ มี่เลยต้องกักบริเวณ​เผือก ปิดบ้าน ล็อกกลอนทั้งวัน เปิดรับลมก็ไม่ได้​ ทำให้เผือกหอนเห่าเสียงดังมากทั้งวันทั้งคืนอยู่อาทิตย์หนึ่ง มี่เลยพลอยพักผ่อนไม่พอไปด้วย​ จึงต้องบอกเผือกให้หักห้ามใจได้แล้ว ให้พยายามเพื่อมี่บ้าง ตอนนี้เผือกหายดีแล้วค่ะ”

ความรักที่เธอมีต่อต้นไม้ใบเขียวสารพัดพันธุ์ภายในบ้าน ก็ทำให้ชุ่มชื้นหัวใจไม่แพ้กัน?

“ความสุขที่ได้จากการปลูกต้นไม้เป็นความสุขใจ สบายใจ และภูมิใจที่เราปลูกผักผลไม้ไว้กินเองแล้วเกิดดอกเกิดผล เดินไปมุมนี้ก็เก็บอันนี้มาใส่แจกัน มุมนี้เอามาทำอาหาร หมุนเวียนกันไป ชื่นใจค่ะ”

แล้วการรักษาความสุขระดับลึกๆ ตามแบบฉบับของปาล์มมี่ต้องทำอย่างไร?

“พระอาจารย์สอนว่าอดีตจบไปแล้ว มันเลิกยุ่งกับเราไปนานแล้ว อนาคตไม่มีใครรู้ วันนี้ตอนนี้ดีที่สุดค่ะ” ปาล์มมี่สรุปแบบกระชับ ก่อนเสริมเพิ่มเติม “อีกคำสอนที่มี่ยึดไว้เป็นหลักคือ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งไม่ดีอะไรก็ตามขึ้นกับเรา ถ้าเราทำความดีไว้จะเป็นหลักยึดที่ช่วยกอบกู้จิตวิญญาณเราไว้ได้ ถ้าเราหมั่นทำความดีสะสมไว้ ไม่เบียดเบียนใคร ต่อให้อะไรที่มันแตกซ่านกระจุยกระจาย แต่ความดีจะช่วยประคองความภาคภูมิใจเราไว้ให้เราสามารถฟื้นความสุขขึ้นมาใหม่ได้อยู่ร่ำไป”

แล้วความรักล่ะ สำคัญกับชีวิตของผู้หญิงที่ขับกล่อมบทเพลงรักให้คนทั้งประเทศฟังแค่ไหน?

“ความรักทำให้เราทราบว่าเราอยู่เพื่อแบ่งปัน ความรักคือกำลังใจที่ฟื้นคืนให้น้ำหล่อเลี้ยงเราผลิบานได้อย่างสวยงาม ความรักจะโอบอุ้มเราจากมุมมืด และความรักทำให้เราอบอุ่นค่ะ”

ทั้งหมดนี้ปาล์มมี่ไม่หวงของหวงเครื่อง ใครสนใจหยิบจับนำเครื่องปรุงความสุขเหล่านี้ไปเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอจะยินดีเป็นที่ยิ่ง

Make-up: วิศรุต จุลละศร
Hair: เบญจพร คำพับ
Stylist: ประภากาศ อังศุสิงห์
Assistant Fashion Editor: ธันวา เทียมเมฆ
Assistant Fashion & Creative Director: เอกบุตร ศรีวงศ์อุดมสิน
Photographer: Punsiri Siriwetchapun
Fashion & Creative Director: Pannatorn Sriprasert
เรื่อง: ณวดี ปัตเมฆ

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH