SIGNATURE

ก้าวแรกในบทบาทนักร้อง อีกหนึ่งความฝันที่เป็นจริงของนักแสดงหนุ่มโกอินเตอร์ นนกุล

เพลงแรกในชีวิตที่เขาแต่งเนื้อร้องและกำกับมิวสิกวิดีโอ

08 APR 2020

ช่วงที่เขาเดินสายกวาดเงินและกล่องจากหนังฉลาดเกมส์โกงเมื่อเกือบ 3ปีก่อน ชานน สันตินธรกุลรำพึงว่าอยากโกอินเตอร์ ว่าแล้วก็ทำทันทีไม่นั่งรอโชคหล่นใส่ เขาได้เป็นนักแสดงโด่งดังในจีนสมใจแต่ยังไม่สาแก่ใจ ชานน หรือ นนกุล ชื่อที่แฟนๆเรียกขานบอกว่าที่ผ่านมาเขาโกหก ความจริงแล้วเขาอยากเป็นนักร้องดังด้วยต่างหาก

ไม่มีเค้าลางมาก่อนว่าชานนอยากจะเป็นนักร้อง-ดัง-ระดับโลก บันไดก้าวแรกที่เขาทำตามฝันของตัวเองคือ "Won’t Tell You" เพลงแรกในชีวิตที่เขาแต่งเนื้อร้องและกำกับมิวสิกวิดีโอเอง “ที่ผ่านมาเวลาให้สัมภาษณ์สื่อผมจะพูดตลอดว่าไม่มีผลงานอะไรหรอก ขอโฟกัสที่งานแสดง ผม…โกหกครับ อยากเซอร์ไพรส์แฟนคลับเลยพูดไปแบบนั้น” แต่ที่เซอร์ไพรส์กว่าคือชานนยืดอกยอมรับว่าเพลงนี้ไม่ประสบความสำเร็จ “ก็อย่างที่เห็นๆกันว่ามันไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ผมคิดมาตลอดว่าอยากทำเพลงเพราะเป็นเรื่องที่ผมกลัวผมไม่เคยชอบฟังเสียงตัวเองเลย บางทีคิดว่าร้องเพลงเพราะ แต่พอฟังเพลงที่อัดเสียงมา โอ้โห มัน…ทนฟังไม่ได้อีกเหตุผลหนึ่งคือถ้าไปเรียนร้องเพลงแล้วไม่มีเพลงออกมามันทำให้เรารู้สึกว่าว่างก็ไปเรียน ไม่ว่างก็ไม่ไป”

เขาเลยลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความกลัวและความเลื่อนลอยของตัวเองด้วยการทำเพลงเองเสียเลย “ผมเสิร์ชกูเกิ้ลหาว่าใครรับแต่งเพลงบ้าง เราไม่กล้ารบกวนคนมีชื่อเสียง แม้ว่าเราจะรู้จักคนเหล่านั้น แต่เรากลัวเขางานยุ่งแล้วเราก็ไม่มีความรู้ด้วยเลยไม่รู้จะไปคุยกับเขายังไง” ล้มลุกคลุกคลานเองจน 2 ปีผ่านไป ชานนจึงได้มีผลงานดนตรีออกมาสมใจ 1 เพลงถ้วนและตั้งใจว่าจะปล่อยเพลงออกมาอีกเรื่อยๆ “ถ้าทำอัลบั้มเต็มอีก 10 ปีน่าจะยังไม่ได้ฟัง”

ทำเองทุกกระบวนการตั้งแต่แต่งเพลงจนถึงกำกับ รวมๆแล้วชอบไหมกับการเป็นศิลปิน “ตอนนี้เหมือนเราเรียนภาษาใหม่ มันยาก เราไม่รู้ว่าศิลปินคนหนึ่งต้องฝึกซ้อมอะไรบ้าง เคยได้ยินมาบ้างว่าอย่ากินนม อย่ากินของทอด แต่เราไม่เคยรู้จริงๆว่าต้องทำยังไง” ดูเขาหนักใจจนต้องถามว่าจะมาร้องเพลงทำไม เป็นนักแสดงก็ดีก็ดัง ชานนหัวเราะจืดเจื่อน “การจะไปถึงระดับโลกได้มันยาก แต่ถ้าเรามัวแต่พูดว่ามันยากแล้วไม่ทำมันก็จะไม่ง่ายเสียที เป็นเป้าหมายในชีวิตผมเลยว่าอยากเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านระดับเวิลด์คลาสคิดง่ายๆว่าถ้าเราเป็นเขาทำไมเขาจะมาจ้างเรา เราไม่ใช่คนประเทศเขาด้วยซ้ำ ภาษาเขาเราก็พูดสำเนียงไม่ได้ดีเท่าเขา เราต้องมีบางอย่างพิเศษที่โดดเด่นออกมา

“แต่ผมเข้าใจความคิดแบบนี้นะที่บอกว่าทำอะไรสักอย่างให้ดีไปเลยดีกว่าไหม จะเป็นอะไรกันแน่ เดี๋ยวเป็นนักแสดง เดี๋ยวเป็นนักร้อง แต่ผมเชื่อว่าถ้าแบ่งเวลาได้ดีพอคนเราเก่งได้มากกว่านี้อีกเยอะ ถ้าผมพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆเชื่อว่าผมจะมีคุณภาพและความสามารถมากพอที่จะแบกรับโอกาสที่ใหญ่กว่านี้ได้ง่ายขึ้น ผมยกตัวอย่างว่าถ้าเราเป็นนักแสดงที่เก่งมากๆ แต่เราพูดได้แค่ภาษาไทย วันหนึ่งที่มีงานภาษาอังกฤษเข้ามาก็รับไม่ไหว ต่อให้ท่องบทเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่เวลาโปรโมตเราพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มันก็ไปต่อได้ยากผมอิจฉาเด็กๆที่มีความสามารถรอบด้านตั้งแต่อายุน้อยๆ ผมเพิ่งรู้ตัวตอนม.ปลายเข้าไปแล้ว กว่าเราจะมีทรัพยากรที่พร้อมจะไปได้ มันก็ช้ามากแล้วสำหรับสายงานนี้”

ปี 2020 นี้ชานนรู้แน่ว่าเขาจะมีผลงานในไทยทั้งหนังและซีรี่ส์ “รับได้เต็มที่ก็ 2 เรื่อง แค่นี้ก็เต็มเวลาแล้วครับ” ไม่ใช่ว่ามักน้อยแต่เขามีระบบที่ไปรู้ไปเห็นมาหลังจากทำงานกับกองถ่ายระดับโลกมาหลายครั้ง “ความเป็นสากลมั้งครับ” เขาพูดถึงสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย “พูดแล้วก็แปลกๆ เราโตมาได้เพราะระบบแบบนี้ เราจะชินกับมันไปเลยก็ได้ แต่ผมมองไปถึงประเทศที่เป็นผู้นำด้านนี้เขาทำกัน อย่างอเมริกา จีน เกาหลี เราเห็นว่าเขารับงานแล้วทำให้จบทีละโปรเจ็กต์ ถ่ายซีรี่ส์ 1 เรื่อง 3 เดือนเสร็จ อย่างกองถ่ายซีรี่ส์จีนที่ผมรับงานแสดง เขาทำงานวันละ 12 ชั่วโมงเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมทำงานทุกวันได้ คนทำงานไม่เหนื่อยเกินไป แต่ในไทยถ่ายกันข้ามวัน ถ่ายทำ 3-4 วันต่อสัปดาห์ บางเรื่องต้องถ่ายกัน 7-8 เดือนถึงจะปิดกล้องได้”

“ผมเลยมีเป้าหมายว่าอยากจะเป็นคนคนนั้น อย่างในฮอลลีวู้ดถามว่ามีไหมคนที่เป็นทั้งนักแสดงและนักร้องที่มีชื่อเสียง มีครับ แต่ผมยังไม่เห็นว่าเขาเป็นที่สุดทั้งสองด้านนั้น ผมเข้าใจว่าคนอื่นอาจจะมองว่าผมเพ้อเจ้อ อยากจะเป็นทั้งนักร้องที่มีชื่อเสียงสุดๆกับนักแสดงที่มีชื่อเสียงสุดๆไปเลยอย่างนั้นหรือ อ่า…ครับ นั่นละคือเป้าหมายของผม" 

“ผมมีเป้าหมายว่าอยากเป็นให้ได้แบบ 2 คนนี้ อย่างนักแสดงผมชอบ Daniel Day-Lewis เขาได้ออสการ์นักแสดงนำยอดเยี่ยม 3 ครั้งคนแรกของโลก เขาเก่งมากจนมีแบรนดิ้งติดตัวไปเลยว่าหนังเรื่องไหนมาหาเขามันต้องดีมีคุณภาพมาก ส่วนนักร้องผมมองว่า Bruno Mars เป็นตัวพ่อ เล่นดนตรีก็ได้ ร้องเพลงก็เทพ เต้นก็เก่ง โปรดิวซ์ได้อีก จนถึงวันที่ตายเรื่องดนตรีผมอาจจะเก่งได้ไม่เท่าเขาหรอก แต่เราต้องมองคนเก่งมากๆเป็นต้นแบบ เราจะได้พยายามมากๆ” เพื่อให้สมกับความมุ่งมั่นของชานน รบกวนคนอ่านเติมไม้ยมกในใจให้ประโยคหลังสุดนี้ของเขาอีกหลายๆตัว อีกเยอะๆ เยอะมากๆ มากกว่านี้มากๆ

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH