SIGNATURE

เปิดใจ MILLI ตัวแทนของวัย Gen-Z ที่ถูกเรียกว่า 'เด็กสมัยนี้'

สาวน้อยวัย 17 กับคาแร็กเตอร์และแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร

08 MAY 2020
Digital Beauty Editor/ Digital Specialist

WARISARA LIMANANTRAKOOL

AGEISM: GEN Z WARRIOR

มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล หรือในยามสวมหมวกแร็พเปอร์กรุณาเรียกเธอว่า MILLI สาวน้อยมหัศจรรย์วัย 17 ที่ด้นแร็ปทั้งภาษากลาง ภาษาถิ่น ภาษากะเทยสะท้อนความคิดอ่านและเรื่องราวของคนวัยเดียวกัน วัยที่ถูกเรียกว่า ‘เด็กสมัยนี้’

เสื้อ จาก YOUTH.TONIC กางเกง จาก YDP SUIT แว่น จาก ARTY AND FERN

ELLE: เวลาได้ยินคนพูดคำว่า ‘เด็กสมัยนี้’ ใส่รู้สึกอย่างไร
MILLI: มันอยู่ที่อินเนอร์คนพูดด้วย ‘เด็กสมัยนี้เนี่ยนะ’ (เสียงอาทร) กับ ‘เด็กสมัยนี้’ (เสียงเอือมระอา) รู้สึกว่าคนพูดพยายามจะบอกว่าเขาโตแล้วและพยายามกดทับเรา ให้หนูดูเด็กลง
ELLE: คิดว่าตัวเองเป็นเด็กไหม
MILLI: เป็นค่ะเป็น หนูยังไม่อยากโตด้วยซ้ำ ยิ่งโตยิ่งต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งหนูเป็นเด็กขี้เกียจ
ELLE: แต่เด็กขี้เกียจคนนี้ลุกขึ้นมาเป็นประธานนักเรียน
MILLI: ก็มันย้ายโรงเรียนไม่ได้ ตอนแรกหนูอยู่โรงเรียนสหแล้วย้ายมาอยู่หญิงล้วน อยากสัมผัสว่าโรงเรียนหญิงล้วนเป็นอย่างไร พอสัมผัสปุ๊บเบื่อทันที อยากกลับไปเรียนสห แต่แม่ไม่ให้ย้าย ให้เรียนที่เดิมเพราะมีโปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษ ไหนๆต้องอยู่แล้วก็ทำให้โรงเรียนดีขึ้นดีกว่า ตอนแรกคิดว่าอยากเป็นรองประธาน ได้ใบประกาศนียบัตรเขียนตำแหน่งแค่นี้ก็เท่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรเยอะ ให้ประธานทำ แต่พ่อบอกว่าไหนๆจะเป็นแล้วก็เป็นให้สุดไปเลย จึงลงสมัครประธานนักเรียน

ELLE: สังคมหญิงล้วนเป็นอย่างไรบ้าง
MILLI: ถ้าอยากให้ลูกเป็นกุลสตรีก็อย่าส่งลูกมาเรียนหญิงล้วน เราจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องแคร์เพราะมีแต่ผู้หญิงด้วยกัน แต่ถ้าอยู่โรงเรียนสหเราจะมีจริตและการวางตัวให้ผู้ชายมองเรา คืออยู่หญิงล้วนเราสามารถเดินแล้วถกกระโปรงเพราะกางเกงในเข้าวินได้ชิลๆเลย ซึ่งอาจจะเป็นแค่หนูคนเดียวก็ได้นะที่ทำแบบนั้น
ELLE: แต่เด็กแก่นกะโหลกคนนี้ก็ได้ทุนเรียนปริญญาตรีที่เอแบค
MILLI: เลือกเรียนด้านธุรกิจดนตรีด้วย (เสียงภูมิใจ) เราฝันว่าอยากรวยและมีตังค์ไปจนแก่แบบไม่ต้องเหนื่อย มีเงินเยอะแบบอยู่บ้านสบายๆ แต่ไม่รู้หรอกว่าต้องทำอะไรให้ได้ตังค์นั้นมา เด็กรุ่นหนูไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร ไม่ได้มองว่าเรียนคณะนี้เพื่อจะไปสมัครงาน เพราะเราไม่ได้อยากเป็นลูกจ้าง เราเรียนเพื่อจะได้มีความรู้และต่อยอดทำในอาชีพได้ รุ่นนี้เราไม่หางานค่ะ เราสร้างงาน

ELLE: แร็พเปอร์หญิงกับชายต่างหรือเหมือนกันไหม
MILLI: ใครว่าเพศไม่ใช่ตัวแบ่ง นั่นน่ะคือตัวแบ่งหลักเลย แร็พเปอร์ผู้ชายแร็ปได้ว่าฉันได้ผู้หญิงคนนี้คนนั้นแล้ว แต่แร็พเปอร์หญิงจะพูดไม่ได้หรอกว่าได้ผู้ชายคนนี้แล้ว แล้วเวลาผู้ชายพูดแบบนี้คนมองว่าสุดเจ๋ง พอผู้หญิงคนมองว่านี่ curry หรือเปล่า หนูไม่อยากเป็นวัตถุทางเพศของใคร ก็ค่อนข้างระวังตัว แต่ก็ยังโดนว่านะว่าทำไมแต่งเพลงด่าผู้หญิง เหยียดเพศเดียวกัน แต่หนูไม่ได้มีเจตนานั้นเลย นั่นคือคำที่หนูพูดเล่นในสังคมเพื่อน คนเราโตมาในสังคมที่แตกต่างกัน หนูอาจจะ…ดิบไป มีหลายประเด็นที่อยากทำเพลง เช่น เรื่องพลังหญิง แต่ตอนนี้ไม่อยากทำแล้ว เคยไหมที่รู้สึกว่าวันนี้อยากล้างจาน แต่พอแม่พูดว่า ‘มินนี่ไปล้างจาน ทำไมยังไม่ล้าง’ หนูหมดฟีลเลย ไม่อยากล้างละ

ELLE: ไปโดนอะไรมา ทำไมหมดพลังใจ
MILLI: (ทำท่าคับข้องใจ จะเล่าไม่เล่าดี) คือหนูเคยปล่อยเพลงมาแล้วโดนติว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ลูกเขาฟังเพลงหนู เขาไม่อยากให้ลูกเขาใช้วาจาหยาบคายเหมือนหนู เพลงหน้าลองแก้ไหม หนูก็มานั่งคิดว่าตรงนี้คือความรับผิดชอบใคร ของผู้ปกครองที่ต้องดูแลลูกให้ดี เป็นหน้าที่ของศิลปินหรือของสื่อ ถ้าทุกคนเซ็นเซอร์ตัวเองกันไปหมดแล้วใครล่ะที่จะพูดความจริง สรุปว่าเป็นหน้าที่ของหนูที่ต้องทำเพลงให้คลีนแต่ไม่ใช่ตัวหนู หรือเป็นหน้าที่ผู้ปกครองที่ต้องรับผิดชอบลูกตัวเองไม่ให้แย่เหมือนศิลปิน หนูเต็มใจนะที่จะเป็นตัวอย่างที่แย่ มองหนูแล้วสอนลูกว่าอย่าไปทำตามอย่างคนนี้นะลูก เอาหนูเป็นเยี่ยง แต่อย่าเอาเป็นอย่าง

View this post on Instagram

???? ???? @thaiipo

A post shared by MILLI (@phuckitol) on

ELLE: การเป็นผู้หญิงในยุคนี้มันยากไหม
MILLI: หนูว่าผู้หญิงโตยากกว่า คนให้ความไว้วางใจผู้ชายมากกว่า เรื่องแบบนี้เราเจอมาตั้งแต่เด็กแล้ว ยกตัวอย่างครูจะเลือกหัวหน้าห้อง เพื่อนในห้องเสนอทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ครูเลือกผู้ชาย มองว่าผู้หญิงมีข้อจำกัด ซึ่งตัดสินจากอะไรไม่รู้ ผู้หญิงเลยโตยากกว่าไม่จะในวงการไหนก็ตาม เราต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าผู้ชาย
ELLE: คิดว่าตัวเองเป็นเด็กดื้อไหม หรือแค่กล้าแสดงความคิดเห็น
MILLI: หนูไม่ใช่เด็กดื้อ คือเถียงไปงั้น แม่กับป๊าชอบติว่าเวลาสัมภาษณ์ทำไมไม่พูดให้ดีกว่านี้ หนูจะเถียงว่าหนูก็เป็นของหนูแบบนี้ แล้วก็มานั่งคิด หรือเราควรจะพูดให้ดีกว่านี้นะ

View this post on Instagram

ว้ายย ไม่ได้หรอ

A post shared by MILLI (@phuckitol) on

ELLE: คำว่า ‘เป็นตัวเอง’ คือข้ออ้างหรือเปล่า
MILLI: (ยิ้มร่า) ใช่ บางครั้งเราไม่อยากยอมรับว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ถูก ยังไม่ดีพอ เราไม่อยากเสียเซลฟ์
ELLE: คิดว่าอะไรที่เราจะทำได้เฉพาะตอนเป็นเด็ก โตแล้วทำไม่ได้
MILLI: มีความรัก ปีที่แล้วหนูคบกับคนคนหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นความรักครั้งสุดท้ายของหนูที่จะรักโดยไม่คิดอะไรเลย หนูกำลังจะโตขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนี้จะไม่คิดว่ารักมีแค่รัก แต่จะมีเรื่องครอบครัว การเงิน ความมั่นคงในชีวิต ความรับผิดชอบ เซ็กส์ ยิ่งโตยิ่งมีองค์ประกอบเยอะที่ทำให้เราไม่สามารถกลับไปรักเหมือนตอนเป็นเด็กได้ หนูว่านี่คือโค้งสุดท้ายแล้วของหนูแล้วที่จะมีความรัก

ELLE: มีผลการศึกษาเยอะมากที่บอกว่าเจน Z จะเปลี่ยนแปลงโลก ถามคนเจน Z ว่าจริงไหม
MILLI: เคยคุยกับเพื่อนว่าอย่างพวกเราเนี่ยนะจะเปลี่ยนแปลงอะไรเหรอ อาจมีคนที่ทำได้ แต่จะเป็นเราใช่ไหมอ่ะ แต่เขาก็บอกว่าเราเป็นรุ่นที่แย่ที่สุดนะ ไม่ใช่ว่าเจน Z ไม่เอาอะไรเลยหรอก หนูไปอ่านบทความมา เขาบอกว่าคนรุ่นเราจะตัดอะไรที่ไม่จำเป็นออก อย่างเรื่องไหว้นี่ชัดมาก เด็กรุ่นหนูจะไม่ไหว้คนที่เราไม่ได้เคารพไม่ว่าจะอายุแก่กว่าแค่ไหน ถ้าเขาไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่น่าเชื่อถือมากพอ ไม่ใช่ว่าฉันแก่กว่าแล้วเธอต้องเคารพฉัน ไม่เกี่ยว เรื่องขอโทษก็เหมือนกัน คุณโตแค่ไหนก็ขอโทษได้

Elle Special May 2020 
#ELLEempowerswomen              
                                    

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์                         
MAKE-UP: สัณห์สมร ตันติโชติรัตนา, ถิรวัฒน์ ใจธรรม
HAIR: อัครชัย ดีดพิณ, คันธรส แสนวงษ์
PHOTOGRAPHER: AKKAPON KAMPUSAN
STYLIST: SLALEE
ASSISTANT STYLIST: เสกสิทธิ์ หนูอินทร์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH