SIGNATURE

มาตรฐานความสุขในแบบฉบับของ Kim Go Eun นักแสดงสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใสมัดใจผู้คน

แรงขับเคลื่อนของชีวิตที่ทำให้เธอเป็นผู้หญิงยิ้มง่ายคืออะไร

21 SEP 2020

แสงแดดยามนี้ช่วยขับไล่ความอับชื้นของหน้ากากอนามัย Kim Go Eun ยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าในสวนหน้าบ้านที่หมู่แมกไม้กำลังผลิใบ เธอคือตัวเอกแสนงดงามผู้มาอยู่บนปก Elle ของ 3 ประเทศ ทั้งเกาหลี ฮ่องกง และไต้หวันในคราวเดียวกัน คิมโกอึนในจอภาพดูเป็นสาวน้อยบอบบาง ขี้อาย ปล่อยอารมณ์ล่องลอยราวกับอยู่ในห้วงแห่งรัก สักพักก็ดูเหมือนตกอยู่ในห้วงความคิดแสนลุ่มลึก ไม่นานก็เผยรอยยิ้มน่าหลงใหลออกมา และเมื่อถ่ายทำจบเธอก็หัวเราะร่วนราวกับเด็กน้อย

วันนี้เราเปิดเพลย์ลิสต์ ‘Go Eun Kim for Chanel’ ตลอดการถ่ายทำเลย (ฟังได้ในแอพพลิเคชั่น Melon และ Apple Music) แต่ละเพลงล้วนมีแนวเพลงและนักร้องแตกต่างกัน คุณเลือกอย่างไร

ปกติฉันชอบฟังเพลงอยู่แล้ว ทุกเพลงคือเพลงที่ฉันชอบ เพลย์ลิสต์นี้สร้างขึ้นเพื่อแบ่งปันให้กับคนอีกมากมาย ฉันจึงอยากแนะนำเพลงที่หลากหลายค่ะ

เพลงของ Sinawe กับ Kim Soo Chul ถือว่าเหนือความคาดหมาย ขอบเขตของแนวเพลงที่คุณชอบค่อนข้างกว้างอยู่แล้วหรือเปล่า?

ช่วงนี้ฉันหลงรักเพลง ‘บทเพลงแห่งการจากลา’ ที่เป็นชุนฮยังกาพันโซรี (เพลงพื้นบ้านเกาหลีประเภทหนึ่ง) ค่ะ

พวกเพลงประกอบภาพยนตร์ก็เยอะเหมือนกันนะ อย่างเรื่อง Between Calmness and Passion, Brokeback Mountain, A Star is Born…ภาพยนตร์พวกนี้คือเรื่องที่คุณชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า?

เรื่อง Between Calmness and Passion เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ฉันฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก ฉันดูเรื่องนี้หลายรอบเพื่อฝึกฝนตัวเอง และเขียนความรู้สึกหลังดูจบ ฉันชอบเพลงประกอบมาก จนตอนนั้นเคยอัพโหลดขึ้น Cyworld ด้วยค่ะ

คุณเองก็ร้องเพลงเก่ง และได้ยินมาว่าคุณได้แสดงภาพยนตร์เพลงถ่ายทอดชีวิตของคุณอันจุงกึนเรื่อง ‘Hero’ ด้วย รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้แสดงและร้องเพลงไปพร้อมกัน

ฉันกดดันมากเพราะไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเป็นอาชีพ ดังนั้นฉันเลยตั้งใจเรียนเพิ่มเติม บทนักเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชอย่าง ‘ซอลฮี’ ที่ฉันได้รับ เป็นตัวละครที่มีอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมาก และเพลงก็ขึ้นมาในสถานการณ์หดหู่ การแสดงบทเศร้าและถ่ายทอดบทเพลงออกมาจึงเป็นเรื่องที่ยากมากเลยละค่ะ

ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงมาจากประวัติศาสตร์จริง คงมีบางส่วนที่กินใจคุณเหนือกว่าการแสดงแน่ๆ

ในฐานะที่เป็นคนเกาหลีมันเป็นแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ ถึงตัวละครที่ฉันเล่นจะเป็นเพียงตัวสมมติ แต่ก็มีประชาชนนักสู้มากมายที่มีชีวิตอยู่ในยุคนั้นจริงๆ ฉันเลยพยายามคิดว่าตัวเองอยู่ในยุคนั้น และอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ แล้วถ่ายทอดออกมาค่ะ

ตอนนี้คุณเป็นแอมบาสเดอร์ของ Chanel การได้สวมเสื้อผ้าของแบรนด์แล้วเข้าร่วมแฟชั่นโชว์กับเซเลบริตี้ระดับโลกเป็นอย่างไรบ้าง

ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่นโชว์เท่าไหร่ แต่การได้เข้าร่วมแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่อย่าง Chanel แค่ประสบการณ์ที่ได้ลองคิดว่าจะเผยภาพลักษณ์แบบไหนออกมา ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่ามุมมองด้านอื่นๆ กว้างขึ้นแล้วค่ะ และฉันก็พยายามแสดงออกอย่างภาคภูมิใจและสง่างาม เพื่อเป็นตัวแทนของเกาหลีในงานที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติมาร่วมด้วยค่ะ

ฉันว่านักแสดงคิมโกอึนกับแบรนด์ Chanel ดูเหมาะสมกันตรงความงดงามประณีตที่มีทั้งความคลาสสิกและความร่วมสมัยนี่แหละ หลักในการแมตช์สไตล์แบบเฉพาะตัวของคุณคืออะไร

ปกติฉันจะเลือกจุดเด่นเพียงจุดเดียวค่ะ ถ้าฉันอยากให้เครื่องประดับเป็นจุดเด่นก็จะสวมเสื้อผ้าให้เรียบที่สุด เวลาที่ฉันอยากให้แจ็กเกตเป็นจุดเด่นฉันก็จะใส่เครื่องประดับให้น้อยที่สุดค่ะ

ไม่ทันไรก็ผ่านมา 3 ปีแล้วหลังละคร Goblin จบไป ช่วงที่ผ่านมาคุณได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง Sunset in My Hometown และ Tune in for Love แต่เมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านมา ตอนนี้ดูคุณค่อยๆก้าวแบบสบายๆ นั่นเป็นเพราะคุณตั้งใจเว้นจังหวะให้ช้าลงหรือเปล่า

จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดค่ะ ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาฉันมีผลงานจนแทบจะไม่ได้พัก พอหลังจบเรื่อง Goblin ฉันถึงได้บอกตัวเองให้เว้น ‘ช่องว่าง’ ให้สนุกกับการทำงานบ้าง

บทเรียนสำคัญที่สุดที่คิมโกอึนได้รับผ่านชีวิตในช่วงวัย 20 คืออะไร?

อืม...ทุกอย่างจะผ่านไป สิ่งที่ฉันเลือกตอนช่วงวัย 20 ไม่ใช่ทางเลือกที่มั่นคงเสมอไป ที่จริงใช่ว่าฉันไม่รู้ ฉันอยากพุ่งชนแล้วเลือกมันทั้งๆที่รู้ แต่ฉันเหนื่อยและกลัวทุกวินาทีเลยค่ะ แต่ถึงจะมีบางช่วงที่คิดว่า ‘มันจะจบลงเมื่อไรนะ’ หรือ ‘เราจะจัดการความรู้สึกนี้ได้หรือเปล่า’ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ แต่แน่นอนว่าเวลาลำบากมันก็ลำบาก ความลำบากมันยังมีเหมือนเดิม แต่ฉันอดทนให้ผ่านพ้นมันไปได้ด้วยความคิดว่า ‘เดี๋ยวมันจะผ่านไป’

ในเรื่อง Tune in for Love หนึ่งในบทพูดของ ‘มีซู’ ที่คุณแสดง ที่ว่า ‘ฉันรู้สึกเหมือนคนขี้แพ้ ฉันเกลียดตัวเองจัง ไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ ฉันเศร้า ทั้งที่ฉันเลือกเองทั้งหมด แล้วทำไมต้องกังวลด้วยนะ’ มีคนรีวิวว่าอินกันเยอะมาก แล้วคุณเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกแบบนั้นบ้างไหม?

แน่นอนสิคะ ระหว่างที่ทำงานมีบ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอหรือเจ็บปวดได้ง่ายๆ ฉันแคร์สายตาคนอื่น และก็เครียดเพราะความรู้สึกแบบนั้นมันไม่สมกับเป็นตัวฉันเลย แล้วฉันก็คิดได้ว่ามันอาจเป็นเพราะฉันตั้งเป้าไว้ชัดเจนเกินไป พอพลาดนิดหน่อยฉันก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เรื่องแล้ว บางสถานการณ์คนเราอาจรู้สึกด้อยค่า แม้ที่จริงมันอาจไม่ใช่ตัวเราจริงๆก็ได้ พอคิดว่ามันไม่แปลกที่จะมีช่วงเวลาแบบนั้นบ้างฉันก็สบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

ถ้าสร้างสารคดีเล่าเรื่องของคิมโกอึนในช่วงวัย 20 คุณอยากใช้ฉากไหนเป็นฉากจบ

ฉากตอนทดสอบบทเรื่อง Eungyo ที่เป็นผลงานเดบิวต์ของฉันค่ะ ทีมงานได้มารวมกันแล้วลองเสื้อผ้า และทดลองแสดงหน้ากล้องหลังจากแคสติ้ง ฉันจำได้ว่าตัวเองพูดว่า “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อคิมโกอึน จากนี้ไปขอฝากตัวด้วยนะคะ ต่อให้ฉันทำให้พวกคุณลำบากมาก แต่ก็ช่วยเข้าใจฉันหน่อยนะคะ” ตอนนั้นฉันอายุ 21 ปีค่ะ

ในการสัมภาษณ์กับ Elle เมื่อครั้งก่อน ฉันจำได้ว่าคุณพูดว่า ‘ไม่ว่าจะทำอะไร ฉันพยายามจะไม่คิดว่าตัวเองพิเศษ’ และคิดว่านั่นอาจเป็นเคล็ดลับที่ทำให้คิมโกอึนเป็นธรรมชาติ ตอนนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย

ที่จริงไม่จำเป็นต้องพยายามขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันได้ทำงานกับพวกรุ่นพี่มาตั้งแต่เด็ก ตอนที่พวกเขาใช้ชีวิตของตัวเองมันดูเป็นธรรมชาติมากๆ ฉันเลยเรียนรู้มาว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แน่นอนว่ามีบางเวลาที่ต้องสวมเสื้อผ้าและยืนอยู่ในสถานที่หรูหรา แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานที่นักแสดงต้องทำให้ได้อย่างมืออาชีพ

3 เดือนที่ผ่านมาคุณได้ไปเรียนภาษาที่อเมริกาคนเดียว รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้กลับไปเป็นคนธรรมดาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

รู้สึกเหมือนเป็นคนทึ่มๆเลยค่ะ (หัวเราะ) ตั้งแต่ตอนเด็กฉันมักจะเงอะงะเวลาไปจัดการเรื่องเอกสารที่ธนาคารหรือสำนักงานเขตอยู่แล้ว ยิ่งต้องไปทำที่ต่างประเทศเลยยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เรื่องที่ยากที่สุดคือการหาบ้านตอนที่เพิ่งไปถึง นอกจากนั้นแล้วถ้าไม่นับเรื่องสื่อสารไม่รู้เรื่องก็ไม่มีอะไรยากมากค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญคือการได้สัมผัสวัฒนธรรมให้หลากหลาย ไม่สร้างกรอบจำกัดเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ ฉันอยากสัมผัสวัฒนธรรมแบบใหม่ๆ และอยากลองใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น พอผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ฉันก็ทำตัวกลมกลืนไปกับมันได้แล้วค่ะ

คุณถามคำถาม ‘ฉันเป็นใคร ทำไมฉันถึงมีชีวิตอยู่ ฉันจะใช้ชีวิตอย่างไร’ กับตัวเองบ่อยไหม

คำถามพวกนั้นมักเกิดขึ้นเสมอ ปกติฉันชอบคิดว่า ‘แรงขับเคลื่อนของชีวิตคืออะไร อะไรทำให้ฉันมีความสุข’ ตลอดเวลาอยู่แล้ว ยิ่งเวลาที่เหนื่อยหรือล้าฉันจะยิ่งคิด

แล้วคำตอบสำหรับคำถามนั้นในตอนนี้คืออะไรคะ สำหรับคิมโกอึนอะไรคือแรงขับเคลื่อนของชีวิต และอะไรคือความสุข

ถ้าตั้งมาตรฐานของความสุขไว้สูงเกินไปก็จะยิ่งทุกข์ ฉันเลยพยายามหาความสุขจากสิ่งเล็กๆค่ะ ฉันคิดว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่ฉันรัก ครอบครัว และเพื่อนๆ คือช่วงที่มีความสุขยิ่งกว่าช่วงเวลาไหน เพราะแม้แต่ตอนที่เราประสบความสำเร็จเรื่องงาน เราก็ต้องมีคนที่ใส่ใจและยินดีไปกับเราด้วยมันถึงจะมีความหมาย เมื่อฉันมีความสุขร่วมกับพวกเขา มันก็จะกลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนได้ด้วยค่ะ

‘ผู้คนของฉัน’ คือสิ่งสำคัญของคุณสินะคะ ส่วนใหญ่คุณรู้สึกสนิทกับคนแบบไหน

คนที่ ‘เคมีตรงกัน’ มั้งคะ? มันจะมีคนที่เวลามีเรื่องตลกก็ตลกไปด้วยกัน เวลามีเรื่องเศร้าก็เศร้าไปด้วยกัน เวลาเราพูดอะไรออกไปคำหนึ่งเขาก็รับต่อได้ทันที ฉันคิดว่าความจริงใจต่อกันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และไม่หวังอะไรจากอีกฝ่ายมากนัก

แปลและเรียบเรียง: วสิน เพ็ญสุริยะ
PHOTOGRAPHER:  AHN JOO YOUNG
STYLIST: LEE YUN MI
FASHION EDITOR: BANG HO KWANG
FEATURES EDITOR: KIM A REUM

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH