LIFESTYLE

การคัมแบ็คครั้งใหม่ในฐานะศิลปินระดับโลก ของสาวน้อยเจ้าของเสียงเอกลักษณ์ "พลอยชมพู"

กับบทบาทใหม่ที่เธอถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงดนตรี

10 OCT 2020
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

ถ้าพูดถึงสาวน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ที่มีเสียงอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง พลอยชมพู หรือ Jannine Weigel แล้วละก็ ภาพจำแรกที่เรานึกขึ้นได้ก็คือการได้ฟังเสียงของเธอจากการ Cover เพลงต่างๆ ลงบนยูทูปแน่ๆ เพราะนั่นถือเป็นการแสดงศักยภาพจริงๆ ของนักร้องสาวตั้งแต่อายุยังน้อย และด้วยเนื้อเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเป็นที่จดจำ ทำให้เธอเดินทางเข้าสู่การเป็นศิลปินได้ไม่ยาก และวันนี้เองการเดินทางของเธอกับอีกหนึ่งบทใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิม กับการคัมแบ็คมาพร้อมกับการเป็นศิลปินสากลในค่ายดังอย่าง Red Records ที่การันตีด้วยศิลปินระดับโลกอย่าง Tommy Brown, Jessie Reyez และอีกหลายๆ คนที่จะเช้ามามีส่วนร่วมให้กับซิงเกิ้ลของสาว Jannine Weigel ดังนั้นครั้งนี้แอลจึงไม่พลาดที่พาเธอมาร่วมพูดคุยแล้วเล่าเรื่องราวบทใหม่และพูดคุยถึงซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง “Passcode” ไปด้วยกัน

ถือว่าครั้งนี้เป็นก้าวสู่การเป็นศิลปินสากลแล้ว ในฐานะนักดนตรี รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ตัวหนูเองหนูยังรู้สึกเหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าการที่ได้เห็นการทำงานของทีมงานหรือคนที่มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์อย่าง Tommy Brown ที่เขาทำเพลงให้กับ Ariana Grande หรือว่านักแต่งเพลงอย่าง Jessie Reyez ที่แต่งเพลงให้ Dua Lipa หรือว่าหลายๆ อย่างมันทำให้หนูรู้สึกว่ามันเกินตัวหนูมากเลยค่ะ เพราะหนูไม่คิดว่าจะได้รับโอกาสแบบนี้

การทำงานเปลี่ยนไปจากเดิมไหม?

ค่อนข้างแตกต่างจากประสบการณ์ก่อนๆ เพราะแน่นอนว่าทุกค่ายมีการทำงานที่แตกต่างกันอยู่แล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่หนูชอบในหารทำงานกับ Red Records คือเขาค่อนข้างที่จะใส่ใจศิลปินมากค่ะเขาต้องการที่จะผลักดันคอยซัพพอร์ตและต้องการให้หนูเติบโตไม่ใช่แค่ในฐานะศิลปินอย่างเดียวแต่ในฐานะมนุษย์ด้วย ซึ่งเขาแคร์แล้วก็ใส่ใจหนูมากๆ มันทำให้หนูรู้สึกดีใจที่มีทีมที่คอยซัพพอร์ตหนูมากขนาดนี้ค่ะ

อะไรที่รู้สึกว่ายากที่สุดสำหรับการโกอินเตอร์ครั้งนี้

หนูคิดว่ามันเป็นเรื่องของระยะทางมากกว่าค่ะ เพราะว่าจริงๆ หนูได้มีโอกาสไป LA ช่วงกุมภาพันธ์ ได้ไปทำเพลงเป็น Writing Session ก็ใช้เวลาประมาณอาทิตย์หนึ่ง แล้วหลังจากกลับมาก็ได้รับเดโม่จาก Tommy Brown ซึ่งก็มีหลายเพลงเหมือนกัน แต่ว่าหนึ่งในเพลงนั้นก็คือ Passcode ซึ่งในตอนนั้นเพลงยังเป็นเดโม่อยู่ แต่หนูรู้สึกว่าเพลงนี้มันน่าจะเป็นซิงเกิ้ลแรก เลยตัดสินใจที่ทำเพลงนี้ เลยมีการเพิ่มท่อนต่างๆ เข้าไปให้มีความเป็นตัวเองมากขึ้น แต่ว่าสิ่งที่ยากก็คือเรื่องความต่างของเวลา ด้วยความที่ไม่ได้เจอตัวกัน การสื่อสารมันก็อาจจะยากขึ้นนิดหนึ่งเพราะว่าเวลามันต่างกันประมาณ 12 ชั่วโมง

กดดันไหมที่ต้องทำงานกับศิลปินระดับโลก

ถามว่ากดดันไหมมันก็นิดนึงค่ะ แต่พยายามที่จะไม่กดดันตัวเองเกินไปเพราะหนูรู้สึกว่าหนูทำเต็มที่แล้ว ในส่วนที่หนูควบคุมไม่ได้ก็แค่ปล่อยมันไป เราแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ

แนวเพลงครั้งนี้ดูโตขึ้นมาก เราได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนการทำเพลงด้วยไหม

จริงๆ ก็มีทั้งตัวเพลงด้วย การปรับนิดๆหน่อยๆ แล้วก็มีเรื่องของเอ็มวีด้วยค่ะ ถ้าได้เห็นผลงานก่อนๆ จะค่อนข้างจะมีความซีเรียส มีดาร์คนิดนึง แต่ด้วยความที่หนูได้เซ็นกับค่ายใหม่ เป็นเหมือนกับบทใหม่ในชีวิตของหนูที่ตอนนี้ได้ทำงานร่วมกับคนใหม่ๆ ได้ย้ายมาอยู่ประเทศใหม่ หนูจึงอยากจะสื่อถึงความสนุกของชีวิตในช่วงนี้ ก็เลยอยากจะให้มันมีความเรโทรนิดนึง ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หนูได้มีส่วนร่วมอีกเหมือนกันค่ะ

จากที่เราเคยโดนคอมเมนต์แรงในซิงเกิ้ลก่อนๆ ครั้งนี้เราเสียความมั่นใจไหม?

ไม่เลยค่ะ ตอนนี้หนูไม่รู้สึกว่าหนูกลัวเรื่องอะไรพวกนี้ เพราะว่าต้องยอมรับก่อนว่าตัวหนูเองตอนเด็กๆ ค่อนข้างจะมี Love Hate Relationship กับเสียงตัวเอง เพราะว่ารู้สึกว่าคนที่เขาประสบความสำเร็จ เขาเสียงที่ต่างจากหนูมาก หนูรู้สึกว่าไม่มีใครที่เสียงคล้ายกับหนูเลย เราเลยรู้สึกว่าเราเสียงแปลก ซึ่งบางทีตัวหนูเองก็มีโมเมนต์ที่ชอบเสียงตัวเองบ้าง และก็ไม่ชอบบ้าง แต่พอมันมีช่วงที่มีกระแสที่บางคนอาจจะไม่ได้ชอบเสียงหนูเท่าไร แต่มันทำให้หนูเรียนรู้ที่จะรักเสียงตัวเอง และตอนนี้หนูบอกได้เต็มปากเลยว่าหนูชอบเสียงตัวเองในแบบที่เป็น แล้วถ้าหากใครไม่ชอบหนูก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันกระทบจิตใจเราแล้ว เพราะว่าเราเรียนรู้ที่จะรักในสิ่งที่เรามี แล้วมันจะยังคงเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต หนูเลยคิดว่าการเรียนรู้ที่จะรักมัน มันดีกว่าที่จะฟังในสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น

เรียกว่าประสบความสำเร็จในการทำงานแล้วหรือยัง

เรียกว่าพึ่งจะเริ่มต้นดีกว่าค่ะ หนูรู้สึกว่าที่ผ่านมาตั้งแต่หนูเริ่มต้นมา มันเหมือนกับเราค่อยๆ ผ่านด่านใหม่ๆ ในชีวิต เปรียบเหมือนการเล่นเกมที่เราต้องพิชิตด่านต่อๆ ไปไปเรื่อยๆ ค่ะ

เป้าหมายต่อไปของพลอยชมพู?

ตอนนี้ก็ยังโฟกัสเรื่องของเพลงอยู่ค่ะ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ซิงเกิ้ลต่อไปก็จะเป็นเดือนมกราคมปีหน้าค่ะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH