FASHION

ย้อนรอยต้นกำเนิดกระเป๋ารุ่นไอคอนิกจาก Chanel อย่าง Chanel 2.55 และ Chanel 11.12

ที่มาที่ไปของชื่อเรียกรอยยิ้มโมนาลิซ่ามาจากอะไร ตามมาดูกัน

02 JUN 2020
Digital Fashion Writer

POONYANUCH KUBOONYAARRAK

ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 ดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง Gabrielle Chanel ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในกีฬาการแข่งม้า ได้ออกแบบกระเป๋ารุ่นไอคนิกอย่าง Chanel 2.55 ออกมาเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานในชีวิตประจำวันของเธอ ที่คำนึงถึงความสะดวกคล่องแคล่วของกระเป๋าสะพายเป็นอย่างแรก

โดยการออกแบบกระเป๋ารุ่นคลาสสิกเหนือกาลเวลาอย่าง Chanel 2.55 นั้นถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความสวยงามทั้งภายนอกและด้านในกระเป๋า โดยวัสดุที่ใช้ทำสายโซ่สะพายไหล่นั้นคือโลหะแบบแบน (เช่นเดียวกับสายโซ่ที่มาดมัวแซลสอดเข้าไปในแจ็กเก็ตของชุดสูท เพื่อให้เสื้อทิ้งตัวสวยงาม) ซึ่ง Chanel 2.55 ไม่เพียงแต่คำนึงถึงความถนัดขณะสะพายเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความสอดคล้องในจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างกลมกลืนด้วย ส่วนวัสดุนั้นใช้เป็นหนังแกะ ผ้าเจอร์ซีย์ และผ้าไหมที่นำมาเย็บเป็นลายควิลท์ตามแบบฉบับของแบรนด์ โดยลายควิลท์นั้นเป็นลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการขี่ม้าซึ่ง Gabrielle Chanel มีความหลงใหลเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันกระเป๋ารุ่นไอคนิกอย่าง Chanel 2.55 ยังคงเก็บรายละเอียดดั้งเดิมที่ Gabrielle Chanel ได้สร้างสรรค์ไว้เมื่อปี 1955 ทั้งช่องในกระเป๋าทั้ง 7 ช่อง และช่องทรงโค้งด้ายหลังที่มีลักษณะคล้าย “รอยยิ้มโมนาลิซ่า” ซึ่งกลายชื่อเรียกเล่นๆ ไปเรียบร้อยแล้ว และรายละเอียดสุดโดดเด่นคือตัวล็อกทรงสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า “ตัวล็อกมาดมัวแซล” ซึ่งอีกหลายปีต่อมาก็ได้มีการเพิ่มตัวล็อกรูปตัว C ไขว้ที่กลายเป็นตำนานอีกเช่นกัน และนี่คือจุดกำเนิดของกระเป๋าสุดไอคอนิกของแบรนด์อีกรุ่น นั่นก็คือ Chanel 11.12 นั่นเอง

ในทุกๆ ฤดูกาลกระเป๋ารุ่นคลาสสิกสุดไอคอนิกเหล่านี้ จะถูกนำมาออกแบบใหม่ให้มีความสอดคล้องกับแรงบันดาลใจในคอลเล็กชั่นนั้นๆ รวมถึงการเลือกหยิบวัสดุแปลกใหม่ให้มีความหลากหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทั้งหนังลูกวัว หนังเกรน หรือการใช้งานปักสุดประณีตเข้ามาเพิ่มความหรูหราให้แก่กระเป๋าใบพิเศษ ซึ่งทั้ง Chanel 2.55 และ Chanel 11.12 นั้นเคยผ่านการสร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Karl Lagerfeld และ Virginie Viard มาแล้วอีกด้วย

และสำหรับคอลเล็กชั่นจากรันเวย์ล่าสุดอย่าง Spring/Summer 2020 นั้น Chanel 11.12 ถูกนำมาเนรมิตให้มีความสดใสด้วยการเลือกใช้วัสดุอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างผ้าทวีดหลากสีสัน และหนังที่ถูกปักด้วยลูกปัดอย่างประณีต

ในคอลเล็กชั่น Métiers d'Art 2019/2020 กระเป๋าทั้ง 2 รุ่นถูกนำมาทำใหม่ในรูปแบบของกระเป๋าไซซ์มินิด้วยหนังสีดำหรือสีชมพู และเพิ่มความพิเศษด้วยกนังสีเมทัลลิกพร้อมเฉดสีที่ไล่กันอย่างสวยงาม

มาต่อกันที่คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2020/2021 ทั้ง Chanel 2.55 และ Chanel 11.12 ถูกสร้างสรรค์ด้วยการเลือกใช้ผ้าทวีดตามเครื่องแต่งกายในคอลเล็กชั่น ทำให้การเลือกเสื้อผ้าและกระเป๋าของคอลเล็กชั่นนี้มีความสอดคล้องกันมากขึ้น

และด้วยเสน่ห์ความคลาสสิกเหนือกาลเวลาของดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้กระเป๋ารุ่นไอคอนิกของ Chanel นั้นเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทุกยุคทุกสมัยไม่เปลี่ยน ซึ่งต่อจากนี้กระเป๋าใบไหนจาก Chanel จะกลายเป็นตำนานที่ถูกพูดถึงรุ่นสู่รุ่นแบบ Chanel 2.55 และ Chanel 11.12 อีกหรือไม่ สาวก Chanel ก็ต้องรอดูกันต่อไป

Story : Chanel

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH