SIGNATURE

จับเข่าคุยกับ ฟ้าใส ปวีณสุดา ถึงประเด็นร้อนเบื้องหลังเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2019

ถ้าให้วิเคราะห์ตัวเองว่าอะไรที่ทำให้เธอพลาด สิ่งนั้นคือ…

25 DEC 2019

ไม่กี่วันหลังจากเก็บเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2019 ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น ซึ่งทำได้ดีที่สุดถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ใส่สายสะพายไทยแลนด์กลับสู่แผ่นดินแม่ วันที่แอลได้เจอกับเธอทุกความรู้สึกจึงยังสดใหม่มาก แต่ท่ามกลางความเสียดายเสียใจของหลายคน เธอยังคงยิ้มเหมือนท้องฟ้าที่ไม่เคยหม่นแสงลง ไม่ว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้

“ต่อให้ย้อนกลับไปได้เราก็ไม่สามารถทำได้ดีมากไปกว่านี้แล้วค่ะ”

ELLE: ตอนได้ยินคำถามในหัวคิดอะไรอยู่

FAHSAI: คิดว่า 30 วินาทีจะตอบทันไหม และไม่คิดว่าเขาจะถามขนาดนั้นบนเวที เป็นคำถามที่เปราะบางเพราะเกี่ยวกับรัฐบาลด้วย ซึ่งในเวลาแค่ 30 วินาทีจะตอบดีๆได้ก็ค่อนข้างยากประชาชนอยากได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในชีวิตอันที่จริงคำถามที่ฟ้าใสได้รับไม่ใช่แค่เรื่องของประเทศไทยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่แล้วถามว่ากลัวเจอดราม่าไหมฟ้าใสเชื่อว่าไม่ว่าจะตอบอะไรก็คงไม่ถูกใจทุกคนแต่ถ้าเราตอบจากใจก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจไม่ได้ขอให้ทุกคนเห็นด้วยแต่ขอให้เปิดใจว่านี่คือความคิดของฟ้าใสก็ยังยืนยันค่ะว่าณตอนอยู่บนเวทีฟ้าใสตอบได้ดีที่สุดแล้วถ้าให้ตอบอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าจะตอบได้ดีเท่ากับตอนนั้นหรือเปล่า

ELLE: ตอนไม่ได้ยินเสียงประกาศชื่อไทยแลนด์ให้ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย รู้สึกว่าตื่นมาเจอฝันร้ายเลยไหม

FAHSAI: พอจะเดาออกว่าเขาจะเลือกเปอร์โตริโกค่ะ แต่จนถึงนาทีสุดท้ายก็ยังมั่นใจว่าเขาจะเรียกไทยแลนด์แม้ว่าในความเป็นจริงเราจะไม่โดนเรียกค่ะ (หัวเราะ) เราไม่ได้พลาดเพราะตัวเราไม่ใช่ว่าเราไม่ดีพอแต่เป็นเพราะคณะกรรมการมีสเป็กที่เขาต้องการจะเลือกอยู่แล้วคำตอบของเราอาจไม่ถูกใจคณะกรรมการแต่นี่คือคำตอบจากใจถ้ามีตอนไหนที่เราไม่ได้ทำเต็มที่เช่นเดินสะดุดก็เข้าใจได้ว่ามันคือสาเหตุที่เราไม่ได้เข้ารอบแต่นี่ย้อนกลับไปมองก็เห็นว่าเราไม่สามารถทำได้ดีมากไปกว่านี้แล้ว

ELLE: ถ้าให้วิเคราะห์ตัวเองว่าอะไรที่ทำให้เราพลาด สิ่งนั้นคือ…

FAHSAI: เห็นหลายอย่างค่ะที่เราก็งง เช่น วิธีการให้คะแนนในปีนี้ที่ให้คนดูทางบ้านช่วยโหวตให้ เชื่อว่าพลังแฟนคลับชาวไทยน่าจะช่วยเราได้ แต่สำหรับบางคนที่ไม่ได้เข้ารอบก็น่าเสียดายแทน เพราะไม่มีการประกาศคะแนนชัดเจน ชุดประจำชาติก็ประกาศผิด ที่สังเกตอีกอย่างในรอบ Top 5 คือเรามีเวลา 30 วินาทีที่จะตอบ แต่บางประเทศใช้เวลาเกินแต่ไม่มีเสียงเตือน และคนนั้นก็เข้าไปถึงรอบ Top 3 เราเห็นหลายอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้พลาดเพราะตัวเอง

ไม่อยากเรียกว่าไม่ยุติธรรม แต่อยากบอกว่าภูมิใจที่ได้ไปถึงจุดนั้น จนถึงทุกวันนี้ถ้าย้อนกลับไปดูก็จะเห็นคอมเมนต์คนที่ถามว่าทำไมประเทศไทยได้คำถามยากที่สุด เขาตอบได้โอเคพอที่จะเข้า Top 3 ได้ มีคำถามว่า Why? เกิดขึ้นในใจคนทั่วโลก การที่เราชนะใจประชาชนได้นั่นคือที่สุดของเราแล้ว เราจะขออะไรมากไปกว่านี้อีกคะ ฟ้าใสไม่ได้สนับสนุนการพนันนะคะ แต่เว็บพนันทุกเว็บที่โน่นเก็งไทยแลนด์ว่าเป็น Top 3 หรือ Top 5 ภูมิใจที่คนอื่นเห็นศักยภาพของเรา

อีกเรื่องคือพ่อแม่ซื้อบัตรวีไอพีแต่ได้ไปนั่งข้างหลัง เขาเสียเงินเยอะเพื่อไปมองก้นเรา อันนี้โกรธนะคะ (ทำปากยื่น)

ELLE: คุณได้อะไรบ้างจากการประกวดนางงามมาตั้งแต่ปี 2013-2019

FAHSAI: ข้อสรุปคือเบื้องหน้ากับเบื้องหลังแตกต่างกันมาก (ทำเสียงฟุ้งฝัน) เบื้องหน้าสวยงามเดินสวยๆบนเวทีแล้วก็ตอบคำถามใส่มงกุฎวันเดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้แล้ว แต่เบื้องหลังมันมีเยอะมากที่ต้องเตรียมตัวรุ่นน้องจ๋า ถ้ามันไม่ใช่ความฝันของคุณจริงๆแต่เป็นความฝันของแม่ของยายหรือของเพื่อนถ้าคุณได้มาก็ดีใจด้วย แต่การไปถึงเวทีสากลนั่นคือที่หนึ่งจากทุกประเทศมารวมตัวกันคุณจะร้องไห้อึดอัดรู้สึกไม่เป็นตัวเองและสายสะพายไทยแลนด์จะกลายเป็นความคาดหวังกดดันแต่ถ้ามันคือความฝันของคุณจริงๆสายสะพายไทยแลนด์คือกำลังใจจากคนทั้งประเทศ

ELLE: ผ่านมาหลายเวทีมีสิ่งไหนที่อยากให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง

FAHSAI: อยากให้ทุกเวทีมีกรรมการเยอะกว่านี้และเปิดใจมองตัวตนที่แท้จริงของนางงาม ถ้าคณะกรรมการแฝงตัวเข้ามาช่วงเก็บตัวด้วยก็จะได้ทำความรู้จักและเห็นตัวตนกันจริงๆ ไม่ใช่แค่เจอกันเฉพาะในห้องดำหรือบนเวที ฟ้าใสเคยเจอกรรมการแบบนี้ตอนประกวดมิสเอิร์ธ เขาจะรู้ว่าคนไหนดีจริง คนไหนแอ๊บ ถ้ามีจำนวนกรรมการน้อย ความคิดเห็นก็แคบลง กรรมการควรมาจากทุกประเทศให้เท่ากับจำนวนนางงามไปเลย หรือมาจากทุกกลุ่มจริงๆแบบมี 30 คนก็ได้ค่ะ

ELLE: กรรมการมิสยูนิเวิร์สปีนี้มีคนเอเชียไหม

FAHSAI: (ยิ้ม) ส่วนใหญ่เป็นลาติโนและผิวสีค่ะ สิ่งที่อยากให้มีเพิ่มอีกก็คืออยากให้เพิ่มรอบที่ไม่ต้องแต่งหน้า รอบหน้าสดจะเห็นได้เลยว่านางงามคนนั้นมั่นใจอย่างที่เขาเป็นหรือเปล่า ฟ้าใสสังเกตว่าหลายคนไม่กล้าออกไปเจอใครถ้าไม่มีคิ้ว ไม่เขียนตา เลยคิดว่าน่าจะมีรอบหน้าสดและให้แต่งตัวในสไตล์ตัวเองไปพบคณะกรรมการ วันอื่นแต่งตัวแต่งหน้าเต็มที่แล้ว ขอหนึ่งวันที่คุณได้เห็นนางงามแบบที่เป็นจริงๆบ้าง

ตอนประกวดมิสยูนิเวิร์สนางงามแต่งหน้ากันเองแต่บางวันที่มีถ่ายรูปทางกองประกวดจะมีช่างมาแก้หน้าที่เราแต่งไปเราก็แอบเฮ้ยในใจคิดว่าเขาอาจจะอยากเห็นเราในลุคอื่นมั้งแต่ถามว่าโดนแก้หน้าแล้วมั่นใจไหมเราก็ไม่มองกระจกไปเลยค่ะถ้ามองก่อนแล้วเราไม่ชอบจะรู้สึกเฟลถ้ามองกระจกทีหลังแล้วมันไม่สวยจริงๆก็ทำไงได้มันผ่านไปแล้วตอนอยู่หน้ากล้องก็คิดแค่ว่าถึงจะแต่งหน้าไม่สวยแต่ฉันจะแชร์ความคิดออกมาฉันสวยในแบบที่ฉันเป็น

ELLE: ได้กำลังใจจากคนรักฟ้าใสมากมาย แล้วคุณให้กำลังใจตัวเองยังไงบ้าง ลึกๆแล้วคุณก็น่าเสียดายอยู่บ้างแหละนา

FAHSAI: (ยิ้มสตรอง) เธอเป็นหนึ่งเดียวในเอเชียที่ติด Top 5 คนเรียกเธอว่า Queen of Asia เธอทำเต็มที่และฉันภูมิใจในตัวเธอมากแม้จะไม่ได้ไปถึงที่สุดอย่างที่เธอและคนไทยหวังแต่เธอเป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและคนทั่วโลกนั่นคือที่สุดแล้ว

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ของ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น ได้ในนิตยสารแอล ประเทศไทย ฉบับเดือนมกราคม 2020 ทุกแผงหนังสือทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2019 เป็นต้นไป! และสามารถติดตามเรื่องราวของฟ้าใสได้ทุกช่องทางโซเชียลของเราเร็วๆ นี้

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer : วรุณ เกียรติศิลป์
Fashion Director : อตินันท์ นิติสุนทรกุล
Stylist : ธันวา เทียมเมฆ
Model : ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น
Make Up : พรพิชิต ขุมเงิน
Hair : พูนทัศน์ เลิศมโนรัตน์
Assistant Photographer : รัชภูมิ แย้มเนตร, พร้อมพงศ์ เดชพล
Assistant Stylist : นราวิชญ์ เพ็งบุญตรู, ปาริชาติ คำกันสิงห์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH