SIGNATURE

เส้นทางศิลปินในยุคโควิดกับความท้าทายใหม่ของ Dua Lipa ที่มาพร้อมแรงกดดันมหาศาล

ผู้หญิงที่มีพลังบวกไว้ฟื้นฟูตัวเองและแฟนเพลงของเธอ

03 JUN 2020

ทุกวันนี้แม้กระทั่งคนที่ไม่สนใจโลกป๊อปคัลเจอร์แม้แต่น้อย แต่เชื่อว่าก็คงได้เห็นเส้นทางอาชีพของผู้หญิงที่ชื่อ Dua Lipa มาบ้างแน่นอน เริ่มตั้งแต่ยุคที่โพสต์เพลงคัฟเวอร์ลงยูทูบและซาวนด์คลาวด์ จนชะตาลิขิตให้ได้มาพบกับผู้จัดการของ Lana Del Rey อย่าง Ben Mawson ไปจนอัลบั้มแรกที่ตั้งชื่อตามชื่อของตัวเองว่า “Dua Lipa” ในปี 2017 ที่มีเพลงฮิตอย่าง ‘New Rules’ จนถึงฉายา “Dula Peep” บนโลกออนไลน์ ที่พิธีกร Wendy Williams ตั้งให้ ไล่ไปถึงการคว้ารางวัลแกรมมี่ได้ถึง 2 สาขาในปี 2019 (รางวัล Best New Artist และ Best Dance Recording)

การโปรโมตอัลบั้มใหม่ที่หลายๆ คนต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ที่ต้องบอกว่ามาพร้อมแรงกดดันมหาศาลในสถานการณ์แบบนี้ ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับศิลปิน และเป็นเส้นทางที่มีศิลปินไม่กี่คนเท่านั้นที่เลือกเดินหน้าต่อ รวมถึง Dua Lipa ด้วย (ในขณะที่ศิลปินจำนวนมากเลือกจะเลื่อนการปล่อยผลงานออกไปก่อนเนื่องด้วยการระบาดของไวรัส Covid-19) “มันยากที่จะมองด้านบวกตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ยากลำบาก ดีที่ได้เห็นโลกของเราฟื้นตัวขึ้นมาอีกหน่อย เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างดูจะได้หยุดพักหายใจบ้าง”

ถึงแม้แผนโปรโมตอัลบั้มใหม่นั้นจะไม่เป็นไม่ตามที่คาดหวังไว้ ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ทั่วโลกที่เราเองก็ต่างรู้กันดี รวมถึงตัวเธอเองที่เกิดความไม่มั่นใจ ว่าการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ก่อนกำหนดในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาโลกระบาดนั้น จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอก็หวังว่า "ดนตรีอาจช่วยนำความสุขมาให้ในช่วงเวลาคับขันได้”

“ฉันพยายามเปิดใจกว้างเวลาเขียนเพลงและปล่อยให้ตัวเองรู้สึกอ่อนไหว และฉันรู้สึกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้นอีก มันเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะสื่อสารถึงอารมณ์ ความรู้สึก และได้แสดงมุมที่บอบบางบ้างเพื่อสื่อว่าคุณเองก็เป็นมนุษย์” และต้องบอกว่าโชคตกเป็นของเธอ เพราะอัลบั้มใหม่อย่าง Future Nostalgia เหมือนเป็นการหยุดความโหยหาของผู้คนในช่วงโควิด ทั้งความแพรวพราวของจังหวะดิสโก้ ดนตรีฮิปฮอปยุคเก่า ไปถึงท่วงทำนองดนตรีป๊อปแบบระดับตำนานอย่าง Madonna หรือ Prince กระทั่ง Britney ไปยัน Blondie ส่วนผสมทางดนตรีที่ลงตัวและกลิ่นอายของยุค 90s ทำให้อัลบั้มของเธอกลายเป็นเพลงฮิตในเวลาเพียงสั้นๆ และถูกดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์การกักตัวอยู่กับบ้านจนกลายเป็นมีมไปทั่วโซเชี่ยลมีเดีย (ลองเสิร์ชหา Don’t Start Now meme กันดูสิ)

Dua ตั้งใจให้อัลบั้ม Future Nostalgia ใส่เสียงที่เรารู้สึกคุ้นเคย ขณะเดียวกันก็แทรกความสดใหม่ อาจชวนนึกถึงโลกอนาคตจากมุมมองอันแสนหวานครั้งอดีต โดยเธอสร้างสรรค์ผลงานภายใต้สายตาของคนยุคเก่าที่จินตนาการภาพแห่งอนาคต บางคนอาจเชื่อมโยงไปถึงการแบ่งขั้วในภาวะวิกฤตที่เราเผชิญอยู่ ฝั่งหนึ่งคือสถานการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ อาทิ ผลข้างเคียงของโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งความเหลื่อมล้ำของรายได้ หรือระบบสาธารณสุขที่บกพร่อง รวมไปถึงก้าวที่ผิดพลาดของบรรดาผู้นำโลก แต่อีกขั้วหนึ่งนั้นแท้จริงแล้วโรคระบาดนั้นหาใช่เรื่องใหม่เลย ฉาบบางๆ ไว้ด้วยความรู้คลุมเครือด้วยคำอย่าง ‘โรคระบาด’ และ ‘ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่’ ไม่ต่างจากดนตรีของเธอ

แม้งานเพลงของเธอจะสอดแทรกไว้ด้วยความเศร้าอยู่ แต่ท่วงทำนองกลับสนุกราวกับบรรจงทำมาเพื่อปรากฏใน TikTok แม้จะฟังดูขัดแย้งและยากจะจินตนาการถึงส่วนผสมทั้งสองก็ตามที แต่นั่นแหละคือเอกลักษณ์อันเป็นลายเซ็นของเธอ คือสิ่งที่เธอเรียกว่าดนตรีแบบ ‘เต้นทั้งน้ำตา’ และเป็นผลงานที่สื่อถึงตัวเธออย่างไม่ได้ตั้งใจและเธอรังสรรค์มันขึ้นตามความรู้สึก จนทำให้อัลบั้มของเธอขึ้นอันดับ 1 และเพลง ‘Don’t Start Now’ ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ส่วนซิงเกิ้ลที่ตามมาทีหลังอย่าง ‘Physical’ และ ‘Break My Heart’ เองก็อยู่บนชาร์ตเช่นกัน

แม้ไวรัสโควิดจะแย่งซีนอัลบัม Future Nostalgia ไปเต็มๆ แต่ Dua ตั้งใจไม่ให้มันมีอิทธิพลมากนักในผลงานถัดไปของเธอ “ฉันว่าเราคงไม่ได้อยากย้ำเตือนถึงมันเยอะขนาดนั้น แน่นอนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ประวัติศาสตร์ต้องจดจำ และเราจะไม่ลืมมัน แต่ฉันตอบไม่ได้ว่ามันจะมีอิทธิพลกับดนตรีของฉันมากน้อยแค่ไหนในอนาคต” หรือการมองโลกที่ดีอย่างมีความหวังของเธอจะเป็นผลพลอยได้มาจากผลกระทบในช่วงโรคระบาดขณะนี้ “ฉันว่าหลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนไป เราจะมองธรรมชาติผิดแปลกไปจากที่เคย เราจะไม่เพิกเฉยเหมือนที่เป็น ฉันคิดว่าเราจะเอื้ออาทรแก่กันมากขึ้น และเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่ดีให้มากขึ้น เราจะไม่มองอะไรเป็นของตาย และฉันมองว่าโลกของเราคงจะเปลี่ยนไปตลอดกาล”

Cover Story: Dua Lipa
June 2020
เขียน: Melissa Giannini
ภาพ: Zoey Grossman, สไตล์: Charles Varenne
แปลและเรียบเรียง: พฤภัทร ทรงเที่ยง

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH