BEAUTY

NOSE ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของนักปรุงน้ำหอม Dior

เรื่องราวแรงบันดาลใจสุดลึกล้ำ ที่มาของกลิ่นหอมเหนือธรรมดา

25 FEB 2021
Beauty Editor

MALLIKA BOONYUEN

หัวใจสำคัญของน้ำหอมแน่นอนคือเรื่องกลิ่นตรึงใจ แต่สิ่งสำคัญไปกว่าคือนักสร้างสรรค์ ผู้ปรุงกลิ่นแห่งความสำเร็จด้วยความสามารถและความคิด แรงบันดาลใจสุดลึกล้ำ สลับซับซ้อน ที่สร้างให้น้ำหอมกลิ่นนั้นๆ พิเศษเหนือธรรมดาไม่ต่างจากงานศิลป์ชิ้นเอก

Inside Dior’s World of Perfume

ใจกลางเมืองกราซ ประเทศฝรั่งเศส คริสเตียน ดิออร์เคยทำไร่กุหลาบกับมะลิผลิบานอยู่รายรอบบริเวณ Château de La Colle Noire ย่านม็องโตรูซ พื้นที่แห่งนี้เป็นรกรากที่มาของน้ำหอม Dior กระบวนการต่างๆ ดิออร์เองได้ร่วมงานกับเหล่าผู้ผลิตท้องถิ่นรายต่างๆ ในปี 2006 กาโรล เบียงกาลานาคือก้าวแรกของผู้เพาะปลูกกุหลาบร้อยกลีบ (centifolia rose) มะลิและซ่อนชู้เพื่อป้อนผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งหมดสำหรับใช้ในการผลิตน้ำหอมให้แก่ดิออร์แต่เพียงแบรนด์เดียวเท่านั้น วัตถุดิบคุณภาพสูงนี้ยังถูกแผ่ขยายไปยังไร่กสิกรรมต่างๆ เพื่อดำเนินการเพาะปลูกดอกไม้อันมีคุณสมบัติพิเศษที่รวมตัวกันอยู่ในผลิตภัณฑ์น้ำหอมและความงามของดิออร์

The Most Secret Job in The World

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นค่ะว่ากว่าจะได้น้ำหอมแต่ละกลิ่นนั้นต้องผ่านกระบวนการที่ใช้เวลานานพอสมควร เบื้องหลังความหอมที่คุณได้กลิ่นจากน้ำหอมดิออร์นั้นคือความอัจฉริยะของ ฟร็องซัวส์ เดอมาชี นักสร้างสรรค์ – ผู้ปรุงน้ำหอม Dior ที่สร้างปรากฏการณ์กลิ่นหอมระดับโลกมามากมาย เขาเกิดและเติบโตที่เมืองกราซ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่เพาะปลูกดอกไม้เพื่อน้ำหอมโดยเฉพาะ เขาโลดแล่นอยู่ในอุตสาหกรรมน้ำหอมตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันฟร็องซัวส์ทำงานอยู่ระหว่างห้องทดลองปฏิบัติการในกรุงปารีสกับอาณาจักรส่วนตัวที่ Fontaines Parfumées กลางเมืองกราซ งานของฟร็องซัวส์ไม่ใช่แค่เรื่องการค้นหากลิ่นและส่วนผสมใหม่ๆ เขายังพยายามปลูกรากฐาน ร่วมงานกับเหล่าคนรุ่นใหม่ผู้เพาะปลูกไม้ดอกทำน้ำหอมด้วยระบบกสิกรรมเกษตรอินทรีย์เพื่อให้ได้ดอกไม้ที่มีคุณภาพสูงสดุ ทั้งยังเป็นการส่งเสริม เกื้อหนุนต่อการฟื้นฟูธุรกิจประจำท้องถิ่นให้กลับมารุ่งเรืองอย่างที่เคยเป็นในประวัติศาสตร์

เคลย์ม็องต์ โบเวส์ & อารธูร เดอ แกรโซซอง ผู้กำกับภาพยนตร์

A Smell Good Movie

อาชีพที่ต้องอาศัยเทคนิคความชำนาญ ทักษะฝีงานมือเป็นพิเศษนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์สารคดีชื่อ NOSE ที่ใช้เวลาถ่ายทำถึงสองปีตามติดฟร็องซัวส์ เดอมาชี  โดยอาศัยตำแหน่งนักสร้างสรรค์ – ผู้ปรุงน้ำหอมของ Dior เป็นจุดตั้งต้นแนวทางการทำงานของสองผู้กำกับ อาธูร เดอ แกรโซซองกับเคลย์ม็องต์ โบเวส์ ผู้ทำการไขความลับเรื่องราวขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น โดยถ่ายทำในเมืองท้องถิ่นและประเทศต่างๆ ทุกมุมโลกที่เป็นอาณาจักรโลกแห่งกลิ่นหอม “ฟร็องซัวส์ เดอมาชี มีบุคลิกที่ลึกลับ เข้าใจยาก! เขามีความรู้เรื่องต่างๆ มากมายนับพัน ตั้งแต่ทักษะในเชิงเทคนิคไปจนถึงเรื่องของวัฒนธรรม บทกวีและความชำนาญทางวิชาชีพสาขาต่างๆ” สองผู้กำกับกล่าวถึงนักสุคนธกรระดับโลก แต่ในขณะเดียวกันฟร็องซัวส์ก็บอกว่า “ผมไม่ค่อยชอบเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ในการทำงานของตัวเองกับบุคคลทั่วไปเท่าไหร่ แต่สองผู้กำกับพยายามถ่ายทอดตัวจนที่แท้จริงของผมออกมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน ปราศจาการเติมแต่งใดๆ ภาพยนตร์เรื่อง NOSE นี้คือการตีแผ่เนื้อหาอาชีพและงานที่ผมทำได้อย่างแท้จริง”

Francois Demachy นักสร้างสรรค์-ผู้ปรุงน้ำหอม

เราได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับ “ความลึกลับ” ในงานของคุณและประเด็นที่ว่ากระบวนการสร้างสรรค์นั้นเป็นเรื่องลึกซึ้ง ยากจะหยั่งถึงหรือเข้าใจได้จริงหรือ?

น้ำหอมเป็นเรื่องลึกลับ ลึกลับมากกว่าสิ่งใดๆ! เราพยายามที่จะอธิบาย บรรยายจนถึงขั้นแยกแยะพรรณนา กระนั้นก็ไม่เคยหาคำจำกัดความได้อย่างสมบูรณ์หรือลงตัว ผมเชื่อว่ากลิ่นหอมก็เหมือนกับความรัก เราไม่มีทางอธิบายได้

ภาพยนตร์เล่าเรื่องของคุณในฐานะผู้เดินทางเสาะหาวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อใช้เป็นส่วนผสมทำน้ำหอมจากทั่วทุกมุมโลก แง่มุมการทำงานของคุณในประเด็นนี้มีความสำคัญต่อคุณหรือไม่?

แง่มุมนี้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตามความคิดเห็นของผม ความงดงามของน้ำหอมย่อมเกี่ยวพันกับคุณภาพของวัตถุดิบเช่นกัน ที่พูดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะลดความสำคัญของแรงบันดาลใจ หรือกระบวนการสร้างสรรค์ ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ ก็ได้รับการหล่อเลี้ยง และเพิ่มพูนยิ่งขึ้นจากการเดินทางของผมเหมือนกัน แต่วัตถุดิบถือเป็นปฐมบทของการผลิตงาน ผมพิจารณาว่ามะลิเมืองกราซหรือมะกรูดจากกาลาเบรีย ล้วนมีเนื้อกลิ่นที่ไล่ลำดับความต่างของแนวกลิ่นที่หาได้ยาก อีกทั้งยังมอบสีสันอย่างไร้ตัวเปรียบแบบที่ผมต้องการ

ทั้งนี้ก็เพื่อให้น้ำหอม Dior มีความแตกต่างจากน้ำหอมทั่วไป ทันทีที่ผมเริ่มต้นทำงานกับ House of Dior เมื่อปี 2006 ผมใช้วิจารณญาณในการจำแนกแยกแยะองค์ประกอบส่วนต่างๆ ของอุตสาหกรรมประเภทนี้ และเริ่มทำการพบปะกับชายหญิงผู้เป็นเสมือนฟันเฟืองขับเคลื่อนการดำเนินงาน สิ่งนี้พาผมไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งมีความพิเศษเหนือธรรมดา อย่างมาดากัสการ์อันเป็นแหล่งเพาะปลูกกระดังงา ซึ่งผมก็รู้จักที่นี่ดีอยู่แล้วหรือที่อินเดีย เพื่อตรวจดูไร่มะลิลาหรือแซมบัค ซึ่งยังสร้างความอัศจรรย์ใจให้ผมอย่างต่อเนื่องและผมยังได้ค้นพบสถานที่อื่นๆ อีกมากที่ยังไม่เคยไปทำความรู้จัก

ที่ไหนบ้าง?

ระหว่างเราถ่ายทำ NOSE ผมได้เติมเต็มหนึ่งในความฝันอันเก่าแก่ที่สุดของตัวเอง นั่นก็คือการไปดูแหล่งเพาะปลูกแพ็ทชูลิบนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย เป็นการเดินทางสุดมาราธอน! ต้องต่อเครื่องบินเล็กเพื่อลงไปขึ้นรถโฟร์วีล ตามด้วยการปีนเขา ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งแยกตัวห่างกันไกลมากอีกสองสามแห่งที่ไหนก็ไม่รู้ จริงๆ แล้วผมก็มองว่านี่เป็นการผจญภัยที่สนุกมากนะ เพลิดเพลินทีเดียว แต่ก็ยังมีรางวัลพิเศษรออยู่ตอนจบ เพราะในที่สุด ผมก็ได้เห็นส่วนผสมที่ผมชื่นชอบอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของตัวเองอย่างแท้จริงบนเนินเขาสูง และลาดชัน ถึงแม้จะทำงานน้ำหอมมาหลายปี แต่ผมก็ยังพบเรื่องชวนประหลาดใจ หรืออัศจรรย์ใจได้ตลอด และผมก็คงไม่มีวันลืมความสุข เบิกบานใจในตอนที่ได้พบกับบรรดาผู้เพาะปลูกพื้นเมืองของท้องถิ่นต่างๆ ได้เลย

Clement Beauvais และ Arthur De Kersuson ผู้กำกับภาพยนตร์

สองปีนี่เป็นเวลาที่นานไป หรือสั้นไปสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์อย่าง NOSE?

ถ้ารวมถึงภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ เราก็ “เกาะติดอยู่กับ” ฟร็องซัวส์ เดอมาชีมานานเกือบ 5 ปีแล้วนะครับ! จะว่าไป NOSE เป็นภาพยนตร์ที่ครบถ้วนอย่างยิ่ง ดูเหมือนเป็นบทสรุปความชัดเจนในท้ายสุด เป็นโครงการภาพยนตร์ที่ไม่ธรรมดาสำหรับทั้งเรา และ House of Dior และเรารู้เลยว่า นี่จะเป็นกระบวนการทำงานที่ยาวนาน และไม่ธรรมดา อันที่จริง ทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นระหว่างเราเดินทางท่องตระเวนไปทั่ว ได้ค้นพบ ทำความรู้จักกับสิ่งต่างๆ เป็นการเฉพาะ และแน่นอน นั่นรวมถึงได้ใกล้ชิดกับฟร็องซัวส์ เดอมาชีมากยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นความคิดในเรื่องของ “การใช้เวลา” เป็นตัวกำหนดแนวทางเนื้อหาอารมณ์และบรรยากาศของภาพยนตร์

พูดถึงองค์ประกอบในแง่บุคลากร มีใครโดดเด่นเป็นพิเศษในสายตาของคุณจากการเดินทางครั้งนี้?

เลือกยาก! หากกลุ่มผู้หญิงที่ทำงานในเมืองกราซ ซึ่งร่วมงานกับ Dior ทำให้เราประทับใจจริงๆ อย่างเช่นกาโรล เบียงกาลานา ที่ปลูกกุหลาบเซ็นติโฟเลีย, มะลิเมืองกราซ กับซ่อนชู้ หัวหน้าผู้ดูแลไร่ “โดเมน เดอ มาน็อง” แกนนำการฟื้นฟูระบบการเกษตร และกสิกรรมเมืองกราซ อารแม็ลล์ ฌาโนดีจาก “กลอส เดอ กัลลิอ็อง” หนึ่งในลูกศิษย์ของกาโรลก็ด้วย พวกเธอเก่ง ฉลาด มีความมุ่งมั่นแน่วแน่น และกล้ามาก ความผูกพันที่พวกเธอมีให้กับฟร็องซัวส์ก็น่าประทับใจอย่างยิ่ง มันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น และสื่อถึงกันผ่านความเด็ดเดี่ยวที่จะก้าวไปด้วยกัน พวกเขาทุกคนรักดอกไม้และความงดงาม เราจะรู้สึกได้ว่าฟร็องซัวส์นับถือผู้หญิงแกร่งที่มีความเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ และเขาต้องการยกย่องพวกเธอ แสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จของพวกเธอ

เนื้อหาของ NOSE แสดงให้เห็นภาพตัวบุคคลของนักสร้างสรรค์ใช่ไหม?

NOSE เป็นภาพยนตร์ที่ตามติดฟร็องซัวส์เหมือนกับเขาเป็นมัคคุเทศก์ หรือผู้ให้คำแนะนำ แต่เนื้อหาของภาพยนตร์จริงๆ แล้วนำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่เป็นพระเอก นางเอกในชีวิตประจำวันของตนเอง NOSE เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตบนโลกนี้ ที่มีสิ่งมหัศจรรย์ หรือเรื่องน่าประหลาดใจบังเกิดขึ้นให้เราได้พบเห็นอยู่ตลอดเวลา

ติดตามชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง NOSE ได้ที่ช่องทางดิจิตอลทุกแพลตฟอร์มหลังของ Dior 

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH