SIGNATURE

แอลลี่-อชิรญา คัฟเวอร์เกิร์ลที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอล ประเทศไทย!

สาวน้อยที่ไล่ล่าความฝันโดยไม่หวั่นไหวไปกับกระแสสังคม

03 JUL 2020
Executive Editor

WANSUK KHONGRASEE

หากจะบอกว่าเธอคือสาวน้อยมหัศจรรย์คนล่าสุดของเมืองไทยก็คงไม่เกินไปนัก กับการเปิดตัวพร้อมเพลงไทยที่ให้บรรยากาศอินเตอร์แบบสุดคูลอย่าง How To Love ผลงานตัดริบบิ้นค่ายเพลงน้องใหม่ 411 Music ของกึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซึ่งมียอดวิวทะลุ 23 ล้านวิวไปแล้ว เมื่อเราบอกแอลลี่ว่าเธอน่าจะเป็นหนึ่งในเป็นคัฟเวอร์เกิร์ล ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดของแอล เธอถึงกับร้องว้าวด้วยความตื่นเต้นแบบเก็บอาการไม่อยู่!

เมื่อถามถึงความรู้สึกของการได้มาเป็นคัฟเวอร์เกิร์ลของเรา คำว่า So cool!!!! กับเสียงสูงชวนตื่นเต้นคือคำจำกัดความที่เธออธิบาย “หนูจินตนาการถึงตัวเองบนปกไม่ออกเลยค่ะ รู้แต่ว่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นมาก เตรียมตัวมาตั้งแต่เมื่อวาน ขนาดหนูขอกินโรตีแม่ยังไม่ให้กินเลยค่ะ แม่บอกว่า No! You’ve got a shoot tomorrow! ตอนอยู่เกาหลีต้องเข้มงวดมากค่ะ ก่อนถ่ายเอ็มวีหนูต้องลดน้ำหนักอีก 2 กิโลฯ ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็ยังอยู่ในมาตรฐาน ช่วงนั้นก็ต้องอาศัยกินพวก energy bar เอาค่ะ จะได้มีแรงทำงานต่อ

แอลลี่บอกกับแอลว่าหลังกลับมาเมืองไทย เธอมีโอกาสได้ถ่ายแบบอีกหลายครั้ง และช่วงแรกเธอก็มีปัญหาเรื่องการหามุมของตัวเองเหมือนกับที่หลายคนเป็น “ช่วงแรกๆหนูมีปัญหาเรื่องไม่รู้มุมหน้าตัวเองหนักมากค่ะ เพราะไม่รู้ว่ามุมไหนจะดี เลยหันแค่ข้างเดียวดีกว่า แต่พอได้ทำงานบ่อยขึ้นก็เห็นแล้วว่าตัวจริงกับในกล้องมันจะออกมาไม่เหมือนกัน  ก็เลยพยายามสังเกตจากในกล้องเอาค่ะว่ามุมไหนเป็นมุมที่ดีที่สุดของตัวเอง” แอลลี่บอกว่าส่วนของร่างกายที่เธอชอบที่สุดคือ ‘ดวงตาและขา’ ไม่ใช่เพราะว่ามันสวย หากแต่เธอรู้สึกว่ามันดูเป็นเธอที่สุดแล้ว! และเมื่อถามถึงจุดที่รู้สึกไม่มั่นใจ คำตอบที่ได้คือ “โห หนูลิสต์ได้เยอะมากเลยค่ะ จมูก กราม หน้าผาก เกือบทั้งหน้าเลย!”

แอลลี่มีวิธีรับมือกับจุดด้อยของตัวเองอย่างไร

“จริงๆ ตอนแรกหนูไม่ได้รู้สึกเลยค่ะว่าตัวเองจะเป็นแบบไหน แต่ที่รู้สึก insecure ก็เพราะได้ไปเห็นคอมเมนต์ที่บางคนพูดถึงเรา แล้วหนูก็ดันเชื่อตามเขาไป คือตัวเองไม่ได้คิดแต่กลับไปกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แล้วก็เอามันมามีผลกับความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งจริงๆมันไม่ดีเท่าไรค่ะ เพราะ ‘everyone looks different for a reason, everyone has their own beauty’ และนี่มันคือตัวหนู ซึ่งหนูเปลี่ยนมันไม่ได้ เลยหันมาใช้ความเข้าใจกับเรื่องนี้แทนค่ะ”

มีวิธีรับมือกับคอมเมนต์ในแง่ลบต่างๆ แบบไหน

แต่ถ้าเกิดไปอ่านเจอแล้วรู้สึกเฟลมากๆ หนูก็มองตัวเองในกระจกแล้วบอกกับตัวเองว่า This is what you look like. You’re good-looking!! บอกซ้ำๆอยู่อย่างนั้นละค่ะ แล้วก็จะเริ่มกลับมามั่นใจขึ้น อีกหนึ่งกำลังใจที่ดีของแอลลี่คือคุณแม่ คุณแม่ก็พยายามให้ทำความเข้าใจค่ะ อย่างคอมเมนต์เรื่องหน้าตามันเป็นอะไรที่เราแก้ไขไม่ได้ แม่ก็จะบอกว่าคนเรามีความสวยในตัวที่ต่างกัน หน้าเราเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราทำอะไรผิด คนที่ไม่ถูกใจก็อาจจะแค่ไม่ถูกโฉลกเท่านั้น ไปใส่ใจและปรับปรุงแก้ไขในเรื่องที่เราสามารถทำได้ดีกว่าค่ะ”

ทุกวันนี้รู้สึกขอบคุณคอมเมนต์ดีๆ ที่มีกลับมาค่ะ หนูพยายามจะให้ค่าและให้ความสนใจกับเรื่องดีๆ มากกว่า ทุกวันจะมีคนส่งคอมเมนต์มาให้กำลังใจ ซึ่งมันทำให้รู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ และหนูว่าเวลาที่เราเจอหน้ากันมันจะเป็นอีกเลเวลหนึ่งค่ะ คนจะไม่รุนแรงเหมือนในโลกอินเทอร์เน็ต อย่างวิธีที่จะบอกว่าเราทำแบบนี้ไม่โอเคนะ หรือการบูลลี่กันมันจะน้อยกว่า หนูเลยรู้สึกว่าการเจอกันแบบ face to face มันคือเรื่องที่ดีนะคะ เพราะเราจะรู้ว่าอะไรที่เราควรหรือไม่ควรพูด

รู้ไหมว่าแฟนคลับส่วนใหญ่น่าจะเป็นกลุ่ม LGBTQ แอลลี่มีความคิดเห็นแบบไหนกับคนกลุ่มนี้

“Oh really? (ตบมือ, หัวเราะ) I love that! หนูชอบมากค่ะ หนูรู้สึกว่านี่คือเรื่องที่ดี หนูก็มีเพื่อนกลุ่มนี้นะคะ เขาก็เอาเพลงมาเปิดกัน มีมาแซวบ้าง ล้อบ้าง เขาก็ชอบกันนะคะ ส่วนใหญ่ก็เอ็นจอย สำหรับหนูความรักเป็นเรื่องที่ดีค่ะ ความรักก็คือความรัก มันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าต้องเป็นแบบไหน ก็แค่การแสดงความรักจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง Just show me how to love, that’s it!” 

แอลลี่บอกว่าเธอชอบอ่านบทสัมภาษณ์ของศิลปินหลายคน และศึกษาผลงานหรือความคิดของเขาเหล่านั้น อย่างการรับมือกับ cyber bully ว่าพวกเขารับมือกับมันแบบไหน เพื่อเธอจะได้นำมาปรับใช้กับตัวเอง และถึงแม้จะได้รับการยืนยันจากคุณแม่ว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ใช่คนดื้อดึงแต่อย่างใด หากด้วยความที่เป็นวัยรุ่น เธอจะไม่มีช่วงเวลาซึ่งเชื่อในความคิดและประสบการณ์ของตัวเองมากๆบ้างเลยเชียวหรือ? “มีบ้างบางทีนะคะ แต่ถ้ามารู้ทีหลังว่าตัวเองเข้าใจผิดหนูก็จะปรับปรุงตัวเองค่ะ คือจะคิดเสมอว่าเราก็ไม่ได้ถูกไปหมดทุกอย่างนะ ต้องฟังความคิดของทุกคนและเอามาประมวลผลว่าแต่ละคนคิดอย่างไร แล้วก็มาดูว่าตัวหนูเองคิดอย่างไร ถ้าคนอื่นยังรู้สึกว่ามันไม่โอเค หนูก็จะใช้วิธีพยายามอธิบายให้เขาฟังค่ะ” 

“หนูพยายามทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากที่สุดค่ะ แต่ไม่ได้ถึงขนาดที่เราจะไม่มีความสนุกตามวัยของเราเลย เวลาจำเป็นจริงๆเพื่อนก็ต้องเตือนกัน แต่จะไม่ได้ไปสั่งๆๆเขานะคะ เพราะแบบนั้นน่าจะทำให้เขาหันหลังใส่เรามากกว่า แค่ดูว่าเวลาที่เราสนุกน่ะ มันเหมาะสมหรือไม่ ถ้าต้องเตือนเพื่อนก็จะพยายามให้ nice ที่สุดค่ะ”

เมื่อเทียบกับคน Gen Z โดยทั่วไป เรารู้สึกว่าแอลลี่เป็นเด็กที่ใจเย็นและมีวุฒิภาวะค่อนข้างสูง จะบอกว่าแลดูเข้าข่ายเด็กโลกสวยก็ว่าได้ แต่แอลลี่กลับบอกว่า…นั่นไม่ใช่เธอเลย! “จริงๆน่าจะเป็นเพราะประสบการณ์ค่ะ คือด้วยความที่หนูเหมือนถูกทำลายมาตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกว่าทุกอย่างที่เราทำมันดูเหมือนผิดไปหมด ทำให้เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่ negative มากๆ ทุกวันนี้เลยต้องพยายามคิดบวกกับทุกเรื่องเอาไว้ก่อน ก็มีบ้างที่ความคิดแง่ลบมันจะแวบเข้ามา แต่ด้วยประสบการณ์ทั้งหมด ทำให้หนูเข้าใจคนมากขึ้น เข้าใจบุคลิกของคนแต่ละคน และยังอยากจะทำความเข้าใจให้มากขึ้นไปอีก เพื่อที่จะได้รู้ว่าแต่ละคนเขาคิดอะไร”

และนี่คือสาวน้อยวัย 16 ปีซึ่งทุ่มเทเต็มที่ในการไล่ล่าความฝันของตัวเอง นอกจากความสามารถอันน่าปรบมือให้ เธอยังมีความมุ่งมั่นและใจที่เข้มแข็งเกินร้อย แอลลี่ในวันนี้เป็นเด็กที่น่ารักและมีความคิดโตกว่าอายุมากมาย ซึ่งเราเชื่อว่าคุณจะรับรู้ได้หลังจากที่อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอมาจนถึงบรรทัดนี้…คุณเริ่มตกหลุมรักเธอเหมือนที่เราเป็นหรือยัง?

สัมภาษณ์: วันศุกร์ คงราษี
เรียบเรียง: สุดสายใจ จำปาเฟื่อง
PHOTOGRAPHER: LIK SRIPRASERT
STYLIST: NANIST

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH