FASHION

รวมผลงานที่น่าจดจำ และสะท้อนตัวตนของนักออกแบบผู้เป็นที่รัก Jean Paul Gaultier

ย้อนชมผลงาน Jean Paul Gaultier ที่ไม่ควรพลาด !

24 APR 2020
Senior Fashion Writer

KHANAKON PHETTRAKUL

ข่าวใหญ่ในโลกแฟชั่นประเดิมทศวรรษ  2020 คือการที่กูตูริเยร์ชาวฝรั่งเศส Jean-Paul Gaultier ออกมาประกาศจัดโชว์ฉลอง 50 ปีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ว่านั้นเริ่มตั้งแต่ที่ฌอง-ปอลก้าวเข้าสู่โลกพาณิชย์ศิลป์ จากงานแรกในฐานะผู้ช่วยของ Pierre Cardin นักออกแบบคนดังแห่งยุค สู่การเปิดแบรนด์และนำเสนอผลงานภายใต้ชื่อ Jean-Paul Gaultier ในปี ค.ศ. 1976 เป็นต้นมา แต่สิ่งที่ทำให้โชว์ใหญ่คราวนี้สั่นสะเทือนวงการนั่นก็คือนอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขแล้ว ยังเป็นการแสดงคอลเล็กชั่นชั้นสูงภายใต้แบรนด์ Gaultier Paris ครั้งสุดท้ายของฌอง-ปอล เพราะหลังจากนี้เราจะได้พบกับคอนเซ็ปต์ใหม่ของ Gaultier Paris โดยเป็นการเชิญนักออกแบบคนดังมาร่วมรังสรรค์โอต กูตูร์คอลเล็กชั่นในแต่ละฤดูกาล และนักออกแบบรับเชิญคนแรกที่จะมาร่วมตีความนิยามบทใหม่ของ 'Gaultier Paris' ในฤดูกาลถัดไปนั่นก็คือ Chitose Abe แห่งแบรนด์สุดฮิป Sacai จึงเป็นที่น่าติดตามว่าผลงานในอนาคตจากกูตูร์ไลน์ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของนักออกแบบผู้ได้รับฉายา Enfant Terrible หรือเด็กแสบแห่งวงการคนนี้จะเป็นเช่นไร

ฌอง-ปอล บนรันเวย์ Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1997 ในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปี ของแบรนด์

Photo: Getty Images

ฌอง-ปอลถือเป็นนักออกแบบคนดังจากทศวรรษที่ 1980 ร่วมรุ่นกับกูตูริเยร์ชั้นนำแห่งยุค อาทิ Thierry Mugler, Christian Lacroix, Claude Montana และ Azzedine Alaïa ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนิตยสารแอลมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานไม่ต่ำกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ที่ Melka Tréanton บรรณาธิการแอล ฝรั่งเศส ผู้ทรงอิทธิพลได้นำเสนอผลงานและเรื่องราวของ Jean-Paul Gaultier ทั้งบนปกและในนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่นิตยสารแอล ประเทศไทยเองก็มีการนำเสนอผลงานที่น่าสนใจของฌอง-ปอลตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผลงานอันโดดเด่นในคอลเล็กชั่นดังยุค ’90s จนกระทั่งการเปิดบ้านเพื่อให้แอลได้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเกี่ยวกับเรื่องราวสำคัญ และการเปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่ Scandal ในปี ค.ศ. 2018 ดังนั้นฉบับนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาอันดีที่เราจะได้ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของฌอง-ปอลอีกครั้งกับ 7 คอลเล็กชั่นน่าสนใจที่ควรถูกจารึกเอาไว้ เพราะทั้งหมดนี้สะท้อนตัวตนของนักออกแบบผู้เป็นที่รักของผู้คนทั้งวงการ

คอลเล็กชั่น Jean Paul Gaultier Spring/Summer 2015 ประกาศปิดแผนกเสื้อผ้าสำเร็จรูป

Photo: Getty Images

Jean-Paul Gaultier Spring/Summer 1985

แคมเปญโฆษณา Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1985 กับการนำเสนอกระโปรงสำหรับผู้ชาย

Photo: Jean Paul Gaultier

ฌอง-ปอลคือหนึ่งในนักออกแบบสายขบถเพราะมีมุมมองที่ท้าทายบริบททางสังคม โดยสื่อสารผ่านผลงานที่เจ้าตัวออกแบบ ด้วยความซ่าและบ้าบิ่นนี้เองจึงทำให้ได้รับฉายาเด็กแสบแห่งวงการแฟชั่น ผลงานอันโดดเด่นเป็นที่ตื่นตาตื่นใจในยุค ’80s และกลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ไปในที่สุดมีทั้งการนำบราหัวกระสุน (Bullet Bra) เครื่องแต่งกายสุดแสนเซ็กซี่ที่ทำให้ดูเป็นสาวพินอัพ ซึ่งเคยได้รับความนิยมในหมู่สาวๆช่วงกลางศตวรรษที่ 20 กลับมาอีกครั้ง รวมทั้งการใช้คอร์เซตบีบเรือนร่างของนางแบบให้มีทรวดทรงดุจนาฬิกาทราย การล้อเลียนและเสียดสีแฟชั่นชั้นสูงในอดีตโดยใช้ไอคอนนิกสำคัญ แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของฌอง-ปอลเป็นที่โจษจันในวงกว้างคือการนำเสนอคอลเล็กชั่นกระโปรงสำหรับผู้ชายในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 นอกจากต้องการทำเสื้อผ้าฝั่งบุรุษให้ดูคลุมเครือเพื่อต้องการท้าทายความเชื่อแบบเดิมๆ และพังทลายกรอบนิยามเรื่องเพศที่มีเครื่องแต่งกายเป็นตัวกำหนดแล้ว ผลงานในคราวนี้ยังเน้นรูปแบบยูนิเซ็กซ์ หรือหญิงใส่ได้ชายใส่ดีรับกระแสโรแมนติกยุคใหม่อีกด้วย

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1985

Photo: Getty Images

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1990

แคมเปญโฆษณา Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1990

Photo: Jean Paul Gaultier

ไม่เพียงแต่ในส่วนของคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าเท่านั้นที่ได้รับความสนใจจากแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกที่เฝ้าติดตามผ่านหน้านิตยสารแฟชั่นชั้นนำ แต่รูปแบบของการจัดโชว์ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้ทุกครั้งจนได้รับการยกย่องให้เป็นโชว์ที่มีผู้อยากชมมากที่สุดของยุค ไม่ว่าจะเป็นการใช้นักเต้นประกอบการแสดง รันเวย์ที่เป็นทางเลื่อนเพื่อให้เหล่านางแบบได้โพสท่า รวมถึงโชว์ที่จัดขึ้นในปี ค.ศ. 1989 เพื่อแสดงผลงานสำหรับฤดูร้อนประจำปี 1990 คอลเล็กชั่นนี้เมื่อฌอง-ปอลนำเรื่องของความเชื่อและศาสนามาใช้เป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ เวทีรูปแบบไฮดรอลิกยกกองทัพนางแบบชั้นนำแห่งยุคในลุคที่ดูคล้ายกับเหล่าซิสเตอร์ในชุดสุดแสนเซ็กซี่ทั้งเดรสผ่าสูง เสื้อพลาสติกใสที่สามารถมองเห็นทะลุถึงเนื้อใน และชุดชั้นในซึ่งเป็นสินค้าใหม่ที่ทางแบรนด์ต้องการผลักดัน ขึ้นมาพร้อมกับหมุนเป็นตุ๊กตาเริงระบำให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับความคิดสร้างสรรค์เชิงเสียดสี แม้มีนักวิจารณ์แฟชั่นส่วนหนึ่งออกมาสับเละผลงานในครั้งนี้ แต่นั่นยิ่งทำให้แบรนด์ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้ปรากฏเป็นข่าวดังทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์และรายการโทรทัศน์

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1990

Photo: Getty Images

Gaultier Paris Spring 1997

Gaultier Paris Spring 1997

Photo: Getty Images

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ถือเป็นอีกหนึ่งยุคทองของฌอง-ปอล เพราะนอกจากเป็นช่วงเวลาเฉลิมฉลอง 20 ปีของการก่อตั้งแบรนด์ มีผลงานเด่นเป็นที่น่าจดจำอย่างการออกแบบคอสตูมให้ภาพยนตร์ไซไฟระดับตำนาน The Fifth Element ปี ค.ศ. 1997 แล้ว ก่อนหน้านั้นยังโดนกลุ่มบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ LVMH ทาบทามให้รับหน้าที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ที่ Givenchy แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธไป ก่อนที่ในภายหลังสมาพันธ์ห้องเสื้อชั้นสูงแห่งฝรั่งเศสจะเชิญให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกโดยการเปิดแบรนด์เสื้อผ้าชั้นสูงในชื่อ Gaultier Paris งานเดบิวต์ในฤดูสปริง 1997 คลาคล่ำไปด้วยคนดังทั่วทั้งวงการที่มาร่วมให้กำลังใจ อีกทั้งผลงานก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยวิสัยทัศน์ที่ฌอง-ปอลมีต่อโลกโอต กูตูร์ ไม่ว่าจะเป็นการนำเดนิมซึ่งเดิมทีถือเป็นเนื้อผ้าสำหรับแรงงานมาเนรมิตให้กลายเป็นอาภรณ์สุดหรู ชุดที่ตัดเย็บมาจากพลาสติก งานเทเลอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุด Le Smoking ของ Yves Saint Laurent งานปักประดับด้วยเลื่อมและขนนกไล่สี รวมทั้งโอต กูตูร์สำหรับผู้ชายที่บางลุคกลายไปเป็นคอสตูมสำหรับภาพยนต์ไซไฟเรื่องดัง

Gaultier Paris Spring 1997

Photo: Getty Images

Jean-Paul Gaultier Spring/Summer 1998

แคมเปญโฆษณา Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1998

Photo: Jean Paul Gaultier

หลังจากราชินีเพลงป๊อป Madonna สวมคอสตูมที่ออกแบบโดยฌอง-ปอล เป็นคอร์เซตกรวยแหลมสุดเซ็กซี่ในทัวร์คอนเสิร์ต Blond Ambition ปี ค.ศ. 1990 จนลุคของเธอกลายเป็นที่โจษจันแล้ว มาดอนนาและฌอง-ปอลยังกลับมาพบกันอีกบ่อยครั้งทั้งในฐานะเพื่อนที่มาร่วมให้กำลังใจอยู่หน้าฟรอนต์โรว์ ไปจนถึงการเป็นนางแบบรับเชิญสำหรับโชว์ครั้งสำคัญ ในปี ค.ศ. 1998 เมื่อมาดอนนาออกอัลบั้มใหม่ Ray of Right และกำลังมองหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับมิวสิกวิดีโอเพลงดังแห่งยุค Frozen ทำให้ผลงานของแบรนด์ Jean-Paul Gaultier เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เธอใช้ คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับสุดดรามาติกสำหรับฤดูร้อนปี 1998 ที่ปรากฏให้เห็นในมิวสิกวิดีโอที่ว่านั้นได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปินหญิง Frida Kahlo และ Marilyn Manson นักดนตรีที่มีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัว ผนวกด้วยความเชื่อเรื่องศาสนา ศิลปะยุคกอทิก ทั้งหมดถูกปั่นรวมจนกลายเป็นคอลเล็กชั่นที่ทั้งดูดาร์กโรแมนติก และหรูหราด้วยเนื้อผ้าและการตัดเย็บเทียบเท่าระดับงานกูตูร์ จนถูกยกย่องให้กลายเป็น The Best ประจำฤดูกาล

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1998

Photo: Getty Images

Jean-Paul Gaultier Spring/Summer 1999

แคมเปญโฆษณา Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1999

Photo: Jean Paul Gaultier

ฌอง-ปอลมักนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ Street Fashion อยู่บ่อยครั้ง โดยที่สตรีตแฟชั่นในมุมมองของฌอง-ปอลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การแต่งกายแบบใดแบบหนึ่ง ไม่ถูกตีกรอบว่าต้องเป็นสปอร์ตี้หรือฮิปฮอปดังที่หลายคนเข้าใจ แต่สตรีตแฟชั่นในที่นี้คือการหลอมรวมวัฒนธรรมการแต่งกายที่สามารถพบเห็นได้บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในซีกโลกตะวันออกและตะวันตก ไปจนถึงเสื้อผ้าของวัยรุ่นยุคใหม่ซึ่งเป็นไปตามกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย ผลงานฤดูร้อนปี 1999 ได้แรงบันดาลใจมาจากวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นที่กำลังชื่นชมงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เราจึงได้เห็นทั้งโครงชุดกิโมโน ชุดแนวสปอร์ตจากไลน์รองที่ชื่อ JPG เสื้อโอเวอร์ไซซ์ใส่คู่กับยีนส์ทรงแบกกี้ ลายดอกไม้ที่กลายมาเป็นคอลเล็กชั่น Vans x Jean-Paul Gaultier เมื่อปีที่ผ่านมา เสื้อเกาะอกหล่อขึ้นรูป เครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานประติมากรรม แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Vanessa-Mae นักไวโอลินลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ที่ทั้งร่วมเดินแบบในชุดฟินาเล่และเล่นไวอิน พร้อมทั้งไหว้อย่างงดงามปิดโชว์ได้อย่างน่าประทับใจ

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 1999

Photo: Getty Images

Hermès by Jean-Paul Gaultier Fall/Winter 2004

แคมเปญโฆษณา Hermès Fall/Winter 2004

Photo: Hermès

บริษัท Hermès International S.A. ได้เข้าถือหุ้น 35% ของแบรนด์ Jean- Paul Gaultier มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 และหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทั้ง Hermès และ Gaultier นำมาใช้เรียกกระแสให้แบรนด์ของทั้งคู่คือการประกาศให้ฌอง-ปอล เป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ประจำเมซง Hermès แทนที่ Martin Margiela ในปี ค.ศ. 2003 และตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ร่วมงานกันจนคอลเล็กชั่นสุดท้ายในปี 2010 ฌอง-ปอลก็ได้สร้างชิ้นไอคอนนิกให้กับเมซงหลังนี้มากมายนับไม่ถ้วน ทั้งในส่วนของเสื้อผ้า เครื่องประดับ และกระเป๋าใบเด่นอย่าง Birkin Shadow และ Birkin Himalayan ที่เผยโฉมในปี 2009 แต่คอลเล็กชั่นที่น่ายกย่องและควรแค่แก่การบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์คืองานเปิดตัว Hermès by Jean-Paul Gaultier ในฤดูฟอล/วินเทอร์ 2004 เพราะฌอง-ปอลสามารถหลอมรวมตัวตนของทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยการใช้ทักษะจากทีมช่างเครื่องหนังมากประสบการณ์ของ Hermès และเทคนิคการตัดเย็บระดับช่างเสื้อชั้นสูงของ Gaultier รังสรรค์ชิ้นงานที่เกิดจากการตีความนิยมแห่งความหรูหราในแบบฉบับ Hermès ขึ้นมาใหม่

Hermès Fall/Winter 2004

Photo: Getty Images

Jean-Paul Gaultier Spring/Summer 2009

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 2009

Photo: Jean Paul Gaultier

ฌอง-ปอลเป็นนักออกแบบที่มักได้แรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานและโชว์มาจากศิลปะการแสดงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที บรอดเวย์ บัลเลต์ ไปจนถึงสตรีตแดนซ์ข้างทาง ในปี ค.ศ. 2008 เมื่อฌอง-ปอลมีโอกาสได้ร่วมงานกับคณะนักเต้นจากฝรั่งเศส Ballet Preljocaj เพื่อออกแบบคอสตูมสำหรับบัลเลต์เรื่อง Snow White จึงได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการเต้นรำมานำเสนอเป็นคอลเล็กชั่นฤดูร้อนปี 2009 โดยที่เสื้อผ้าและเครื่องประดับในคราวนี้อิงมาจากเครื่องแต่งกายของนักเต้นและบัลเลต์ที่เจ้าตัวกำลังมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นเดรสผ้ายืดทั้งแบบสั้น-ยาว บอดี้สูทพิมพ์ลายรอยสักซึ่งถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Jean-Paul Gaultier เสื้อคลุมและกางเกงผ้าลูกไม้บางเบาให้ความรู้สึกสบายยามเคลื่อนไหว ไปจนถึงในส่วนของเครื่องประดับเป็นสร้อยคอโซ่หลากไซซ์ และรองเท้าส้นสูงตกแต่งสายรัดริบบิ้นเช่นเดียวกับรองเท้าบัลเลต์ ที่สำคัญคือยังได้นักเต้นจาก Ballet Preljocaj มาร่วมแสดง และ Coco Rocha นางแบบคนดังยังได้โชว์ทักษะด้านการเต้นของเธออีกด้วย

Jean Paul Gaultier Spring/Summer 2009

Photo: Getty Images

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH