LIFESTYLE

ทำไมบทควีนอลิซเบธที่ 2 จึงนำรางวัลมาสู่ดาราหญิงหลายคนและหลายครั้ง? แอลชวนไขข้อสงสัย

ตั้งแต่ Olivia Colman ใน The Crown และย้อนไปถึง Helen Mirren

08 JAN 2020

บทบาทควีนอลิซเบธที่สองเป็นการผูกขาดรางวัลนักแสดงนำหญิงหรือเปล่า?

และแล้วก็เป็นไปตามคาดกับรางวัลนักแสดงนำหญิงรางวัล Golden Globe Award ครั้งที่ 77 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา Olivia Colman ในบทควีนอลิซเบธที่สองจาก The Crown คว้ารางวัลนี้ไปครอง หลายคนพูดเย้าในทำนองเดียวกันตั้งแต่ตอนที่ Netflix ปล่อยตัวอย่าง The Crown ซีซั่น 3 ออกมาว่า “เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ Olivia Colman ได้รับรางวัลนำหญิงจากทุกสถาบันแล้วจากตัวอย่างหนังเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น”

Olivia Colman กับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมที่ Golden Globe Award ครั้งที่ 77

Photo: Getty Images

หลังจากวันที่ 17 พฤศจิกายน 2019 เมื่อ Netflix ปล่อยซีรีส์ที่ทุกคนต่างรอคอยออกมาให้ได้ชมกันอย่างถึงใจถึงอารมณ์รวดเดียว 10 อีพี แม้จะมีแฟนซีรีส์จำนวนมากบ่นเหมือนๆ กันว่า Olivia ดูมีอายุเกินไปสำหรับบทบาทควีนอลิซเบธในช่วงอายุนี้และดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับควีนอลิซเบธที่รับบทโดย Clair Foy ในสองซีซั่นก่อน แต่การบ่นว่า Olivia แก่เกินบท ตัวละครอื่นๆ ของเรื่องไม่เหมาะสมกับบท หรือเรื่องราวในซีซั่นนี้ก็สุดแสนจะน่าเบื่อ ไม่ได้บดบังข้อเท็จจริงที่ทุกคนต่างเห็นตรงกันไม่ว่าจะมีปัญหากับ The Crown Season 3 หรือไม่ก็ตามว่า Olivia Colman สามารถสวมบทบาทสมเด็จพระราชินีอลิซเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักรในช่วงวัยกลางคนได้อย่างไร้ที่ติ

ไม่แปลกที่จะมีคนจำนวนมากซึ่งเป็นแฟนคลับตัวยงของ The Crown กลับรู้สึกว่า เรื่องราวใน 10 ตอนนี้ช่างน่ารำคาญและดูขัดอกขัดใจไปเสียทุกอย่าง ไม่น่าอภิรมย์พึงใจเหมือนสองซีซั่นก่อน ก็แน่นอนล่ะ...นี่เป็นเรื่องราวที่โคจรรอบตัวละครหลักซึ่งมีอายุ 30 ปลายๆ จนถึง 40 กลางๆ ในช่วงที่ต้องเผชิญกับ mid-life crisis และตระหนักว่าชีวิตได้ดำเนินมาครึ่งหนึ่งแล้ว ใครจะมีชีวิตไม่น่ารำคาญและรู้สึกไม่มั่นคงเปราะบางในเวลานาทีนั้นบ้าง?

Olivia Colman ใน The Crown

Photo: NETFLIX

ทุกผู้ทุกคนในวัยกลางล้วนต้องเผชิญกับความลังเลสงสัย เคลือบแคลง ขัดใจ สิ้นหวัง และจำนนต่อเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิตซึ่งเลือกได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่เว้นแม้แต่ควีนอลิซเบธซึ่งในห้วงเวลาที่เกิดขึ้นตามท้องเรื่อง ทรงครองราชย์มาแล้วประมาณ 25 ปี (อีพีสุดท้าย) และเกิดความรู้สึกวูบไหวพร้อมทั้งตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่และคุณค่าของตัวเองว่า พระองค์ได้ทรงทำสิ่งใดเพื่อสหราชอาณาจักรและประชาชนแล้วบ้าง เพราะเหตุใดเมื่ออยู่นานเข้าๆ จึงมีแต่เรื่องไม่ดีเกิดขึ้น สภาพการเมืองภายใต้การบริหารของรัฐบาลในนามพระองค์ก็มีสภาพลุ่มๆ ดอนๆ ขาดเสถียรภาพ จนเป็นชนวนที่เกือบก่อให้เกิดการรัฐประหาร สภาพเศรษฐกิจก็ย่ำแย่จนต้องประกาศลดค่าเงินปอนด์ ทุกหนแห่งในอังกฤษถูกตัดไฟเพื่อลดรายจ่าย ไม่เว้นแม้แต่ที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม

เรื่องงานเมืองว่าวุ่นวายน่าเวียนหัวแล้ว เรื่องหลังบ้านยิ่งแล้วใหญ่ ไหนจะเจ้าหญิงมากาเร็ทน้องสาวของควีนที่สร้างขาวฉาวให้ราชวงศ์และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ควีนเป็นการส่วนตัวไม่หยุดหย่อน ไหนจะเจ้าชายชาร์ลส์-องค์รัชทายาทที่ดูเหมือนจะจูนกับควีนไม่ติดเลยไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม-ซึ่งไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุคคลต้องห้ามอย่างคามิลล่า ปาร์กเกอร์ โบลส์ และกลายเป็นสัมพันธ์รักอีรุงตุงนังกันอยู่สามสี่คน

Photo: NETFLIX

กล่าวอย่างถึงที่สุด ควีนอลิซเบธในซีซั่นนี้ต้อง “นอยด์” กับความแก่ลงของตัวเอง การเมืองก็มีปัญหาวุ่นวาย ภัยพิบัติคนตายเป็นร้อยอีก ไปดูที่เกิดเหตุช้านักข่าวก็ด่า ไหนจะสายลับเข้ามาอยู่ในวัง คนที่จ้องจะล้มเจ้าก็ฮึ่มๆ อยู่ไม่ลดรา ลูกหรือก็ไม่ได้ดั่งใจ หมายหมั้นปั้นมือให้เป็นรัชทายาทก็ดูอ่อนแออ่อนไหวไปเสียทุกเรื่อง น้องสาวก็ขี้วีนเอาแต่ใจ สร้างเรื่องให้ต้องตามล้างตามเช็ดไม่รู้จบไม่รู้สิ้น ฯลฯ ถ้าเป็นคนธรรมดาคงต้องเลือกปล่อยอย่างหนึ่งหรือหลายๆ อย่างแล้ว “มูฟออน” เลิกทำหน้าที่หรืองานที่ทำอยู่ให้รู้แล้วรู้รอด ทิ้ง เท ไม่ทำแล้วสักอย่าง

แต่นี่คือประมุขของรัฐที่คู่มือ “ฮาวทูทิ้ง” ของสำนักไหนก็ไม่สามารถนำมาใช้เพื่อจัดการ “เท” เรื่องที่ไม่อยากรำคาญใจได้ ดังนั้น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนกรีดร้องให้ดังจากวังบัคกิ้งแฮมถึงทำเนียบขาวเท่าไหร่ก็ตาม แต่ด้วยอยู่ในสถานภาพที่จะต้อง “maintain” ทุกอย่างไว้ให้อยู่ในความสงบ เรียบร้อย และมีภาพลักษณ์ที่ดี สิ่งที่ทำได้ก็คือต้องวางตัวสงบงาม เยือกเย็น และไม่แสดงความรู้สึกในที่สาธารณะ

Helen Mirren ใน The Queen (2006)

และนั่นคือโจทย์ซึ่งผู้มารับบทควีนอลิซเบธที่สองต้องทำการบ้านอย่างหนักหน่วง ไม่เฉพาะในซีซั่นนี้เท่านั้น ในแต่ละช่วงชีวิตของควีนที่นำมาสร้างเป็นหนังเป็นละคร ต่างก็มีปัญหารุมทั้งสิ้น ดังนั้นโจทย์ดังกล่าวจึงเป็นการบ้านของทุกคนที่จะมารับบทควีน ไม่ว่าจะเป็น Helen Mirren ที่รับบทควีนอลิซเบธในภาพยนตร์เรื่อง The Queen (2006) หรือ Clair Foy ที่รับบทควีนอลิซเบธใน The Crown สองซีซั่นแรก

แน่นอนว่าทุกคนต้องผ่านการรีเสิร์ชความเป็นควีนด้วยการดูแฟ้มภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง ฟังเสียง อ่านเรื่องราวของควีนมาแล้วนับไม่ถ้วนจนสามารถสร้างคาแร็คเตอร์ เลียนแบบสำเนียง วิธีการพูด อากัปกริยาต่างๆ ได้อย่างแนบเนียน แต่นั่นไม่ได้ทำให้เข้าใจว่า เวลาที่ควีนไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะ ควีนเป็นคนแบบไหน? วางตัวเป็นผู้ดีได้ทุกกระเบียดนิ้วได้เหมือนตอนอยู่หน้ากล้องหรือเปล่า? เวลาอยู่กับสามี ลูก หรือน้องสาวทรงรีแลกซ์แค่ไหน? การรีเสิช์จ อ่านบันทึก และสัมภาษณ์บุคคลที่เคยได้ร่วมงานกับควีนและบุคคลใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็น “วงใน” แค่ไหนก็ตาม ไม่ได้ทำให้มองเห็นภาพความเป็นควีนเวลาที่อยู่ในที่ลับตาได้อย่างเที่ยงตรง

Helen Mirren รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Queen ที่ Academy Awards ครั้งที่ 79

Photo: Getty Images

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ตัวละครควีนอลิซเบธเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้น (fictionalized character) แทบไม่ต่างจากตัวละครสมมติในนิยายหรือภาพยนตร์ทั่วไป เพราะเรื่องราวทั้งหมดที่นำเสนอเกี่ยวกับควีนไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ก็ล้วนแล้วเป็นเรื่องราวหลังม่านทั้งสิ้น ไม่มีใครล่วงรู้ว่าควีนพระองค์จริงมีรีแอคชั่นต่อสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรบ้าง และนั่นเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักแสดงที่มารับบทควีน เพราะต้องแสดงเป็นควีนในส่วนที่ไม่มีใครรวมถึงตัวนักแสดงเองเคยได้เห็นมาก่อน

การที่นักแสดงมากความสามารถอย่าง Olivia Colman สามารถพาผู้ชมไปสัมผัสพื้นที่ทับซ้อนของห้วงอารมณ์อันหลากหลายของหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นทั้งแม่ เป็นเมีย เป็นลูก เป็นพี่สาว และที่สำคัญคือเป็นกษัตริย์ได้สำเร็จ ด้วยการแสดงที่ไม่ออกอากัปกริยาเยอะ แต่ต้องทำให้รู้สึกว่ามีอารมณ์ล้านแปดครุกรุ่นอยู่ภายในสีหน้า ในน้ำเสียง ในมุมปาก ฯลฯ ย่อมเป็นสิ่งที่ยากกว่าการแสดงบทบาทที่สามารถแสดงอาการและอารมณ์ได้อย่างเปิดเผย และนั่นทำให้ Olivia Colman สมควรได้รับคำชมและรางวัล บทควีนอลิซเบธที่สองไม่ได้เป็นบทบาทการแสดงนั่งโต๊ะนั่งเก้าอี้สวยๆ แล้วไม่ต้องทำอะไรเยอะแบบที่ Stuart Heritage เขียนไว้ใน The Guardian

Photo: NETFLIX

และไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกันที่นักแสดงมากฝีมือซึ่งจะมารับบทควีนอลิซเบธที่สองในซีซั่นต่อๆ ไปของ The Crown จะผูกขาดรางวัลนักแสดงนำหญิงไว้กับบทนี้ภายใต้การควบคุมบทของ Peter Morgan และการผลิตของ Netflix


เรื่อง: ธีธัช สุเมธสวัสดิ์

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH