LIFESTYLE

ไม่ใช่แค่กงยู...อีกหลายเหตุผลที่ควรตีตั๋วไปดูหนังเฟมินิสต์ Kim Ji-young, Born 1982

จากวรรณกรรมเฟมินิสต์อันโด่งดังสู่หลายประเด็นร้อนแรงในเกาหลี

29 DEC 2019

แฟนๆคงดีใจเมื่อได้ยินว่า Gong Yoo กลับมาลงจอเงินอีกครั้ง แถมยังได้เล่นกับ Jung Yu-mi ที่เคยเล่นคู่กันมาแล้วในภาพยนตร์แนวดราม่า/ซอมบี้เรื่อง Train to Busan (2016) หลังห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปนานกว่า 3 ปี

Jung Yu-mi และ Gong Yoo ใน Train to Busan

ใครที่ติดตามวงการภาพยนตร์เกาหลีคงรู้ดีถึงคุณภาพและความต่อเนื่องในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศนี้ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ภาพยนตร์และซีรี่ส์หวานใสเบาสมองไม่ใช่ภาพแทนของประเทศเกาหลีอีกต่อไป แต่ความลึกซึ้งของบทและวรรณกรรมที่ถูกเลือกมาถ่ายทอดกลายเป็นประเด็นหลักของวงการ รวมถึงนักแสดงอย่าง Gong Yoo ด้วยที่พิถีพิถันกับการเลือกบทที่โดดเด่นและสะท้อนสังคมที่เขาแสดงในเรื่อง A Man and A Woman (2016) ในบทคุณพ่อที่มีลูกเป็นออทิสติก

A Man and A Woman (2016)

เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากใบหน้าอันหล่อเหลาชวนระทวยของพระเอกที่จะมีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเรื่อง มันคงจะตื้นเขินไปหน่อยถ้าเราไม่มาทำความเข้าใจกับ ‘ที่มาและความสำคัญ’ ของบทภาพยนตร์เรื่อง Kim Ji-young, Born 1982 ก่อนจะเสียเงินเข้าโรงหนัง

ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของภรรยาชาวเกาหลีใต้ในช่วงวัย 30 ที่ออกจากงานประจำมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก และเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของเธอภายใต้บริบทสังคมที่สามารถ ‘ตีความ’ ได้ว่าเป็น ‘สังคมซึ่งกดขี่เพศหญิง’ โดย Jung Yu-mi เป็นผู้มารับบทหนักบทนี้และมี Gong Yoo มารับบทเป็นสามีของเธอ

มองด้วยสายตาของคนทั่วไปครอบครัวของสองสามีภรรยาในเรื่องเหมือนจะเป็นครอบครัวปกติ แต่บทบาทแม่บ้านแบบเต็มตัวทำให้จียองผู้เป็นภรรยารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง และเมื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมาเธอพบว่าตนเองถูก ‘กฎเกณฑ์ของสังคมที่วางไว้ให้กับผู้หญิง’ ทำให้มีชีวิตในแบบที่เธอเองก็ไม่ต้องการ

‘กฎเกณฑ์ของสังคมที่วางไว้ให้กับผู้หญิง’ คือประเด็นสำคัญของ Kim Ji-young, Born 1982 ที่เราเองอยากให้ไปพิสูจน์ในโรงภาพยนตร์และอยากเชิญชวนผู้อ่านแอลไปเรียนรู้เรื่องราวสำคัญของสังคมเกาหลีผ่านการเล่าเรื่องของผู้หญิงเกาหลีเองด้วย เพราะก่อนที่จะเป็นภาพยนตร์ Kim Ji-young, Born 1982 คือนวนิยายขายดีกว่าล้านก๊อปปี้ของนักเขียนบทโทรทัศน์ Cho Nam-joo ที่เคยได้รับการขนานนามให้เป็นวรรณกรรมสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งของเกาหลี และเป็นที่มาของข้อพิพาทมากมายในโลกโซเชียลของเกาหลี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะแค่เริ่มเรื่องผู้เขียนก็พูดถึงเหตุการณ์ที่แม่ของเธอไปขอโทษแม่สามีเพราะคลอด ‘หลานสาว’ แทนที่จะเป็น ‘หลานชาย’

Kim Ji-young, Born 1982

การเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอกในวรรณกรรมผ่านสายตาของจิตแพทย์ผู้รักษาอาการของเธอจุดประเด็นให้ผู้หญิงเกาหลีหลายคนที่เคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ร่วมออกความคิดเห็นและแสดงออกถึงจุดยืนร่วมที่พวกเธอมีภายใต้สังคมที่ว่ากันว่าเป็น ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ของเกาหลี รวมไปถึงคนดังหลายคนในวงการบันเทิงเกาหลี เริ่มตั้งแต่ Sooyoung แห่งวง Girls’ Generation ที่พูดถึงวรรณกรรมเรื่องนี้ในเรียลิตี้โชว์ว่าเธอรู้สึกเข้าอกเข้าใจสถานการณ์ที่ตัวเอกของเรื่องต้องเผชิญ และ Irene แห่งวง Red Velvet ที่ออกมาบอกว่าเธอเองก็อ่านวรรณกรรมเล่มนี้แล้วถูกเอารูปถ่ายไปเผาไฟแล้วโพสต์ด่าทอลงโซเชียล ทว่าสิ่งที่เธอ 2 คนต้องเผชิญคือการ bully ในโลกออนไลน์จากกลุ่มคนเกาหลีที่มองว่าวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นการมองสังคมเกาหลีด้วยอคติที่เลวร้ายและบิดเบือน นี่ยังไม่รวมคอมเมนต์ด่าทอกว่า 1,000 คอมเมนต์ใน อินสตาแกรมของ Jung Yu-mi เมื่อเธอประกาศว่าเธอมารับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ ฟังแค่นี้ก็สงสัยแล้วว่า ‘ทำไมต้องดราม่ากันขนาดนั้น?’

ดราม่าประเภทนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกๆในเกาหลี ก่อนหน้านี้ดราม่าของคนดังที่เกี่ยวโยงกับประเด็นด้านเฟมินิสต์ก็มีให้เห็นเช่นตอนที่ Naeun แห่งวง Apink โพสต์รูปที่เห็นว่าใช้เคสมือถือยี่ห้อ Zadig & Voltaire ซึ่งเขียนข้อความว่า ‘Girls can do anything’ ลงอินสตาแกรมส่วนตัว ภาพนี้ก่อให้เกิดกระแสต่อว่าถล่มในอินสตาแกรมของเธอจนเธอต้องลบรูปและทางต้นสังกัดต้องออกมาแถลงว่าเคสมือถืออันนั้นเป็น ‘ของขวัญ’ ที่มีคนให้เธอมาอีกที

Naeun แห่งวง Apink

Photo: Son Naeun Apink Thailand Fanclub

ในภาพยนตร์และวรรณกรรมเรื่องนี้ยังมีการพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศในสังคมการทำงานของเกาหลี จากคำกล่าวของผู้แต่งที่ว่า ‘ตอนเด็กๆเราถูกสอนว่าเราสามารถทำได้ทุกอย่าง เราเลยตั้งใจเรียนอย่างที่สุด ตั้งใจทำงานอย่างขันแข็ง แต่โลกการทำงานที่แท้จริงกลับเฉลยกับเราว่ามันไม่ใช่อย่างที่ว่า’ เราขอแทรกข้อมูลอีกเล็กน้อยเพื่อให้เห็นภาพตามก็แล้วกัน The Economist เคยทำรีพอร์ต Glass Ceiling Index เอาไว้ในปี 2018 ว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่สภาวะการทำงานแย่ที่สุดสำหรับผู้หญิง และผู้หญิงมีรายได้เพียง 63% ของผู้ชาย

กระแสการต่อสู้ของฝั่งสนับสนุนเฟมินิสต์และฝั่งต่อต้านเฟมินิสต์ยืดยาวต่อเนื่องมาถึงช่วงที่ภาพยนตร์เข้าฉายในเกาหลี เพียงแค่ 1 สัปดาห์หลังจากเข้าโรงตั๋ว Kim Ji-young, Born 1982 ถูกขายไปกว่า 3.5 ล้านใบ แม้ปริมาณผู้เข้าชมจริงจะไม่ถึงตัวเลขนั้นแต่เหล่าผู้สนับสนุนก็ช่วยกันกดซื้อตั๋วออนไลน์และแห่กันโพสต์ในพื้นที่โซเชียลมีเดียของตนให้เป็นเสมือนการ ‘ส่งใจไปช่วย’

กลับกันทางฝั่งผู้ต่อต้านแนวคิดเฟมินิสต์ซึ่งเป็นกลุ่มชายเกาหลีก็ได้จัดแคมเปญเรี่ยไรเงินเพื่อผลิตนวนิยายอีกเล่มหนึ่งชื่อว่า Kim Ji-hoon, 1990 ที่มีตัวเอกชายเกิดในปี 1990 และเขาต้องเผชิญกับการกดขี่จากสังคมในฐานะเพศชาย เช่น การต้องเสียเวลาชีวิตไปร่วมปีกับการเกณฑ์ทหารในขณะที่ผู้หญิงเกาหลีไม่ต้อง

คงมีวิธีเดียวแล้วแหละที่จะพิสูจน์ได้ว่าทำไม Kim Ji-young, Born 1982 ถึงนำมาวึ่งการปะทะกันระหว่าง 2 ขั้วของสังคมเกาหลีได้มากขนาดนี้ และทำไม Gong Yoo ถึงเลือกมารับบทในภาพยนตร์กระแสร้อนแรงเรื่องนี้

อ้างอิง
www.bbc.com/news/world-asia-50135152
www.koreaherald.com/view.php?ud=20190930000755
https://www.economist.com/graphic-detail/2019/03/08/the-glass-ceiling-index

ภาพ: Mongkol Cinema

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH