LIFESTYLE

The Morning Show ดราม่าหนักอึ้งฉีกบทบาทให้ Jennifer Aniston รับรางวัล SAG Awards รอบ 2 ในชีวิต

มากด้วยบทสนทนาล้ำลึกและฉากปะทะอารมณ์สะท้อนความเป็นมนุษย์

24 JAN 2020

นับเป็นเวลาเกือบ 3 เดือนแล้วที่ Apple ก้าวเข้าร่วมสมรภูมิสตรีมมิ่งทีวีด้วยการเปิดตัว Apple TV+ ซึ่งมาพร้อมกับโชว์แรก The Morning Show ที่ถ้าใช้คำว่า 'ปัง' ในแง่ของนักแสดงนำ ทีมงานเบื้องหลัง รวมไปถึงทุนสร้างเหยียบ 300 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับทั้ง 2 ซีซัน (ซีซันที่ 2 จะกลับมาฉายในเดือนพฤศจิกายน ปีนี้) ก็คงไม่ดูเว่อเกินไปเพราะได้ Jennifer Aniston และ Reese Witherspoon มาทั้งแสดงนำและเป็น executive producers ร่วมกัน 

ความ 'ปัง' ทีกล่าวมาข้างต้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอที่จะพิสูจน์คุณภาพของซีรีย์เรื่องปฐมฤกษ์ของ Apple TV+ เรื่องนี้ ทว่าตั้งแต่ฉายจนจบ 10 ตอนไปเมื่อต้นเดือนมกราคม สปอตไลท์ก็ส่องมาที่ The Morning Show ทั้งที่ Golden Globe Awards ซึ่ง Witherspoon และ Aniston ถูกเสนอชื่อเข้าชิง Best Actress – Television Series Drama ตัวซีรีย์เองเข้าชิง  Best Television Series – Drama ต่อมาบท Cory Elilison ประธานของช่องทีวีในเรื่อง ตัวละครโปรดเจ้าของใบหน้า poker face ของเราก็พารางวัล Best Supporting Actor in a Drama Series จาก Critics' Choice Television Awards มาให้ Billy Cudrup แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่ 'ปัง' เท่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเมื่อ Jennifer มงลงอีกครั้งที่ SAG Awards กับการชนะรางวัล Outstanding Performance by a Female Actor in a Drama Series นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เธอชนะรางวัลจากเวทีนี้หลังจากปี 1996 จากบทบาทของเธอใน Friends ซีรีย์ขวัญใจใครหลายคน 

Jennifer Aniston รับบท Alex Levy ผู้ประกาศข่าวหญิงใน The Morning Show

ก่อนจะแนะนำให้คุณๆ เจียดเวลาพักผ่อนไปดูซีรีย์เรื่องนี้ให้จบครบ 10 ตอน เราคงจะใจร้ายและดูไม่แยแสผู้อ่านเกินไปถ้าไม่เล่าคร่าวๆ The Morning Show มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร...

ลองนึกถึงยุครุ่งเรื่องของรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 หรือถ้าจะให้ specific กว่านั้นเราขอเลือกช่วงที่คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา จัดรายการข่าวเช้าอันดับ 1 ของประเทศไทยรายการนี้คู่กับคุณสู่ขวัญ บูลกุล ก็แล้วกัน ยุคนั้นเราต่างก็ตื่นมารับข่าวกับคู่หูข่าว 2 คนนี้ ทว่า The Morning Show เป็นเวอร์ชั่นของอเมริกาที่เริ่มเรื่องจากเหตุการณ์ที่ผู้ประกาศข่าวฝ่ายชายถูกไล่ออกจากช่องด้วยข้อหาล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน คนละเรื่องประเด็นฉาวที่เกิดขึ้นกับคุณสรยุทธเลยทีเดียว

แน่นอนว่าประเด็นเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานคุกรุ่นในโลกตะวันตกตั้งแต่เหตุของ Harvey Weinstein ที่จุดกระแส #MeToo ให้เป็นช่องทางเปล่งเสียงของผู้หญิงในหลายมุมโลกมาแล้ว แต่ The Morning Show ทั้งลงลึกและขยายประเด็นให้กว้างไปกว่านั้นเพราะซีรีย์​นำเสนอภาพของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการล่วงละเมิดทางเพศในมิติซึ่งให้ความเป็นมนุษย์กับทุกตัวละครอย่างแท้จริงโดยไม่ปล่อยให้ใครตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดนั้นๆเพียงอย่างเดียว ทุกคนมีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ทุกคนเป็นทั้งที่รักและที่รังเกียจ

มากไปกว่านั้นซีรีย์ยังชวนเราตั้งคำถามกับชีวิตการทำงานของเหล่ามนุษย์เพศหญิงในแง่มุมที่ท้าทายต่อค่านิยมเดิมของสังคม ก่อนจะพูดไปไกลกว่านี้เราขอเตือนว่าเนื้อหาหลังจากนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อเรื่องบางส่วน แต่เรามั่นใจว่ามันจะไม่ให้ทำให้อรรถรสการชมของคุณพร่องไปแน่นอน

Mitch Kessler (รับบทโดย Steve Carell)

ตีแผ่ประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานโดย ‘ไม่ละเมิดความเป็นมนุษย์’

บ่อยครั้งที่เราจะได้ดูโชว์ ละคร หรือภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไทยและเทศที่นำเสนอประเด็นความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านเรื่องราวซึ่งมักนำเสนอให้มีฝ่ายที่ถูกและผิดโดยสิ้นเชิง เช่น เรื่องราวอาจวางศูนย์กลางที่ ฝ่ายซึ่งถูกวางให้เป็น ‘ตัวแทนของความถูกต้อง’ นำเสนอด้านสว่างของฝ่ายนี้เป็นหลัก ในขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามซึ่งถูกวางให้เป็น ‘ตัวแทนของความผิด’ กลับถูกนำเสนอแต่เพียงด้านมืด 

ทว่า The Morning Show มอบทั้งด้านขาวและดำให้กับ Mitch Kessler (รับบทโดย Steve Carell) เขาคือตัวละครปูพื้นเรื่อง เขาคือผู้ประกาศข่าวฝ่ายชายที่ถูกไล่ออกจากรายการด้วยข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ จนเส้นทางอาชีพของเขาพังทลายลงและรายการเองรวมถึงผู้ประกาศหญิงคู่หูของเขา Alex Levy (รับบทโดย Jennifer Aniston) ก็ต้องรับความสั่นคลอนเพราะภาพเดิมของของคู่หูเล่าข่าวเช้าหายไป รายการไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปในตอนถัดมาตัวละครตัวนี้ไม่ได้ถูกนำเสนอแค่เพียงด้านมืดหรือด้านของความผิดที่เขาถูกกล่าวหา ซีรีย์ยังให้พื้นที่นำเสนอตัวละครนี้ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่คนในกองข่าวรัก พ่อที่อบอุ่นของลูก คู่หูอันเป็นที่รักของผู้ประกาศข่าวคู่ มิหนำซ้ำซีรีย์ยังรังสรรค์ทั้งฉากที่เขากลับมายังสตูดิโอถ่ายทอดสดเพื่อเรียกร้องให้เหล่าอดีตผู้ร่วมงานเห็นใจและช่วยเขาให้พ้นจากข้อกล่าวหา และยังนำเสนอความพยายามอย่างลับๆของกลุ่มคนในช่องเพื่อให้ Mitch ได้แก้ต่างกับสาธารณชนและพูดถึงประเด็นล่วงละเมิดที่เขาถูกกล่าวหา(ยังไม่รวมฉากที่เขาคิดจะทำสารคดีเพื่อนำเสนอแง่ลบและเหยื่อฝ่ายชายจากกระแส #MeToo ด้วย และเราเข้าใจว่ามันอาจไม่ถูกใจเฟมินิสต์หลายคน แต่นั่นคือการนำเสนอเหรียญสองด้านไม่ใช่เหรอ?)


ผู้หญิงที่ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความสำเร็จไว้


ก่อนจะโดนกร่นด่าว่าพาดหัวถึง Jennifer Aniston เพื่อตีหัวให้คนเข้ามาอ่าน เราขอพูดถึงบทของเธอเลยก็แล้วกัน ก่อนหน้านี้คือน้ำจิ้มรสแซ่บที่ทำให้ซีรีย์นี้เข้มข้นและกลมกล่อมนั่นแหละ จะไม่ให้พูดถึงได้อย่างไรกัน

Alex Levy (รับบทโดย Aniston ย้ำอีกครั้งเผื่อใครสับสน) คือผู้ประกาศข่าวหญิงผู้อยู่คู่รายการมากว่า 15 ปี การที่ Mitch Kessler ผู้ประกาศข่าวคู่ของเธอหลุดจากรายการไปเป็นเหมือนแผ่นดินไหวที่ทั้งสะเทือนและพลิกชีวิตการทำงานของเธอ จากหัวเรือคู่สู่หัวเรือเดี่ยว เธอต้องนำรายการด้วยตนเองในภาวะที่รายการกำลังถูกโจมตีจากสังคม เธอต้องแถลงการณ์เพื่อประนามการกระทำของอดีตคู่หูข่าวที่เธอทั้งรักและผูกพันด้วยตัวเธอเอง และในขณะเดียวกันยังต้องเล่นเกมส์ชิงอำนาจกับเหล่าผู้บริหารช่องที่อยากใช้โอกาสนี้เพื่อผลักเธอออกจากรายการ ถ้าคุณติดภาพของ Aniston กับบทคอมเมดี้และบทโรแมนติกมาตลอดชีวิตการเป็นนักแสดงของเธอก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เรื่องนี้คือการพลิกบทบาทที่ทำให้เรานึกเสียดายว่าที่ผ่านมาทำไมไม่มีใครโยนบทดราม่าเข้มข้นระดับนี้ให้เธอ แล้วดูสิ! เธอเล่นเสียอยู่หมัดจนได้ขึ้นรับรางวัลบนเวที SAG Awards อีกรอบหลังจากครั้งแรกเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว!

หลังจากดูจนจบซีซันเราได้แต่คิดวนในหัวว่าทำไมเราแทบไม่เห็นโมเมนต์มีความสุขของ Alex Levy เลย เว้นเพียงแต่ตอนที่เธอยิ้มและหัวเราะระหว่างออกอากาศเท่านั้น มิหนำซ้ำในเรื่องยังเต็มไปด้วยโมเมนต์กระอักอ่วนจากหลากสถานการณ์ที่บีบขั้นตัว Alex จนทำให้ผู้ชมอย่างเรารู้สึกหายใจไม่ออกตาม ซีรีย์อาจกำลังบอกกับเรากลายๆ ว่างานคือความสุขเดียวของผู้หญิงคนนี้ใช่หรือไม่ เธอจึงต้องสู่ยิบตาและงัดเล่ืห์กลทุกอย่างออกมารักษาสถานะของตัวเองไว้ ใช้คำว่า 'สู้อย่างหมาจนตรอก' ก็คงไม่เกินไป 

การ 'สู้' ของ Alex ในเรื่องยังสะท้อนประเด็นอ่อนไหวของเหล่าเฟมิมิสต์ที่ยังเถียงกันไม่รู้จบอย่างเรื่องสมดุลระหว่างหน้าที่การงานและการเสียสละเพื่อครอบครัว บทของ Alex ผู้รักงานยิ่งกว่าสิ่งใดถูกท้ายทายด้วยข้อขัดแย้งระหว่างตัวเธอ ลูกสาว และสามีของเธอ เมื่อสามีของเธอต้องการหย่าร้างกับเธอในช่วงเวลานี้ที่ทุกอย่างรุมเร้าเธอและลูกสาวของเธอโทษว่าทั้งหมดเป็นเพราะงานของเธอ ดังนั้นบทปะทะคารมอันหนักอึ้งระหว่าง Alex และ ลูกสาวของเธอในตอนที่ 7 จึงเต็มไปด้วยบทสนทนาที่ย้อนกลับไปตั้งคำถามเรื่องสมดุลระหว่างงานและครอบครัว จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมนุษย์แม่คนหนึ่งฟิวส์ขาดจนสบถด่าลูกสาวตัวเองอย่างหยาบคายเพื่อปกป้องและให้ความชอบธรรมกับการกระทำทั้งหมดของเธอเพื่อรักษางานที่เธอรักเอาไว้? จะผิดมากไหมหากแม่และภรรยาคนหนึ่งจะหันหลังให้กับครอบครัวเพื่องานที่เป็นดั่งชีวิตเธอ? 

เราว่าคงไม่มีฉากไหนที่เข้มข้นและทำให้เราเกือบลืมหายใจได้เท่ากับฉากนี้อีกแล้ว รับรางวัลไปเลย Aniston

หากคุณอยากสัมผัสสกิลการแสดงจากบทที่เราอยากให้ชื่อว่า 'นักต่อสู้ทางจิตวิทยา' ซึ่งพา Jennifer Aniston ขึ้นชนะรางวัล Outstanding Performance ที่ SAG Awards 2020 พร้อมกับวิถีการต่อสู้ในที่ทำงานในแง่มุมที่แปลกใหม่และชวนขบคิดของผู้หญิงอีกหลายคน เข้าไปที่ www.apple.com/th/tv ค่าสมาชิกเดือนละ 99 บาทนั้นไม่แพงเลย

Photo: Apple TV+

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH