SIGNATURE

รวมคู่ไอคอนแห่งยุค 2020 VS. เฟซในอดีต

เทียบให้เห็นชัดๆ กับความปังของคนดังในแต่ละยุค

13 MAR 2020

Head-to-Head: Icons Battle

เมื่อไอคอนแห่งยุค 2020 มาเจอกับเฟซในอดีต ได้เห็นความเป็นไปของโลกว่าบางทีก็พลวัต บางครั้งก็ตาลปัตร เราไปดูกันว่า 4 คู่ไอคอนที่เราหยิบยกมาวันนี้จะเป็นใครกันบ้าง

#1 Models: Cindy Crawford vs. Kaia Gerber

จากนางแบบที่เป็นแฟนคนดังเปลี่ยนมาฮิตลูกหลานคนดัง    

Photo: Getty Images

Cindy Crawford

Cindy Crawford
Birth: 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966
Age: 53
Height: 175 ซม.
Debut: ช่างภาพหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเตะตาซินดี้วัย 16 ขณะสาวน้อยอยู่ในไร่ข้าวโพดที่อิลลินอยส์ และเข้าประกวดเฟ้นหานางแบบหน้าใหม่ของ Elite
Trademark: ไฝเหนือริมฝีปากด้านซ้ายที่บ.ก. แฟชั่นยุค ’80s ตัดสินใจไม่รีทัชออก
Nickname: Baby Gia ด้วยผมสีบรูเน็ตต์และลุคคลาสสิกเหมือน Gia Carangi นางแบบรุ่นพี่ผู้ล่วงลับ
First Time: ปี 1988 เป็นนางแบบแฟชั่นยุคใหม่คนแรกที่ถ่ายแบบนู้ดขึ้นปก Playboy ฉบับเดือนกรกฎาคม
Fashion Title: ปี 1989 ถูกสถาปนาให้เป็นซูเปอร์โมเดลรุ่นแรกของแรก ร่วมกับ Naomi Campbell, Christy Turlington, Linda Evangelista และ Tatjana Patitz ตลอดอาชีพนางแบบซินดี้ขึ้นปกนิตยสารมากกว่า 1,000 ปก 
Set the Record: เป็นเฟซของ Revlon ต่อเนื่องกัน 13 ปี (1989-2002) 

Why Cindy?
เด็กสาวบ้านนาห่างไกลจากโลกแฟชั่น แต่โชคชะตาทำให้เธอถูก ‘ค้นพบ’ ซินดี้ดั้นด้นมาจากแถบมิดเวสต์ที่มีแต่ไร่ข้าวโพด วันแรกที่เท้าเหยียบนิวยอร์ก ซินดี้น้อยไม่รู้แม้กระทั่งจะโบกแท็กซี่อย่างไร ไม่เพียงที่มาอันย้อนแย้งกับความฟุ้งฝันของแฟชั่นเท่านั้น ทว่าในยุค’90s ซินดี้ที่โดนปัดฝุ่นชุบตัวใหม่ด้วย Versace และ Dior ได้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของผู้หญิงยุคโมเดิร์นที่สูง สวย มีเนื้อหนังแลดูสุขภาพดี และเธอกับแก๊งซูเปอร์โมเดลรุ่นแรกก็ดังระดับที่คนไม่แคร์แฟชั่นยังต้องรู้จัก เพราะควงหนุ่มฮอตแห่งยุค ซินดี้แต่งงานกับ Richard Gere ขณะที่ Naomi Campbell เดตกับ Mike Tyson หรือ Claudia Schiffer เดตกับ David Copperfield ซินดี้ยังได้ถ่ายโฆษณาแบรนด์สุดแมสอย่างเป๊ปซี่ ได้เล่นหนังฮอลลีวู้ด (Fair Game ปี 1995 หนังที่ได้ 1 ดาวจาก Rotten Tomatoes) ทำวิดีโอออกกำลังกาย แตกไลน์ไปทำของแต่งบ้านมูลค่าร้อยล้าน Cindy Crawford Home Collection เธอกลายเป็นนางแบบคนแรกๆที่ทำให้ตัวเองเป็นแบรนด์เนมเสียเอง

Kaia Gerber

View this post on Instagram

ending on miu miu @miumiu #miucciaprada @kegrand

A post shared by Kaia (@kaiagerber) on

Kaia Gerber
Birth: 3 กันยายน ค.ศ. 2001
Age: 18
Height: 175 ซม.
Debut: ถ่ายแบบแคมเปญ Young Versace ตอนอายุ 10 ขวบ
Trademark: คิ้วเข้มและผมสีบรูเน็ตต์ที่เป็นส่วนผสมของเชื้อสายรัสเซีย อังกฤษ สกอตแลนด์ ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก และเยอรมนี
Nickname: Baby Cindy
First Time: ปี 2017 4 วันหลังฉลองวันเกิดอายุ 16 คายาเดินแบบครั้งแรกในโชว์ Calvin Klein Spring/Summer 2018 และ 2 วันต่อมาเดินเปิดในโชว์ของ Alexander Wang    
Fashion Title: ปี 2018 สมาคมแฟชั่นอังกฤษยกให้คายาวัย 17 ปีเป็น Model of the Year เธอเป็นนางแบบอายุน้อยที่สุดที่ได้รางวัลนี้
Set the Record: ปี 2019 เป็นทูตความงามอายุน้อยที่สุดของ YSL และแม้จะมีฟอลโลเวอร์ในไอจีน้อยกว่ามากแต่ในปี 2018 คายามียอด engagement  สูงกว่า Kendall Jenner และพี่น้อง Hadid

Why Kaia?
คายาเกิดมาพร้อมข้อได้เปรียบที่มีพ่อแม่เป็นนางแบบและนายแบบดัง เธอจึงกลายเป็นหนึ่งใน InstaGirls กลุ่มนางแบบรุ่นใหม่ที่นามสกุลดังก่อนที่ตัวเองจะเกิด เช่นเดียวกับนางแบบรุ่นเดียวกันอย่าง Kendall Jenner, Gigi กับ Bella Hadid และ Hailey Baldwin (หรือคุณนาย Bieber) ซินดี้เองยังยอมรับว่าลูกของเธอโชคดีที่ไม่ได้เข้าวงการแบบโนเนม แต่ทุกคนรู้ว่าคายาเป็นลูกใคร แต่ข้อได้เปรียบยิ่งกว่านั้นคือคายาเกิดมาในยุคโซเชียลมีเดียที่ไม่ต้องฝันอีกแล้วว่าอยากเป็นนางแบบ เพราะมนุษย์ทุกคนเป็นนางแบบได้แค่อัพโหลดรูปขึ้นอินสตาแกรม ซึ่งกลายเป็นช่องทางที่ผู้ทรงอิทธิพลในสังคม ‘ถูกค้นพบ’ในวันนี้ แถมนางแบบสาวๆที่ดังตั้งแต่ยังเรียนอยู่ม. 4 เหล่านี้ยังรู้จักบริหารจัดการฟอลโลเวอร์หลักล้านได้เก่งกาจกว่าพ่อแม่ที่ต้องมาเรียนรู้โลกโซเชียลมีเดียจากลูกของตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วลูกหลานคนดังเหล่านี้ต้องพิสูจน์ตัวเองไม่ต่างจากนางแบบที่ไม่มีนามสกุลดัง เพราะโลกโซเชียลเป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง มันคือพื้นที่ที่ทุกคนกลายเป็นคนดังได้โดยไม่ต้องมีผลงานหรือทำคุณความดีใดๆ    

View this post on Instagram

Brunching with this cutie

A post shared by Cindy Crawford (@cindycrawford) on

#2 Red Carpet Queens: Nicole Kidman VS. Charlize Theron

จากเดรสสีดำเรียบหรูกลายมาเป็นชุดสีแจ๊ดเจ็บครองพรมแดง

เดรสสีดำจาก Jean Paul Gaultier, เดรสบัสติเยร์สีดำ-เขียวจาก Dior

Photo: Getty Images

Nicole Kidman

Why Nicole?
แฟชั่นพรมแดงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาในยุค ’60s เมื่อแบรนด์แฟชั่น บิวตี้ จิเวลรี่ และอีกสารพัดธุรกิจใช้ร่างของนักแสดงเป็นโฆษณาเคลื่อนที่ ซ้ำร้ายในปี 2010 Joan Rivers คอเมเดี้ยนรุ่นเก๋าอุตริทำรายการ Fashion Police วิจารณ์ลุคพรมแดงแบบใส่อารมณ์ขันไม่ยั้ง ไอเดียสุดเจิดของดีไซเนอร์กลายเป็นเรื่องโจ๊กในจอทีวีไป แต่เป็นจุดที่ประชาชนทั่วไปสนใจแฟชั่นพรมแดง ทำให้แฟชั่นพรมแดงยุค 2000 เป็นต้นมาทวีความเวิ่นเว้อเว่อวังยิ่งกว่ายุค Grace Kelly หรือ Audrey Hepburn ที่ใส่เดรสเรียบๆไปรับออสการ์เมื่อ 60 ปีก่อนเสียอีก แต่ก็ยังมีนักแสดงบางราย อาทิ Nicole Kidman ที่เป็นคู่ควงของ Tom Cruise ที่ออสการ์ปี 1997 ในเดรสสไตล์กี่เพ้าสีเขียวมะนาวจาก Dior by John Galliano ทำให้เธอเป็นดาวเด่นบนพรมแดงตั้งแต่นั้นมา จนถึงยุค #MeToo ที่นักแสดงหญิงแห่กันใส่ชุดดำไว้อาลัยให้กับสิทธิสตรี สีดำแทรกนัยทางการเมืองนี้ไปเข้าทางนิโคลที่หลังจากเดรสกี่เพ้าแจ้งเกิดชุดนั้น เธอใส่แต่เดรสไม่ดำก็แดงหรือเงินสไตล์เรียบหรูคลาสสิกชวนหาวมาตลอด แต่ก็เป็นสไตล์ที่ติดทำเนียบ Best Dressed ได้ง่าย ต้องเข้าใจคนที่เดินพรมแดงทุกเดือนมา 20 ปีว่าต้องมีวนๆซ้ำๆกันบ้าง

ชุดกระโปรงคล้องคอสีดำที่งานแกรมมี่ 2010

Photo: Getty Images

ชุดบัลเลรินาสีขาว-ดำที่คานส์ปี 2017

Photo: Getty Images

Charlize Theron

View this post on Instagram

Mondays amirite?

A post shared by Charlize Theron (@charlizeafrica) on

Why Charlize? 
ชาร์ลีซเซ็นสัญญากับ Dior ครั้งแรกในปี 2004 และผูกปิ่นโตชุดออกงานกันมานับแต่นั้น ด้วยความที่ต้องแต่งตัวอยู่แค่แบรนด์เดียว (อันที่จริงเธอแวบไปใส่แบรนด์อื่นบ่อยๆ) จึงยากหน่อยที่ชาร์ลีซจะออกมาจากลุคเทพธิดา Dior J’adore แต่โชคเข้าข้างที่ตลอดระยะเวลาที่เธอเป็นเฟซของ Dior ทางแบรนด์เปลี่ยนครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ไปทั้งสิ้น 6 คน ซึ่งในรายของ Maria Grazia Chiuri นายหญิงคนปัจจุบันนั้นค่อนข้างจะติดตามเทรนด์โลกอย่างใกล้ชิด อะไรที่โลกทำฉันทำ อะไรที่เจนซีชอบฉันชอบ ทำให้วันดีคืนดีที่พรมแดงลูกโลกทองคำเราจึงได้เห็นชาร์ลีซในเดรสท่อนบนเป็นบัสติเยร์สีดำอันเป็นซิกเนเจอร์แสดงความเซ็กซี่ไร้เดียงสาของมาเรีย แต่คลุมทับเสื้อไหล่เดี่ยวด้วยผ้าสีเขียวสดเหมือนได้ตัวพ่อสตรีตแวร์อย่าง Virgil Abloh มาช่วยฟินิชลุคให้ กลายเป็นมิติใหม่ของแฟชั่นพรมแดงและของตัวชาร์ลีซเอง จนบางทีก็แยกยากว่าเป็นชุดวิ่งหรือใส่ไปย่ำพรมแดง ซึ่งทุกๆการนอกกรอบย่อมเจอกับเสียงปรบมือและเสียงโห่ แต่นั่นก็เป็นไปเพื่อทำให้แฟชั่นไม่ย่ำอยู่กับที่และตายไป

เดรสสีม่วงสดจาก Dior

Photo: Getty Images

ชุดสูทกางเกงสีม่วงจาก Givenchy

Photo: Getty Images

#3 Singers: Britney Spears VS. Billie Eilish

Photo: Getty Images

จากเซ็กซี่สตาร์มาเป็นสาวลุคบอยสุดเพี้ยน

Britney Spears

Britney Spears
Birth:
2 ธันวาคม ค.ศ. 1981
Age: 38                                                                                                                                                                       
Debut: ปี 1999 เพลง Baby, One More Time สังกัด Jive Records
Album: 9 อัลบั้ม 69.7 ล้านก๊อปปี้ ยอดขายสูงสุด Baby, One More Time (1999) 24.195 ล้าน, Oops!…I Did It Again (2000) 19.3 ล้าน และ Britney (2001) 10.24 ล้าน  
Grammy: 1 รางวัล Best Dance Recording จากเพลง Toxic ปี 2015
Memorable Moment: แบกงูเหลือมตัวเป็นๆเต้นเพลง I’m a Slave 4 U บนเวที VMA ปี 2001
Talent: ร้องเสียงโซปราโน เต้น แสดงหนังเรื่อง Crossroads ปี 2002 ซึ่งได้รางวัลนักแสดงหญิงยอดแย่จาก Razzie Awards
Style: บราเล็ตต์ เตี่ยว เสื้อเอวลอย
Mentality: โกนหัวในร้านเสริมสวย Tarzana เอาร่มไล่ตีปาปาราซซี่ริมถนน เสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรในปี 2007
What’s Next: ประกาศพักงานโชว์ที่ลาสเวกัสที่ได้ค่าตัวรอบละ 5 แสนเหรียญเพราะคุณพ่อป่วยหนัก
Quote on Women: ‘อยากได้บูกัตติ, มาเซราตี, ลัมโบร์กินี หุ่นปังใส่บิกีนี่ อยู่คฤหาสน์หรู… You better work bitch!’ จากเพลง Work Bitch ปี 2013

Photo: Getty Images

Photo: Getty Images

Why Britney?
ถ้ารู้ตัวว่าเป็นเด็กกล้าแสดงออกก็ต้องไปฟูมฟักฝีมือเป็นดาราเด็กในมิกกี้เมาส์คลับของดิสนีย์อย่างที่บริตนีย์และเพื่อนรุ่นเดียวกันทำ ทั้ง Ryan Gosling, Justin Timberlake และ Christina Aguilera ครั้นเริ่มแตกเนื้อสาวก็ต้องฉีกลุคให้คนเซอร์ไพรส์ ซึ่งบริตนีย์ใส่ยกทรงเต้นมาตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ลุคนางแมวยั่วสวาทกลายเป็นภาพลักษณ์ที่นักร้องสาวๆต้องรับมาสวมใส่ แต่ก็ไม่ใช่ยั่วเพื่อให้ผู้ชายมาหลง นัยว่าปลดปล่อยด้านนางมารร้ายในตัวออกมาต่างหาก อย่างฉายาที่เธอเรียกตัวเองว่า Britney Bitch บริตนีย์จึงเป็นตัวอย่างความสำเร็จของให้ซูเปอร์สตาร์ยุคสมัยใหม่เดินตามกันมาต้อยๆอย่าง Miley Cyrus, Selena Gomez จนถึง Ariana Grande

Billie Eilish

Billie Eilish
Birth: 18 ธันวาคม ค.ศ. 2001
Age: 18
Debut: ปี 2015 อัพโหลดเพลง Ocean Eyes เป็นการบ้านส่งครูบน SoundCloud
Album: 1 อัลบั้ม When We All Fall Asleep, Where Do We Go? ในปี 2019 ยอดขายสูงสุดแห่งปี 2.5 ล้านก๊อปปี้
Grammy: เป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดที่ได้ Big Four รางวัล 4 สาขาใหญ่ที่สุด ได้แก่ Best Album, Best Record, Best Song, Best New Artist
Memorable Moment: “ตอนที่ Finneas (พี่ชายและโปรดิวเซอร์) บอกว่าเพลง Ocean Eyes มียอดคนฟังตั้งพันกว่าวิวแน่ะ”
Talent: แต่งเพลง เล่นดนตรี เต้น กำกับเอ็มวีเพลง Xanny ปี 2019 และดูหนังเรื่อง Spice World 40 รอบ และคิดว่าเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีวงชื่อ Spice Girls จริงๆ 
Style: Samantha Burkhart สไตลิสต์ของบิลลีบอกว่า “บิลลีอยู่ในโลกไร้เพศและไม่ซื้อไอเดียที่ว่าผู้หญิงต้องเซ็กซี่”
Mentality: ยอมรับว่ามีอาการซึมเศร้าและทูเร็ตต์ ควบคุมกล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ บิลลีถลึงตา เลิกคิ้ว หรือตากระตุกบ่อยๆ แต่คนไม่รู้คิดว่ากวนโอ๊ยดี
What’s Next: ทำเพลงให้หนัง No Time to Die ตอนใหม่ล่าสุดของ James Bond และออกทัวร์ครั้งใหม่แบบรักษ์โลก คนดูพกขวดน้ำมาเองและมีคลาสให้ความรู้เรื่องโลกร้อน   

Why Billie?
ความโด่งดังของบริตนีย์และซูเปอร์สตาร์สาวๆรุ่นต่อมาทำให้วัยรุ่นเจนซีรู้สึกโดดเดี่ยว ผู้หญิงถ้าจะประสบความสำเร็จจะต้องเซ็กซี่ นุ่งสั้นและหมกมุ่นกับเรื่องรักอกหักเท่านั้นละหรือ ไม่แปลกที่บิลลีจะโด่งดังถล่มทลายได้ในเวลาแค่ 4 ปี บิลลีทำให้คนรุ่นเดียวกับเธอรู้สึกว่ามีเพื่อน เนื้อเพลงของบิลลีพูดถึงอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และปัญหาโลกร้อน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหญ่ที่คนเจนซีกำลังเผชิญอยู่ บิลลีใส่เสื้อผ้าตัวโคร่งอย่างที่ Tyler แร็พเปอร์คนดังอธิบายได้เห็นภาพว่า “บิลลีแต่งตัวเหมือนควอเตอร์แบ็ก” เธอไม่ขายลุคเซ็กซี่ ไม่ใช่สินค้าที่ค่ายเพลงจับมาปั้นแต่ง เธอทำเพลงกันเองกับพี่ชายโดยไม่มีชื่อโปรดิวเซอร์ใหญ่ๆประดับบารมี ส่วนผสมทั้งหมดที่เป็นบิลลีทำให้เธอเป็นซูเปอร์สตาร์วัยเจนซีคนแรกของโลก

#4 Fashion: Streetwear VS. Ironic Nihilism

Photo: Getty Images

จากสตรีตแวร์แฟชั่นสู่ความไม่มีแก่นสารที่แสนจะตลกร้าย

Streetwear

Photo: Getty Images

Why Streetwear?
อิทธิพลของสตรีตแวร์นั้นทรงพลานุภาพยิ่ง มันทำลายได้แม้กระทั่งดีเอ็นเอของแบรนด์และเส้นแบ่งความเป็นเพศ ลัทธิสตรีตแวร์อุบัติขึ้นในกลุ่มฮิปฮอปช่วงปลายยุค ’70s จนถึงต้น ’80s ศิลปินกราฟฟิตี้และแร็พเปอร์ใส่เสื้อโปโล Ralph Lauren กับสนีกเกอร์แล้วสวมสูททับ ใส่แทร็กสูทกับหมวกเบสบอลแล้วเติมสร้อยโซ่ แต่แล้วในวินาที่ที่ Supreme เข้าจู่โจม Louis Vuitton โลกแฟชั่นทั้งสตรีตแวร์และลักชัวรี่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีทั้งการหยิบยืมจนถึงขโมยสไตล์มาสลับกันใส่ไปมา แบรนด์โลกลืมอย่าง Stussy และ Champion ถูกขุดขึ้นมาใหม่ ทำให้แบรนด์น้องใหม่อย่าง Yeezy และ Off-White กลายเป็นลัทธิ และทำให้แบรนด์ขายดีอยู่แล้วอย่าง Nike และ Adidas ยิ่งขึ้นสวรรค์ จนน่ากลัวว่าคนเราจะมีสนีกเกอร์ได้สักกี่คู่กันในชีวิต

Photo: Getty Images

Photo: Getty Images

Ironic Nihilism

Photo: Balenciaga

Why Ironic Nihilism?
‘มิลเลนเนียลเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนเจนซีเป็นพวกปฏิเสธทุกอย่างในชีวิต’ นั่นคือนิยามคนสองรุ่นที่กำลังครองโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีนักวิชาการหลายสำนักวิเคราะห์ไว้มากมายว่า พวกเขาเป็นคนรุ่นที่โตมาในระหว่างหรือหลังเหตุการณ์ 9/11 เจอพิษเศรษฐกิจ โรคระบาด โลกร้อน สงคราม และโซเชียลมีเดีย มิลเลนเนียลที่ลืมตาอ้าปากไม่ได้เสียทีจึงกลายเป็นซึมเศร้า ส่วนเจนซีมีอาการตีกลับก็กลายเป็นคนจำพวกตลกร้ายหน้าตายไปเสียเลย นึกถึงสิ่งที่ Demna Gvasalia ทำไว้กับ Vetements และ Balenciaga ซึ่งแจ็กเกตไหล่ใหญ่เว่อร์มาจากวัยเด็กอันยากจนที่ต้องเสื้อผ้าที่รับช่วงมาจากญาติผู้พี่ รวมถึงการรื้อถอนภาพลักษณ์ไฮเปอร์เซ็กชวลมรดกยุคของ Tom Ford แล้ว Alessandro Michele แทนที่ Gucci ยุคใหม่ด้วยลุควินเทจเพี้ยนๆสไตล์ Wes Anderson หรือ Louis Vuitton ที่จับเอาอินฟลูเอนเซอร์ไปขึ้นหน้าปกหนังสือสยองขวัญในแคมเปญ Pre-Fall 2020 เรามาถึงจุดที่เด็กสาวเดินถือหัวตุ๊กตาหน้าตัวเองแทนกระเป๋า It Bag ศิลปินร้องเพลงอยากตายๆๆๆในชุด Gucci สีนีออนสด (Billie Eilish) และมีฮีโร่ในดวงใจเป็น Joker…ไม่ตลกร้ายก็ขายไม่ออกแล้วนะยุคนี้   

Photo: Getty Images

Photo: Louis Vuitton

เรื่องโดย: สุภักดิภา พูลทรัพย์

Cover Photo Courtesy: Getty Images

SHARES

RELATED STORY

RELATED STORY

SUBSCRIBE TO OUR NEWSLETTER

SEARCH